ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - สิ้นตำนานขุนพลเพลงพิณ “น้าหว่อง - มงคล อุทก” หนึ่งในสมาชิกวงดนตรีตำนานเพลงเพื่อชีวิต “คาราวาน” เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 67 ปี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2561 ท่ามกลางความเสียใจอย่างสุดซึ้งของมิตรสหาย ตลอดจนผู้เคารพรักในหัวใจและผลงานของ “ขุนพลพิณ พนมไพร”
โลกดนตรีเพื่อชีวิตที่มีวงคาราวานอยู่หน้าสุด ภาพจำของน้าหว่อง คือ “มือพิณประจำวง” ผู้บรรเลงดนตรีอีสานที่ขับขานเคียงคู่ดนตรีสากลอย่างกีตาร์ได้อย่างลงตัว ผสมผสานวัฒนธรรมทางดนตรีระหว่างดนตรีพื้นบ้านอีสานกับดนตรีตะวันตกได้อย่างกลมกลืน
“มงคล อุทก” หรือ “หว่อง คาราวาน” เป็นนักดนตรีเพื่อชีวิต 1 ใน 4 สมาชิกหลักของ “คาราวาน” วงดนตรีเพื่อชีวิตที่เป็นตำนาน ประกอบด้วย สมาชิก 4 คน ได้แก่ สุรชัย จันทิมาธร (หงา), วีระศักดิ์ สุนทรศรี (แดง), ทองกราน ทานา (อืด) และ มงคล อุทก (หว่อง)
“น้าหว่อง” เกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2494 พื้นเพเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด เริ่มต้นชีวิตในเส้นทางดนตรีด้วยการก่อตั้งวง “บังคลาเทศแบนด์” ร่วมกับ ทองกราน ทานา (อืด บังคลาเทศแบนด์) ขณะเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษานครราชสีมา (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน) จบการศึกษาด้านศิลปะ เล่นเครื่องดนตรี เช่น พิณ กีตาร์ และเมาท์ออร์แกน
ต่อมา ได้พบกับ สุรชัย จันทิมาทร และเข้าร่วมเป็น 1 ใน 4 สมาชิก ก่อตั้งวงดนตรีเพื่อชีวิต “คาราวาน” เมื่อปี 2517 มีผลงานแต่งเพลงกับวงคาราวาน เช่น เพลงลุกขึ้นสู้, ถั่งโถมโหมแรงไฟ, ลำเพลินเจริญใจขับไสไอ้กัน, คนไร้ราก, โอ๊ยชีวิต ฯลฯ
บทเพลงของ น้าหว่อง สร้างสรรค์สะท้อนสังคม หนึ่งในเพลงที่ถูกจดจำเป็นเพลงประจำตัวของคือ “เพลงพิณ” นับเป็นเพลงที่สื่อถึงเอกลักษณ์และตัวตนได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะท่อนที่ว่า
“... ชีวิตเหมือนพิณกรีดสาย
เล่นไปตามลาย ไปตามสายเสียงเพลง
คนนี้ ใจนี้ มือนี้ ชีวิตเขามีแต่ดนตรีบรรเลง ...”
น้าหว่อง เคยกล่าวถึงเพลงพิณบทเพลงประจำตัวผ่านรายการ “เป็นตาฮัก” ทางช่อง News1 ความว่า
“พิณคือเสียงคือสื่อที่ใสซื่อและยุติธรรม คือเป็นเพลงที่ให้เกียรติกับพิณซึ่งได้มาร่วมอยู่ในวงดนตรีเพื่อชีวิต”
ตลอดทั้งชีวิตของ น้าหว่อง ไม่เคยห่างหายจากดนตรีและเสียงเพลงแม้จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต นอกจากนี้ ยังมีผลงานเขียนหนังสือเล่าเรื่องราวประสบการณ์ในแวดวงการเพลงเพื่อชีวิต ชื่อ “เพลงพิณพนมไพร” เมื่อปี 2544
ทั้งนี้ งานวิจัยเชิงลึกเรื่อง “การประยุกต์ใช้พิณและโหวดของมงคล อุทก เพื่อการบรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีสากล” โดย กาญจนา วัฒนะพิพัฒน์ และศรัณย์ นักรบ เผยแพร่ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจ ตัดทอนบางตอน ความว่า
“...มงคล อุทก นักร้องและผู้ประพันธ์เพลงคนหนึ่งของวงคาราวาน จากการที่เป็นชาวอีสานโดยกำเนิด ทำให้ได้ซึมซับวัฒนธรรมดนตรีอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงได้มีการนำเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน ได้แก่ พิณและโหวด มาประยุกต์เพื่อบรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีสากล ซึ่งสามารถบรรเลงร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทำให้บทเพลงของวงคาราวานมีกลิ่นอายหรือสำเนียงของดนตรีพื้นบ้านอีสาน และได้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งบทเพลงเหล่านี้ได้รับความนิยมมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี
