ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - “...ไม่ใช่กระแสข่าว แต่เราได้พูดคุยกันในพรรคแล้ว โดยเราทั้งคู่จะทำงานด้วยกันและส่งเสริมซึ่งกันและกัน”
คือคำตอบสวยๆ จากปาก “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ต่อกระแสข่าวที่ว่า พรรคเพื่อไทย อาจพลิกเกมดันชื่อ “เสี่ยทริป” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขึ้นเป็น “เบอร์หนึ่ง” ในบัญชีรายชื่อผู้เสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี ของพรรค
เป็นคำตอบที่ไม่ตอบรับ หรือปฏิเสธ แต่ใช้ชั้นเชิง “บลัฟ” ข่าวลือไปอีกขั้นว่า ไม่ใช่ข่าวลือ เรื่องนี้ในพรรคก็คุยๆกันอยู่
แน่นอนว่า ณ เวลานี้ ก็ยังไม่ถึงเดดไลน์ที่ต้องเคาะบัญชีรายชื่อผู้เสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่ตามปฏิทินอย่างไม่เป็นทางการของ คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถยื่นได้ถึงก่อนวันที่ 18 มกราคม 2562 หรือวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัครผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) นั่นเอง
ทั้งนี้ ทุกพรรคสามารถยื่นได้ 3 รายชื่อในบัญชีของแต่ละพรรค และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าแต่ละพรรคจะเสนอใคร มีแต่เพียงคาดการณ์ตามบทบาทของบุคลากรของแต่ละพรรคเท่านั้น
ในส่วนของ พรรคเพื่อไทย เอง ภาพของ “คุณหญิงสุดารัตน์” โดดเด่นอย่างสูงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนที่สุดได้ “ถือธงนำ” ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ตามข่าวที่ว่า ได้รับไฟเขียวจาก “นายใหญ่ - นายหญิง” ในการสนับสนุนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ หากสามารถชนะการเลือกตั้ง ตลอดจนรวบรวมเสียงข้างมาก 376 เสียง จนคุมเกมการเลือกนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งได้
ถึงว่าทางของ “เจ๊หน่อย” ปลอดโปร่ง ด้วยคู่เทียบอย่าง “เสี่ยอ๋อย” จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่เคยคาดหมายจะเป็น 1 ใน 3 ชื่อในบัญชีนายกฯของพรรคเพื่อไทย สลับดอกไปอยู่ พรรคเครือข่ายอย่าง “พรรคไทยรักษาชาติ” และคงไปกินโควตาบัญชีรายชื่อนายกฯที่พรรคนู่นเป็นที่เรียบร้อย
ส่วนรายของ “ชัชชาติ” เดิมก็อยู่ในข่าย 1 ใน 3 รายชื่อบัญชีนายกฯของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ก่อนนี้ก็มีความพยายามปล่อยภาพ “ดรีมทีม” ประกอบด้วย “สุดารัตน์ - จาตุรนต์ - ชัชชาติ” ที่มีความโดดเด่นกันคนละด้านออกมา เมื่อครั้งประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ก่อนที่สถานการณ์ และเกมการเมืองใน “ขั้วทักษิณ” จะเปลี่ยนไป และ “จาตุรนต์” ต้องจากไป
ถึงเวลานี้พออนุมานได้ว่า “ตัวยืน” ในบัญชีนายกฯของพรรคเพื่อไทยก็จะเหลือเพียง “สุดารัตน์ - ชัชชาติ” และคาดการณ์กันว่าอาจจะมีการนำชื่อของ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เข้ามาเสียบหว่างกลาง 2 รายชื่อข้างต้น
นอกจากเป็นการ “ให้เกียรติ” ในฐานะหัวหน้าพรรคที่ใส่เข้ามาเป็น “พระอันดับ” ให้ครบโควตาแล้ว สำคัญด้วยว่าเพียงไม่ให้เกิดภาพขับเคี่ยวแย่งชิงกันเองระหว่าง “สุดารัตน์ - ชัชชาติ”
