xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“เดินหน้า” การเมืองแบบ“บิ๊กตู่”(ตอนยี่สิบเอ็ด) “ดร.อาทิตย์-ธีรยุทธ”กับ “บิ๊กตู่”!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”

เมื่อไม่รู้จักพอใน..อำนาจ-เงินทอง-ทรัพย์สิน “คนโลภ”จึงทำเรื่องผิด-เรื่องไม่ควร!

ยิ่งถ้า “คนไม่รู้จักพอ ”เป็น “ผู้นำชาติ” ไร้ความรักชาติและประชาชนจากใจจริง ย่อมใช้อำนาจทำเพื่อตัวเองและพวกพ้องเป็นหลัก

ดัง “บิ๊กตู่” ที่มี “มาตรา 44” ในกำมือมาเกือบ 5 ปี แต่มีได้แค่ผลงานทั่วไปให้ “โม้” ไร้ผลงานแก้ต้นเหตุปัญหาชาติให้ผู้คนชื่นชม

เอ๊ะ..หรือ “บิ๊กตู่” ลืม “คำพูดตัวเอง” ที่เคยประกาศไว้แล้ว?

อืม..“ผู้นำชาติ”ชอบลืมหรือแกล้งลืม “คำพูดตัวเอง”! แต่ “ประชาชนไม่เคยลืม” โดยเฉพาะเรื่องหลัก ที่“บิ๊กตู่”ประกาศจะทำ เช่น จะปราบการโกงชาติอย่างจริงจัง! จะขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างจริงจัง! จะปฏิรูปชาติก่อนการเลือกตั้ง เพื่อคนดีจะได้บริหารชาติ และกีดกันคนชั่วไม่ให้มีอำนาจ ฯลฯ

ทว่า 4 ปีกว่าผ่านไปไวราวนิทานโกหกหลอกเด็ก “บิ๊กตู่” มีผลงานแก้ต้นเหตุปัญหาชาติได้แค่ “พูด” เท่านั้น แถมไม่ปฏิรูปชาติแต่ดันจะให้มี “เลือกตั้ง” ก่อน “การเมืองน้ำเน่า” จึงหวนกลับมาสู่สังคมไทยอีกคราจน “ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์” อดีตประธานรัฐสภาฯและอธิการบดี ม.รังสิต ต้องโพสต์เฟซบุ๊คเตือนว่า

“เชื่อเถอะ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายใต้ระบบ กฎเกณฑ์ กติกา และบรรยากาศ ที่รัฐบาลเผด็จการกำหนดขึ้นมา เพื่อให้ตนเองลงสมัครชนะการเลือกตั้งเช่นนี้ อีกทั้งองค์กรอิสระทั้งหลาย รวมทั้ง กกต.ไม่ได้มีความเป็นกลางและอิสระอย่างแท้จริง

ไม่มีทางที่จะเป็นประชาธิปไตย และได้รับการยอมรับจากประชาชนหรอก จะยิ่งนำประเทศชาติบ้านเมืองไปสู่ความขัดแย้ง จลาจลวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม

ทำไมถึงมองไม่เห็นกันเลย หรือไม่มีประสบการณ์กันมาก่อน อย่าดันทุรังกันนักเลย”
ข้อความ “ดร.อาทิตย์” ข้างต้น ต้องถามตรงถึง “บิ๊กตู่” กับพวกพ้อง ที่กำลังดันทุรังผลักดันให้มีการเลือกตั้ง ทั้งๆที่ยังไม่ได้ปฏิรูปชาติทุกภาคส่วน..

เชื่อเถอะ..การเลือกตั้งต้องมีปัญหา! หลังการเลือกตั้งยิ่งมีปัญหาใหญ่! ปัญหาทั้งเก่าและใหม่ต่อชาติจะหนักกว่าเดิมเสียด้วย..เหวอ..น่ากลัวจัง..

เพราะกว่า 4 ปี ที่ “นายกฯ ตู่” มีอำนาจพิเศษล้นฟ้า แต่กลับไม่แก้ต้นเหตุปัญหาชี้เป็นชี้ตายของชาติ ทั้งไม่ปราบคนโกงชาติจริงจัง! ไม่ลดความเหลื่อมล้ำเรื่อง “รวยกระจุกจนกระจาย” จริงจัง! ไม่ปฏิรูปชาติจริงจัง..แต่ดันทะลึ่งจะเลือกตั้งก่อน! ฯลฯ