“...มงคล อุทก มีเทคนิคเฉพาะตัวในการประสานทำนอง ตามหลักการที่เรียกว่า “อิมโพรไวเซชัน” (Improvisation) ภายในบทเพลง รวมถึงการบรรเลงเสียงประสานยืน (Drone Harmony) ในเพลงต่างๆ โดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของสำเนียงเสียงพิณอีสานที่มีความเป็นดนตรีพื้นบ้านอย่างชัดเจน
“...ในการบรรเลงพิณของ มงคล อุทก นั้น ส่วนใหญ่เป็นการบรรเลงเพื่อประกอบบทเพลงขับร้อง รวมถึงการแสดงดนตรีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสังคมที่เรียกว่า 'บทเพลงเพื่อชีวิต' นอกจากบทเพลงหรือดนตรีมีหน้าที่เพื่อตอบสนองความต้องการด้านจิตใจของมนุษย์แล้ว เนื้อหาของบทเพลงผู้ประพันธ์มีการสื่อสารด้านความหมายที่มีนัยสำคัญต่อวัฒนธรรมและสังคมไทย และนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ของสังคม ซึ่งบทเพลงและดนตรีของมงคล อุทก และวงคาราวาน ถือเป็นส่วนประกอบของกิจกรรมทางสังคม โดยเฉพาะการเข้าไปมีส่วนร่วมกับสังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม และความขัดแย้งทางสังคม
“...มีการปรับเปลี่ยนระบบเสียงของเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานทั้งพิณและโหวดใหม่ตามหลักทฤษฎีดนตรีตะวันตก รวมถึงการนำเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ร่วมกับเครื่องดนตรี”
นักดนตรีผู้เป็นตำนาน “ขุนพลพิณ พนมไพร” นับเป็นผู้สร้างเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมระหว่างดนตรีพื้นบ้านอีสานกับดนตรีตะวันตก
ชีวิตทอดยาวบนเส้นทางดนตรี จวบจนวาระสุดท้ายชีวิต “น้าหว่อง - มงคล อุทก” วัย 67 ปี เสียชีวิตกลางดึก ณ ร้านอาหารครัวสมเกียรติอาหารป่า ย่านซอยบุญประเสริฐ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2561 โดยแพทย์ระบุสาเหตุเกิดจากระบบหายใจและไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากภาวะหัวใจโต
ขณะที่มิตรสหายร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียในครั้งนี้ “น้าหงา - สุรชัย จันทิมาธร” นักร้องนักแต่งเพลงมิตรสหายร่วมวงคารวาน ได้โพสต์ข้อความอาลัยผ่าเฟซบุ๊กส่วนตัว ความว่า
“เสียใจสุดซึ้ง-ถึงเพื่อนลาจาก เพลงพิณวิบาก-เมืองพนมไพร คาราวานหว่องสิ้น-ราวแผ่นดินไหว-คารวาลัย-ไปดี ไปดี”
“น้าหมู - พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ” นักร้องนักดนตรีเพื่อชีวิต เจ้าของฉายา กวีศรีชาวไร่ อดีตสมาชิกวงดนตรีคาราวานยุคเริ่มต้น โพสต์ข้อความอาลัยต่อการจากไปของ น้าหว่อง คาราวาน ความว่า
"วันนี้เพื่อนเดินทางไปสู่เส้นทางสวรรค์แล้ว เราเดินทางร่วมกันบนโลกนี้ในเส้นทางวิบากมานานแสนนาน วันนี้เพื่อนเดินก้าวไปอีกโลกหนึ่งแล้ว ไปดีนะ จะกี่ภพกี่ชาติ เราจะเดินร่วมทางกับหว่องทุกเส้นทาง รักเพื่อนมาก”
“น้าซู - ระพิน พุทธชาติ” หรือ น้าซู วงซูซู ศิลปินเพื่อชีวิต โพสต์ข้อความอาลัยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ความว่า
“ครู คาราวาน พิณพนมไพร กล้าหาญ แรงบันดาลใจ ลูกหลาน สู่สวรรค์ สุคติ ครับครูหว่อง”
ปิดตำนาน “ขุนพลพิณ พนมไพร”