อย่างที่บอกภาพลักษณ์ของ “หญิงหน่อย” โดดเด่นขึ้นทุกขณะ ตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง “แม่ทัพหญิง” พร้อมสลัดภาพ “เจ้าแม่นครบาล” เดินสายออนทัวร์ต่างจังหวัด ตรากตรำกรำแดดไปตระเวนหาเสียงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สร้างภาพจำว่านี่แหละ “นายกฯเบอร์หนึ่ง” ของพรรคเพื่อไทย
ก่อนสลับคิวมาโชว์วิสัยทัศน์ในฐานะ “ว่าที่ผู้นำหญิง” บนเวทีประชุมเตรียมการเลือกตั้ง และรับทราบแนวปฏิบัติในการรณรงค์หาเสียงของพรรคเพื่อไทย ที่มีผู้สมัครและสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง ณ ฐานบัญชาการพรรคเพื่อไทย ตึกโอไอเอ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561
ต้องยอมรับว่าเวทีวันนั้น “สุดารัตน์” ตระเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี กับการพรีเซนต์ผลงานความล้มเหลวของ “รัฐบาล คสช.” เพื่อให้ว่าที่ผู้สมัครนำ “สาร” ไปขยี้ทุกภูมิภาคในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง น่าสังเกตว่า ไม่ใช่การปราศรัย หรือปาฐกถาพูดไมค์ ยืนหลังโพเดี้ยมอย่างเดิมๆ มีการก้าวเดินบนเวที ใช้ภาษากายประกอบการบรรยาย ราวกับนักบริหารมืออาชีพ ซีอีโอระดับโลกทำกัน นอกจาก “เจ๊หน่อย” แล้ว เวทีเดียวกันยังให้โอกาส “ชัชชาติ” ขึ้นเปิดฟลอร์ โชว์วิชั่นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจชาติ วางตัวให้เป็น “ขุนพลเศรษฐกิจ” ไปกลายๆ
หากแต่หลังจากนั้น จังหวะจะโคนความโดดเด้งของ “ชัชชาติ” ดูจะพอดิบพอดีไปหมด ด้วยห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวผ่านโลกโซเชียลหลายวาระ ทั้งการที่ไปโผล่ร่วมเฟรมกับ “ลูกบิ๊กบอส” พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยเมื่อไม่นานมานี้
โดยในภาพมี “สุดารัตน์ - พานทองแท้ - ชัชชาติ” ชักภาพร่วมกันอย่างชื่นมื่น ก่อนภาพจะถูกเผยแพร่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของ “ลูกโอ๊ค” พร้อมแคปชั่น “No Caption คร้าบบบ ???? #น้องต้นโอ๊คเป็นเน็ตไอดอล” วัตถุผประสงค์เพื่อแก้ข่าวที่ “พานทองแท้” ถูกระบุว่า หนีออกนอกประเทศไปแล้ว
หากแต่ยังมี “นัยทางการเมือง” ซ่อนอยู่ ประมาณ “ลูกเถ้าแก่” ชูภาพ “สุดารัตน์ - ชัชชาติ” ในฐานะแม่ทัพหญิง-แม่ทัพชายของพรรคเพื่อไทยออกมาด้วย
และวันเดียวกัน “ชัชชาติ” ก็ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมทำงานในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ครบวาระหลังจากทำงานมาสี่ปีเต็ม ขอบคุณอดีต สำหรับทุกๆ บทเรียน สวัสดีอนาคต ผมพร้อมแล้ว”
โดยเป็นภาพ “เสี่ยทริป” ในชุดทำงานพร้อมพื้นหลังป้ายชื่อบริษัท กับอีกภาพมีพื้นหลังเป็นรถไฟความเร็วสูง เพื่อตอกย้ำความโดดเด่นสมัยที่ตัวเองเป็น รมว.คมนาคม ปูพื้นประกาศตัวหวนคืนสนามการเมืองอย่างเป็นทางการ หลังจากที่เคยประกาศว่าหลังปีใหม่ จะกลับมาทำงานการเมืองอย่างเต็มตัว