หลังโพสต์ของ “ดร.อาทิตย์”ไ ม่นาน “ธีรยุทธ บุญมี” ก็สวมเสื้อกั๊กนั่งปาฐกถา ณ ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ในหัวข้อ “มองประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง ปัญหาที่ใหญ่กว่าวิกฤติการเมือง” (ขอแนะนำให้อ่านฉบับเต็ม) สรุปว่า

เกือบ 20 ปีที่คนไทยหมกมุ่นกับการเมือง จนเกิดปัญหาใหญ่เพิ่มขึ้นมากมาย เช่น ช่องว่างคนจนคนรวยมากขึ้นเรื่อยๆอยู่ในลำดับต้นๆของโลก คนรวย 1% คุมความมั่งคั่งประมาณ 50-60%ของชาติ ขณะที่คนส่วนใหญ่มีรายได้รวมกันไม่ถึง 10% การศึกษาทุกระดับคุณภาพลดลงอย่างน่าใจหาย คอร์รัปชั่นลามสู่รากหญ้า สาเหตุจากโรคระบาดทางคุณธรรม คนรวยโกงได้ คนชั้นกลางคนชั้นล่างก็โกงได้ รวมถึงความเหลื่อมล้ำของรายได้ที่บีบคั้นเพิ่มขึ้น ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้รัฐบาลจัดนโยบายประชานิยม ส่วนชนชั้นกลาง ข้าราชการจำต้องรักษาสถานะแบบเดิม จึงต้องคอร์รัปชั่น ฯลฯ

“ธีรยุทธ” วิเคราะห์ว่า กลุ่มทุนขนาดใหญ่แข็งแกร่งขึ้น จนมีสถานะเหนือรัฐบาลและกฎหมาย ในแง่ “คนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก” ก็ยังเป็นเรื่องเล็ก แต่เรื่องกลุ่มทุนใหญ่ขยายอำนาจผูกขาดทางเศรษฐกิจได้เกือบเด็ดขาด และขยายอิทธิพลมาสู่ด้านอื่น เช่น ไม่ให้มีกฎหมายจำกัดการผูกขาดสัมปทานการค้า มีอิทธิพลเหนือตลาด หรือเข้าคุมทุกมิติชีวิตประจำวันคนไทย จนต้องกินอาหาร จ่ายเงิน เติมเงินค่าโทรศัพท์ บัตรเครดิต ซื้อตั๋วรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ ที่ร้านสะดวกซื้อ จึงขออนุญาตยืมชื่อวิธีเลี้ยงไก่สมัยใหม่ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ไก่ซีพี” มาตั้งชื่อคนไทยอนาคตว่า “คนไทยซีพี” นี่เป็นปัญหาใหญ่กว่าวิกฤติทางการเมืองอย่างชัดเจน

“ธีรยุทธ” กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจที่ทุ่มเทกับโครงการยักษ์และ 4.0 อย่างบ้าคลั่ง ทั้งที่ยังไม่พร้อมในเศรษฐกิจ 4.0 เช่น นโยบายสมาร์ทต่างๆเกือบทั้งหมดของรัฐบาลไม่ได้ผลจริง เพราะข้าราชการใช้ความรู้แบบขาดวิ่น ตั้งเป้าหมายเกินจริง อุปกรณ์คุณภาพต่ำ ล้าสมัย เป็นเพียงผักชีโรยหน้า สักแต่ให้เกิดโครงการขึ้นเท่านั้น อีกทั้งรัฐบาลเสนอให้อีอีซีเกือบเป็นดินแดนอิสระ ที่มีอิสรภาพการใช้เงินตราของตัวเอง การเช่าที่ดินได้ 100 ปี นายทุนถือครองที่ดินได้ประโยชน์เต็มที่ จากการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ นิคมอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า ดิวตี้ฟรี รถไฟฟ้า ท่าเรือ สนามบิน โลจิสติกส์ ฯลฯ

การศึกษาที่ได้รับไม่มีคุณภาพเพียงพอ ที่จะรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล มีการแข่งขันจากบุคลากรที่มีคุณภาพดีกว่า จากเวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ฯลฯ ดังนั้น คำขวัญที่ว่า “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว” ที่จริงแล้วเป็นการก้าวเดินไปเฉพาะอภิสิทธิ์ชนกลุ่มเล็กๆเท่านั้น

ส่วนวิกฤติการเมืองในอนาคตนั้น “ธีรยุทธ” ชี้ว่า..มีความพยายามของกลุ่มทุนใหญ่ผูกขาด ที่จะสถาปนาอำนาจของตนเอง ช่วง 10 กว่าปีที่บ้านเมืองวุ่นวาย มีการก่อตัวของกลุ่มทุนใหญ่ขึ้นเกือบ 10 กลุ่ม มีอิทธิพลครอบงำเศรษฐกิจสำคัญๆไว้เกือบหมด และมีอิทธิพลครอบงำการเมือง เพราะมีอำนาจเงินที่จะโน้มน้าว จูงใจ บังคับให้รัฐ พรรคการเมือง ข้าราชการ สื่อ สังคมผู้บริโภค คล้อยตาม

