เข้าสู่อาทิตย์ที่ 4 แล้ว ที่ข้าราชการและลูกจ้างประจำจำนวน 8 แสนคน ยังไม่ได้รับเช็คเงินเดือน/ค่าจ้างที่เขาควรจะได้ หลังจากทำงานมาถึง 26 วัน จนบางส่วนเริ่มลาป่วย เพื่อเอาเวลาไปทำงานหาเงินอย่างอื่นเช่น ไปขับรถให้ Uber พอได้เงินสดมาซื้ออาหาร, จ่ายค่าผ่อน/ซื้อบ้าน, จ่ายค่าผ่อนรถ, จ่ายค่านมเลี้ยงลูก, จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ โทรศัพท์ หรือจ่าย Credit Card
บางกลุ่มเริ่มฟ้องร้องรัฐบาลที่ปิดที่ทำการ และไม่จ่ายเงินเดือนให้พวกเขาก็มี
ทรัมป์ทวิตถี่มาก และโบ้ยความผิดไปให้กับฝ่ายเดโมแครตที่กุมเสียงข้างมากในสภาล่าง และประธานสภาผู้แทนฯ คนใหม่เป็นหญิงแกร่ง ที่อธิบายว่า เดโมแครตให้งบแก่รัฐบาลเพียงพอสำหรับการควบคุมคนแอบเข้าเมือง และการขนยาเสพติดผ่านเขตพรมแดนด้วยเทคโนโลยีทันสมัย, แต่ไม่เห็นด้วยว่าจะต้องทุ่มเงินมากมายสร้างกำแพงตามวิธีการที่ปธน.ทรัมป์กดดันว่ามีปัญหาเร่งด่วนของชาติ ขนาดจะประกาศภาวะฉุกเฉิน ถ้าไม่ได้เงินก้อนโตถึง 5,700 ล้านเหรียญไปสร้างกำแพง ตัวเลขงบที่สภาผู้แทนฯ พร้อมจ่ายเป็นงบดูแลชายแดนใต้ ยังเป็นตัวเลขเดิมคือ 1,300 ล้านเหรียญ
ล่าสุด ประธานสภาผู้แทนฯ ที่เป็นผู้หญิงคนแรกของสหรัฐฯ ได้ลงทุนเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงปธน.ทรัมป์ ในวันพุธที่ 16 มกรา เรียกร้องให้ปธน.ทรัมป์จัดหาวันที่ใหม่แทนวันที่เดิม (อังคารที่ 29 มกรา) ที่เธอได้เคยเชิญทรัมป์ให้มากล่าวปราศรัยรายงานต่อสภาร่วม (ทั้งสภาผู้แทนฯ และสภาสูง) ถึงสภาวะความเป็นไปของสหรัฐฯ ซึ่งได้ทำกันมาตลอด 200 กว่าปีนี้
เธอได้ยกเอาเหตุผลว่า เพราะการ Shutdown หรืองดจ่ายเงินเดือนข้าราชการถึง ¼ ของทั้งหมด อาจทำให้การรักษาความปลอดภัยต่อปธน.ที่จะเดินทางมาสภาเกิดความไม่เรียบร้อย นั่นคือ เหล่าบุคลากรที่รักษาความปลอดภัยปธน. รวมทั้งที่สภา ก็อาจมีจำนวนน้อยลง (มีการโทร.มาลาป่วยมากในหลายๆ หน่วยงาน) หรือมาทำงานก็จริง แต่จิตใจไม่ปกติเพราะเป็นห่วงเรื่องไม่มีเงินจ่ายค่าผ่อน/เช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายจำเป็นก็จะกลายเป็นหนี้เอ็นพีแอล-เดี๋ยวบ้านจะถูกยึด, เสียเครดิตกับสถาบันการเงิน เป็นต้น เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยก็จะทำงานได้ไม่เต็มร้อย ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อการปรากฏตัวของท่านปธน. และจะห้อมล้อมด้วย ส.ส./ส.ว. ทั้ง 2 สภาพร้อมกัน ซึ่งจะต้องมีหน่วยรักษาความปลอดภัยมากกว่าปกติ
ประกอบกับขณะนี้ มีข้าราชการและลูกจ้างจำนวนมาก พร้อมสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาที่เริ่มออกมาชุมนุมตามท้องถนน โดยเฉพาะที่หน้าทำเนียบขาว และหน้าสภา (the hill) เพื่อกดดันให้ฝ่ายบริหารสามารถเจรจากับฝ่ายสภา และยุติการ Shutdown ที่ทำให้พวกเขาเดือดร้อนที่สุดเสียที
การมาชุมนุมประท้วงหน้าสภา จึงทำให้ต้องมีการรักษาความปลอดภัยพิเศษยิ่งขึ้น ขณะที่จำนวนเจ้าหน้าที่กลับลดลงโดยลาป่วย (เพราะ Shutdown) หรือการทำหน้าที่อย่างไม่เต็มร้อย เพราะกำลังกระเทือนจิตใจกันอยู่มาก!
ในจดหมายของเธอ ยังเสนอแนะว่าเพื่อความปลอดภัยของปธน. ทรัมป์อาจจะส่งรายงาน State of the Union (สภาวะของประเทศ) มายังสภาทั้ง 2 โดยเขียนเป็นรายงานก็ได้นะ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาอ่านคำปราศรัยตามรายงานที่ต้องส่งเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่แล้ว!