ถัดจากนั้นในวันสิ้นปี 31 ธันวาคม 2561 “ชัชชาติ” ก็โพสต์ภาพ 2019 The Final Battle คราวนี้เป็นภาพรีทัชให้ตัวเองเป็น “ยอดมนุษย์ฮัลค์" ยักษ์ตัวเขียวในมหากาพย์ Avengers ตรงตามคาแรกเตอร์ “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” รายล้อมด้วยเหล่าซูเปอร์ฮีโร่พันธุ์ไทยทั้ง “ข้าราชการ - มอเตอร์ไซต์วิน - ชาวนา - ชาวสาวยาง” พร้อมข้อความว่า “ในปีใหม่ 2019 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ขอให้พวกเราทุกคน มีกำลังใจและกำลังกายที่แข็งแกร่ง พร้อมมาร่วมเป็นทีม Avengers ที่จะลุยศึกครั้งสุดท้าย The Final Battle นี้ ไปด้วยกันครับ”
เป็นที่สังเกตว่า ในบรรดาซูเปอร์ฮีโร่พันธุ์ไทยในภาพต่างใบหน้าเลือนลาง ไม่ระบุว่าเป็นใคร แต่มีอยู่รายหนึ่งที่รีทัชภาพใบหน้าคล้ายกับ “สุดารัตน์” โดยถอดมาจากตัวละคร Captain Marvel ที่แม้ในเนื้อเรื่องของนิยาย Avengers ซึ่งถือเป็นการให้เกียรติ “หญิงหน่อย” พอสมควร เนื่องจากตัว Captain Marvel ถูกระบุว่ามีพลังมากที่สุดในเรื่อง และกำลังจะมีหนังเดี่ยวของตัวเองออกมาในปีนี้
ทว่า ก็ถูกคิดมากไปอีก เมื่อในภาพ “ชัชชาติ” ดูจะเป็น “ตัวเอก” ในขณะที่ตัวละครหน้าละม้ายคล้าย “เจ้าแม่นครบาล” ดูคล้าย “ตัวประกอบ” มากกว่า
สอดรับกับ “ข่าวพาดหัว” ของวันขึ้นศักราชใหม่ 2562 ต้อนรับปีแห่งการเลือกตั้งพอดี เมื่อสื่อหลายแขนงต่างสามัคคีกันเล่นข่าว “เพื่อไทยปรับยุทธศาสตร์ชูชัชชาติเป็นนายกฯแทนเจ๊หน่อย”
เนื้อหาข่าวระบุว่า “รายชื่อนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย แม้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะถูกวางให้อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างหาเสียง โดยดูจากผลสำรวจความนิยมในช่วงนั้นอีกครั้ง เนื่องจากผลโพลภายในล่าสุด สะท้อนออกมา หากชูคุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกรัฐมนตรี จะได้ที่นั่งราว 190-200 ที่นั่ง แต่หากเป็นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะได้ราว 220 ที่นั่ง จึงอาจมีการปรับยุทธศาสตร์ ชูนายชัชชาติ เป็นนายกรัฐมนตรี ในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย”
ตรงตาม “ข้อมูลอินไซด์” ภายในพรรคเพื่อไทย ที่มีการทำผลสำรวจเป็นระยะๆในหลายรูปแบบ ทั้งการเจาะตัวบุคคลตามพื้นที่เพื่อประกอบการพิจารณาส่งลงสมัคร ส.ส. รวมทั้งตัวบุคคลในภาพรวม เพื่อประมวลเป็นยุทธศาสตร์ในการหาเสียง
โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อนายกฯ โดยมีระยะหลังตัดตัวเลือกอื่นเหลือเปรียบเทียบเฉพาะ “สุดารัตน์ - ชัชชาติ” เท่านั้น
ปรากฎว่าทำกี่ครั้งๆ คะแนนนิยมทั่วประเทศ เมื่อใช้ชื่อ “ชัชชาติ” หาเสียงจะมากกว่า “สุดารัตน์” โดยตลอด
โดยสูงที่สุดที่ “ชัชชาติ” จะได้อยู่ที่มากกว่า 220 ที่นั่ง ขณะที่หากใช้ชื่อ “สุดารัตน์” ก็จะอยู่ที่ไม่เกิน 190-200 ที่นั่งเท่านั้น
ตัวเลขที่ได้ออกมาทำให้ “ทีมยุทธศาสตร์คนแดนไกล” เริ่มคิดหนัก ด้วยประเมินว่าการเลือกตั้ง และสถานการณ์ฟหลังเลือกตั้ง “เสียเปรียบเต็มประตู” กับ “พรรค ส.ว.” จำนวน 250 เสียง ที่เป็น “แต้มต่อ” ของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นเท่ากับว่า “ทุกที่นั่งมีความเหมาย” สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เดิม “ไม่ให้คะแนนตกน้ำ” ทุกแต้มมีความหมาย จนต้องแตกทัพแยกพรรคเครือข่ายออกไปในเขตที่ไม่ชนะ ส.ส.เขต