“ธีรยุทธ” ยังระบุว่า คสช.ตั้งใจสืบทอดอำนาจมานานแล้ว ตั้งแต่ล้ม “รัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ มาเป็นร่างฉบับมีชัย” ให้พรรคการเมืองมีสิทธิเสนอชื่อคนนอก ที่ไม่ใช่ สส.หรือปาร์ตี้ลิสต์ เพิ่มทั้งจำนวนและอำนาจ ส.ว. ตั้งโดยทหาร 250 คน มีสิทธิ์เลือกนายกรัฐมนตรี การดึงกลุ่มการเมือง “ยี้-มาร” มารวมเป็น “พรรคพลังประชารัฐ” โดยไม่กังวลเสียงวิจารณ์ เป็นการการันตีเกือบ 100% ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯต่อไป

ความคิดนี้ทดลองใช้ครั้งแรกโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ใช้พลังเงินรวม สส.เข้าพรรค และเพิ่มประชานิยม ซึ่งชาวบ้านตอบรับสูงมาก แต่พรรคทักษิณรวมศูนย์อำนาจและคอร์รัปชั่นแบบสุดขั้ว คุกคามอำนาจทหาร ฝ่ายอนุรักษ์ และกลุ่มทุนใหญ่อื่นๆ จนมีการต่อต้านรุนแรง เกิดรัฐประหารขึ้น 2 หน

“ธีรยุทธ” เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์คงตั้งรัฐบาลหน้าขึ้นได้ แต่ความชอบธรรมจะต่ำ เพราะรูปแบบการประสานประโยชน์ ระหว่างพลังทหาร ข้าราชการ กลุ่มอนุรักษ์ และกลุ่มทุนใหญ่ ปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คสช.ทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ เช่น ปปช. กกต. ปิดกั้นการตรวจสอบ พฤติกรรมเลือกตั้งก็ไม่ต่างไปจากระบอบทักษิณในอดีต คือ มีการเอารัดเอาเปรียบก่อนเลือกตั้ง เช่น ดิสเครดิตนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามโดยอำนาจรัฐที่ตนมี จับกุม ดำเนินคดี ไปจนถึงการแจกเงินคนจน คนแก่ ข้าราชการ ชาวไร่ ชาวสวน บัตรเครดิตคนจน แจกซิมฟรี ช้อปช่วยชาติ ขึ้นรถไฟฟ้าฟรีฯ

ปี 2542 พรรคทักษิณพัฒนาการซื้อเสียงธรรมดา มาเป็นการประมูลสัมปทานจัดตั้งรัฐบาล โดยใช้ประชานิยม ประมูลเสียงชาวบ้านอย่างได้ผล ได้รับการต่ออายุสัมปทานซ้ำหลายรอบ การเลือกตั้งครั้งนี้พฤติกรรมของพรรคพลังประชารัฐบ่งว่า จะซ้ำรอยการประมูลสัมปทานคะแนนเสียงเช่นกัน

“ธีรยุทธ” เสนอว่า พล.อ.ประยุทธ์ กองทัพ และทหารที่มีวิจารณญาณ ต้องไม่ทำให้เกิดการเลือกตั้งสกปรก หรือโกงเลือกตั้งแบบเผด็จการทหารปี 2500 เพราะทำให้ความชอบธรรมต่ำ ถ้ารัฐบาลประยุทธ์ชนะเลือกตั้งจะเจอปัญหารุมเร้าตั้งแต่เริ่มต้น..

เฮ้อ..“บิ๊กตู่” ไม่สนใจคำท้วงติงกับข้อเสนอ ของ “ดร.อาทิตย์” กับ “ธีรยุทธ” หรอก เพราะ “ผู้นำเผด็จการคนนี้” หลง “ตน” เป็น “เทพเจ้าแห่งความถูกต้อง” ไปแว้ว!

“หัวโขนนายกฯ” ชื่นชมได้แค่ชั่วคราว! ผลงานแก้ต้นเหตุปัญหาให้ชาติ ผู้คนจะชื่นชมไปนิรันดร์!

เลือกตั้งก่อนปฏิรูปชาติ..ถ้าชาติเสียหาย..ชื่อเสียง “บิ๊กตู่” ป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่นอน..!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...