เธอได้ทำการบ้านมาอย่างดี และอ้างอิงว่า ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 การส่งรายงานภาวะของสหรัฐฯ (State of the Union) มายังสภาทั้ง 2 ทำเป็นรายงานเขียนมาตลอด
โดยในช่วงเริ่มก่อตั้งประเทศใหม่ๆ ในปี 1800 อดีตปธน.John Adams ได้เป็นผู้ (อ่าน) แถลงด้วยวาจาในสภาร่วม (โดยตัวรายงานจะมอบให้สภาทั้ง 2) แต่ต่อมาในสมัยของปธน.Thomas Jefferson ก็ให้หยุดธรรมเนียมการแถลงด้วยตนเองกับคองเกรสคือ ใช้เป็นรายงานเขียนแทนก็พอ
จนมาปี 1913 อดีตปธน.Woodsow Wilson ได้กลับนำการแถลงปราศรัยในสภาร่วมกลับมาใช้อีก และทำต่อมาจนถึงปัจจุบัน
สรุปว่า ไม่จำเป็นต้องมาแถลงด้วยตนเองที่สภาร่วมก็ได้ เพราะในอดีตก็มีช่วงที่ส่งมาแต่รายงานก็มี
เพียงแต่ว่า เป็นเวลา 100 กับอีก 5 ปีแล้ว ที่ปธน.ทุกๆ คนของสหรัฐฯ ทำติดต่อกัน แม้ในยามภาวะไม่ปกติ (ยามสงคราม) ปธน.ก็ยังเดินทางมาสภาเพื่อแถลงรายงานความเป็นไปของบ้านเมืองด้วยตนเอง
ประธานสภา Nancy Pelosi ยังสัพยอกปธน.ทรัมป์ว่า ถ้าการรักษาความปลอดภัยไม่สามารถทำได้เอง 100% (หรืออาจต้องเกิน 100% เพราะมีผู้ประท้วงมาอยู่หน้าสภา-รอรับปธน.-ในยามที่ยังไม่เปิดที่ทำการ-คือยัง Shutdown ไม่เลิก-ผู้คนก็มาชุมนุมประท้วงกดดันมากขึ้น)
ท่านปธน.จะแถลงรายงานที่ห้องรูปไข่ที่ทำเนียบขาวก็ได้นะ!!!
เป็นการยั่วโทสะทรัมป์นั่นเอง เพราะเขาโกรธเกรี้ยวง่ายมาก (ยังกะผู้นำของประเทศ-ตา-ย-แลนด์ยังไงยังนั้นแหละ) ทรัมป์ไม่ยอมเด็ดขาดที่จะยืนแถลงที่ทำเนียบขาว เพราะการเดินทางไปสภา-เป็นธรรมเนียมที่จะก้าวเข้าสู่สภาอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เป็นภาพ Pr. ที่ดีที่สุด ว่าเขาเป็นปธน.ที่บรรดาเหล่า ส.ส./ส.ว.รักใคร่นับถือ ชื่นชม และหมอบราบให้กับอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของเขา ภาพถ่ายทอดสดทางทีวีหรือสื่อทุกชนิดเป็นเวลากว่า 2 ช.ม.ตั้งแต่รถของเขาเดินทางมาถึงสภา จนการปราศรัยที่จะมี ส.ส./ส.ว.เหล่ารีพับลิกัน-ยืน Standing Ovation ให้แก่เขา (จนทุกๆ ปี จะมีสื่อลงทุนนับจำนวนครั้งที่มีสมาชิกสภาปรบมือสนั่น และยืนให้เกียรติกี่ครั้ง!!) เป็นภาพที่เอาเงินซื้อก็ไม่ได้ มันจะหล่อหลอมเหล่าสาวกหัวปักหัวปำของเขา และอาจเลยไปถึงเหล่าพวกประชาชนอิสระที่ไม่ผูกติดกับทั้ง 2 พรรค ที่อาจเคลิ้มไปกับวาทกรรมของทรัมป์ในสภาก็ได้...นั่นหมายถึงการฉุดคะแนนนิยมของเขาที่กำลังดำดิ่งอยู่ขณะนี้ (ในหมู่คนกลางที่ไม่ใช่สาวกเขา หรือคนเดโมแครตที่เกลียดเขามากๆ รวมทั้งเหล่าชนกลุ่มน้อยที่เกลียดเขามากขึ้นทุกที) ให้กระเตื้องขึ้นมาได้บ้าง
เป็นการรุกของประธานสภาผู้แทนฯ ที่ยกเอาการ Shutdown ที่ทรัมป์เป็นเด็กดื้อเอาแต่ใจตัวเอง จะหาทางออกอย่างไร เพื่อให้ทรัมป์ยังดูดี และจะต้องหาทางจบภาวะ Shutdown ก่อนวันกำหนดเดิมที่ 29 มกรา ไม่งั้นทรัมป์ก็เสียที ถ้าจะต้องขยับเลื่อนวันปราศรัยออกไปจากวันที่ 29 มกรา ติดอยู่ที่เขายังไม่ยอมลงนามในกฎหมายงบประมาณ ถ้าไม่ได้เงินมาสร้างกำแพงที่จะมีชื่อเขาติดประกาศว่า เป็นกำแพงของทรัมป์