ส่วนต่าง 20-30 ที่นั่งจึงไม่ใช่น้อยๆ สามารถพลิกเกมแบบหน้ามือเป็นหลังเท้าได้เลย
และน่าจะทำให้เกิด “ขบวนการโยนหิน” หย่อนชื่อ “ชัชชาติ” ในฐานะเบอร์ 1 บัญชีรายชื่อนายกฯพรรคเพื่อไทย ออกมาหยั่งกระแสในภาพกว้างอีกครั้ง
พอดีรุ่งเช้าปีใหม่ “หญิงหน่อย” มีคิวไปทำบุญ จึงได้ให้ความเห็นผ่านสื่อ อย่างที่ว่าไปข้างต้น กับการไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ และโชว์ลูกเก๋าว่า ไม่ใช่เสียงลือจากไหน ในพรรคคุยกันอยู่แล้ว พร้อมที่จะทำงานเสริมส่งกัน
หลังชื่อ “เสี่ยทริป” โผล่พรวด จ่อเป็นเบอร์ 1 แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย หลายสำนักหยิบชื่อไปทำโพล วัดกันซึ่งหน้ากับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผลไม่ผิดคาด เสียงเทเลือก “ชัชชาติ” เป็นนายกฯในดวงใจเกินกว่า 90% จนหลายคนต้องปรบมือให้กับ “ทีมยุทธศาสตร์คนแดนไกล” ที่กล้าหักหน้า “เจ้าแม่เมืองหลวง” แล้วงัด “อาวุธหนัก” ออกมาเล่น
ทว่า ไม่ทันข้ามวัน สื่อบางสำนักอ้าง “แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย” ระบุว่า ไม่เคยมีมติให้ “ชัชชาติ” เป็นเบอร์ 1 ในบัญชีนายกฯใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมอ้างการพิเคราห์คำสัมภาษณ์ของ “เจ๊หน่อย” ด้วยว่า ไม่ได้ตอบรับอย่างที่สื่อนำไปตีความ
“ตอนนี้ที่มีกระแสข่าวจะเปลี่ยนตัวคุณหญิงสุดารัตน์ ไม่เป็นความจริง เป็นเพียงการปล่อยข่าวของคนนอกพรรคเพื่อไทยเพื่อให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้น ซึ่งเชื่อว่าคนในพรรคเพื่อไทยไม่หวั่นไหว” ข่าวบางสำนักอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ “แหล่งข่าว”
แหล่งข่าวคนเดียวกันยังกางโผบัญชีนายกฯของพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ยังเรียงลำดับตามเดิม “สุดารัตน์” เบอร์ 1 “วิโรจน์” หัวหน้า เบอร์ 2 ส่วน “ชัชชาติ” รั้งบ๊วยอยู่ที่เบอร์ 3
หลังใช้ชื่อ “แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย” แก้เกี้ยวออกมาเช่นนั้น โดยไร้ความเห็นเพิ่มเติมของ “คนในข่าว” ก็ทำให้กระแสข่าวซาลง จนถูกเย้ยหยันว่าแค่ “ข่าวมโน - ข่าวเต้า”
แต่ต้องสะเทือนเลื่อนลั่นใกล้เคียงความจริงขึ้นมาอีกขั้น เมื่อแฟนเพจเฟซบุ๊ก “กรุงเทพ กรุงเทพ” ที่แม้เปิดมาได้ไม่นาน แต่มีเฉพาะข้อมูลระดับ “อินไซด์-เจาะลึก” ทุกความเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ” และ “น้องปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยามใช้ชีวิตหรูหราอยู่สบายในระหว่างหลบหนีคดีอยู่ในต่างแดนแบบ “เอ็กซ์คลูซีพ” ใกล้ชิดที่สุด จนถูกมองว่าเป็น “เพจลับ” ของ “คนในตระกูลชินวัตร” เลยทีเดียว
เพจ “กรุงเทพ กรุงเทพ” ได้โพสต์อ้างอิงถึงประเด็นบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรคเพื่อไทยที่ว่า “สุดารัตน์เบอร์ 1 วิโรจน์เบอร์ 2 ชัชชาติเบอร์ 3” โดยเพจดังกล่าวไม่ได้บอกว่าจริงเท็จประการใด แต่ห้อยข้อความไว้ว่า
