xs
xsm
sm
md
lg

นี่ไม่ใช่เวลาแก้แค้น หรือการสอบสวน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


นักใช้สื่อมือฉกาจอย่างทรัมป์รู้ดีว่า ขณะที่คะแนนนิยมของเขากำลังดิ่งในหมู่ชาวอเมริกันทั่วไป (ไม่นับในหมู่ผู้คนที่หัวปักหัวปำกับเขา-ผิวขาว-ชาย-ไม่จบปริญญาตรี-รายได้ค่อนข้างต่ำ-ที่ถวิลหาแต่วันก่อนคืนก่อนว่าเป็นวันดีคืนดีของเขา คือ ประชากรส่วนใหญ่เป็นผิวขาวที่ยังมีทาสเป็นผิวดำ และมีความไม่เท่าเทียม ทั้งด้านการเมือง, เศรษฐกิจ, สังคมสูง คือ ยังเป็นสังคมแห่งความเหลื่อมล้ำอย่างสุดๆ) สาเหตุมาจากการ Shut Down ที่รัฐต้องปิดที่ทำการเพราะไม่สามารถจ่ายงบถึง ¼ แก่ข้าราชการกว่า 8 แสนครอบครัว สร้างความเดือดร้อนสาหัสแก่ครอบครัว 8 แสนแห่ง

จากแทบทุกโพลปรากฏว่า 2/3 ของประชาชนอเมริกัน บอกว่า การปิดราชการบางส่วนครั้งนี้ สาเหตุคือ ปธน.ทรัมป์

ดังนั้น ในการแถลง SOTU (State of the Union หรือการรายงานต่อสภาคองเกรสถึงสภาวะของประเทศ) เขาบรรจงเปิดฉากด้วยเนื้อหาที่คนทุกฝ่ายจะร่วมกันยินดีและภูมิใจในชาติ เป็นการแสดงออกถึงความปรารถนาจะรักษาแผลแห่งการแตกแยกอย่างมโหฬารของคนในชาติ หลังจากเขาเข้ามารับตำแหน่ง และใช้ทั้งคำพูด, การกระทำ, นโยบายที่ทิ่มตำคนกลุ่มน้อยต่างๆ ให้ตกตะลึงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

เขาพูดถึงวีรกรรมอันโดดเด่นของชาติอเมริกันในการปลดปล่อยยุโรปจากมือฆาตกรฮิตเลอร์ ด้วยการยกพลขึ้นบกที่หาด Normandy ของฝรั่งเศส ซึ่งทหารอเมริกันเป็นฝ่ายนำกองทัพพันธมิตร พร้อมและได้สละชีวิตทหารอเมริกันเพื่อกำจัดเผด็จการจอมโหดสำเร็จ และปีนี้จะจัดฉลองรำลึกยิ่งใหญ่ในต้นเดือนมิถุนายน เป็นการครบรอบ 75 ปี...และได้นำอดีตทหารที่ร่วมยุทธการครั้งนั้นมาร่วมนั่งที่ Balcony เพื่อให้ยืนขึ้นเป็นตัวแทนได้รับความขอบคุณจากทั้ง 2 สภา และจากชาวอเมริกันที่ชมการถ่ายทอดทั้งหมด เพื่อชี้ถึงความยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ เมื่อประเทศต้องรวมกันแน่นแฟ้นเป็นหนึ่งเดียวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ปีนี้เช่นกัน ทรัมป์ได้ย้ำถึงการครบรอบ 50 ปีที่สหรัฐฯ ได้ขึ้นไปปักธงที่ดวงจันทร์ เขานำคนที่ปักธงมาร่วมที่ Balcony เช่นกัน ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ที่เขาเน้น ได้เรียกให้เกิดการยืนปรบมือ (Standing Ovation) แสดงความชื่นชมจากทุกๆ ฝ่ายในสภา

เขาใช้เวลาแถลงทั้งหมดถึงเกือบ 1 ช.ม.ครึ่ง ยาวกว่าปกติที่อดีตปธน.คนอื่นๆ ที่มักใช้แค่ 1 ช.ม.; 20 นาทีแรกก็ทุ่มให้กับเนื้อหาว่า ประเทศต้องรวมเป็นหนึ่ง ซึ่งเขาบอกว่าเป็นหน้าที่ที่เขาจะนำประเทศให้รวมกันให้ได้

ที่เหลืออีก 1 ช.ม.กลับกลายเป็นเนื้อหาที่ยกหางตัวเองชนิดที่สื่อต่างๆ ได้ทำงานหนักในการตรวจสอบข้อมูลที่เขายกเมฆมากล่าวสรรเสริญตนเอง รวมทั้งการโจมตีพรรคเดโมแครต

เขาพูดถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ทำลายสถิติ ทั้งด้านการเติบโต, การจ้างงาน, อัตราว่างงานต่ำสุด ซึ่งเขาใช้คำว่า เศรษฐกิจมหัศจรรย์ (Economic Miracle) ที่เขาเป็นคนปลุกปล้ำได้สำเร็จ (ซึ่งมีนักเศรษฐศาสตร์หลายคนออกมาชี้ว่า ตัวเลขมหัศจรรย์แห่งการเติบโตเหล่านี้ ได้เริ่มเกิดขึ้นในสมัยโอบามาแล้ว) รวมทั้งการผลิตน้ำมันจากแผ่นดินสหรัฐฯ จนเป็นผู้ส่งออกสุทธิ (ซึ่งก็เริ่มเห็นเค้าตั้งแต่ 2010 สมัยโอบามาเช่นกัน)

เขารู้ดีว่า ครัวเรือนเมริกันฝากความหวังไว้ที่เศรษฐกิจที่ต้องเติบโต และตลาดทุนก็ต้องโตวันโตคืนด้วย, เพราะครัวเรือนอเมริกันเกือบ 2/3 มีรายได้จากการลงทุนในกองทุนในตลาดหลักทรัพย์

ดังนั้น เขาจึงขู่ว่า เศรษฐกิจมหัศจรรย์ที่เขาบรรจงสร้างขึ้นนี้ จะต้องเสื่อมความขลังในการเติบโตเพียงเพราะมีการแก้แค้น (หมายถึง จากพรรคเดโมแครตที่ต้องเสียที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาล่างให้รีพับลิกันตั้งแต่ 2010-ปีที่ 2 ของโอบามาในสมัยแรก-และเพิ่งได้กลับมาเป็นเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนก็ในปีนี้แหละ-จึงถึงทีแก้แค้นเพื่อขัดขวางกฎหมายต่างๆ ที่เขาจะนำเข้าสภา) และการสอบสวนที่บ้าบอคอแตก (Ridiculous) ที่กำลังมุ่งสอบชนิดกำลังทยอยมีใบเสร็จออกมา จากคำให้การสารภาพของเหล่าบุคคลใกล้ชิด ทั้งนายทรัมป์เองและครอบครัวของเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสมคบกับรัสเซียให้แทรกแซงการเลือกตั้งปธน.ในปี 2016 (ก็ปีที่เขาชนะได้เป็นปธน.นั่นเอง) รวมทั้งล่าสุดเรื่องเงินบริจาคการจัดงานพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของทรัมป์ ที่ดูจะไม่ชอบมาพากล เพราะมีรัฐบาลต่างชาติ (หรือ Nominee) ได้บริจาคเงิน (นับเป็นเรื่องผิดกฎหมาย) เพื่อแลกกับการมีอิทธิพลต่อนโยบายหรือการแต่งตั้งบุคลากรในรัฐบาลของทรัมป์

ใบเสร็จเหล่านี้ บางทีเข้าข่าย- “การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม” ที่อัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ กำลังซุ่มสอบเงียบๆ อยู่ เช่น นายไมค์ โคเฮน อดีตทนายคู่ใจของทรัมป์ ยอมเปิดปากว่า ตนถูกนายทรัมป์สั่งให้โกหกเรื่องการติดต่อกับทีมของปูตินที่จะจ่ายใต้โต๊ะ เพื่อก่อสร้าง Trump Tower ใจกลางมอสโก-ตอนนั้นเหลือเวลาแค่ไม่กี่อาทิตย์ก่อนวันลงคะแนนเลือกปธน.วันที่ 8 พฤศจิกา 2016

ภาพรวมคือการขู่กรรโชกสภา ให้ต้องหยุดขัดขวางเขาในทุกกรณี ทั้งการสร้างกำแพง (งบมหาศาล 5,700 ล้านเหรียญ-ที่บิดเบือนว่าพรรคเดโมแครตต้องการ Open Border และทำให้ยาเสพติดผ่านมาได้ง่ายๆ, ทำร้ายประชาชนอเมริกัน) และต้องหยุดการสอบสวนที่มุ่งสรุปในคดีที่ตั้งธงไว้ล่วงหน้าให้เขาผิด (Witch Hunting) เพราะจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เมื่อตัวเขาเองจะถูกสอบหรือถูกถอดถอน

เขาเน้นให้มีการปรองดอง (Unity) แบบที่เขาเป็นคนตั้งกฎเอง คือให้ทุกคนหันมาสนับสนุนเขานั่นเอง

จึงเป็นสุนทรพจน์ที่เหมือนเริ่มต้นปลูกต้นมะลิซ้อน เอ๊ะ! แต่พอแตกใบอ่อนกลับเป็นมะลิลาไปได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...