“เป็นข้อมูลจากสื่อ ตอนนี้ก็รอความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยครับว่า ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีลำดับแรก ถ้านับผลโหวต 2 คน ใครเหมาะเป็นนายกฯ นายชัชชาติ 80% คุณหญิงสุดารัตน์ 20%”
ไม่เพียงเท่านั้ยังสาธยายคุณงามความดีของ “ชัชชาติ” ในอีกโพสต์ด้วยว่า “กระแสในความต้องการของประชาชน ที่ผ่านมา นายชัชชาติ เหมาะที่สุดแล้ว ที่ได้ทำงานสายตรงกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ขยันทำงานทั้งคู่ ไม่ชอบต่อปากต่อคำกับใคร ลุยงานอย่างเดียว มีทัศนคติ วิสัยทัศน์ก้าวไกล ไม่ชอบเรื่องไร้สาระ นายกฯยิ่งลักษณ์ จึงไว้ใจ นายชัชชาติ อย่างมาก”
ย้ำในความ “สายตรงคุณหนูปู” ไปอีกขั้นถึงถ้อยคำในอดีตเมื่อครั้งรับตำแหน่ง รมช.คมนาคม ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ “ชัชชาติ” เคยเล่าว่า “ก่อนที่ผมจะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นคนโทรมา ผมไม่รู้จักกับท่านโดยตรงหรอก แต่ก็คงมีคนบอกกับท่านว่า ผมเคยช่วยงานในกระทรวงนี้มาก่อน หากถามว่ามีใครไปเรียนท่านนายกฯ ก็คงมีหลายคนมั้ง เพราะท่าน สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รู้จักกับผม และท่านพงษ์ศักดิ์ (รักตพงษ์ไพศาล อดีต รมว.คมนาคม) ก็รู้จักกัน คงมีหลายคนเหมือนกัน และพ่อผมก็เป็นตำรวจ คนในวงการก็คงรู้จักกัน ส่วนระยะเวลาในการตัดสินใจ ผมใช้ไม่นานเลย เพราะว่าอย่างน้อยในชีวิตหนึ่งสามารถทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ เราก็ควรที่จะต้องทำ”
ถอดรหัสข้อความจาก “เพจตระกูลชินฯ” ก็เท่ากับว่ามี “ตัวละครลับ” โผล่มาในท้องเรื่อง นั่นก็คือ “คุณหนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีการเชื่อมโยงว่า “ชัชชาติ” ก็คือ “สายตรงยิ่งลักษณ์” นั่นเอง
ถือเป็นสัญญาณบอกเลิก “หญิงหน่อย” เพื่อเปิดทางให้ “ชัชชาติ” ขึ้นมาเป็นแม่ทัพเพื่อไทยแทนกลายๆ
โดยที่ “นายใหญ่ - นายหญิงใหญ่” ที่เคยมอบหมายตราตั้งดูแลพรรคให้ “เจ๊หน่อย” เอง ไม่ขอออกหน้า แต่ใช้ “ยิ่งลักษณ์” ที่ปลาบปลื้ม “สุดารัตน์” เป็นทุนออกหน้าแทน
หากจำกันแม่นสมัยมหาอุทกภัย 2557 ช้อตที่ “สุดารัตน์” ออกโรงมา “ขโมยซีน” ทำเอา “นายกฯปู” แค้นฝังหุ่นมาจนถึงทุกวันนี้
ส่วน “นายหญิงใหญ่” อย่าง คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ผู้มีอำนาจตัวจริงของพรรคเพื่อไทย และเครือข่ายทักษิณ ก่อนหน้าก็สนับสนุน “หญิงหน่อย” ดิบดี แต่อารมณ์เปลี่ยนทันที หลังอีเวนท์ “แม่ยายแห่งชาติ” ที่ “สุดารัตน์” ควง “น้องจินนี่-ยศสุดา” ไปหาเสียงที่ประตูน้ำ
กระแสสังคม-โซเชียลก็เรื่องหนึ่ง ดีต่อพรรคด้วยซ้ำ ที่ทำ “นายแม่” ทนไม่ได้ก็ “ลูกโอ๊ค” ดันนึกสนุกไปทวีตข้อความแซว “หลงเรียกเจ๊หน่อยมานานแท้ จะกลับตัวมาเรียกแม่ก็วันนี้ล่ะ” จู่ๆไปยกเป็น “แม่” อีกคน แบบนี้ก็ควันออกหู พอมีช่องก็ผสมโรงหวดไปด้วยซะเลย
ด้วยความที่ “ชัชชาติ” เองก็เป็นตัวเลือกที่ดี แล้วยังมีอารมณ์ส่วนตัวของ “2 นางพญา” อีก งานนี้ดูท่า “เจ้าแม่นครบาล” จะไปไม่ถึงดวงดาว.


