xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ตลาดนัดจตุจักร ขุมทรัพย์หมื่นล้าน 8 ปีในอ้อมกอดรฟท.ใกล้คัมแบ็กกทม.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - เป็นที่แน่นอนแล้วว่า อย่างเร็วปีหน้า 2562 ตลาดนัดขนาดใหญ่ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 แห่ง คือตลาดนัดสวนจตุจักร แห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 (ตลาดนัดมีนบุรี) จะกลับมาอยู่ในมือ และบริหารโดย“สำนักงานตลาดกทม.”หน่วยราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครอีกครั้ง หลังจากไปอยู่ในมือของหน่วยงานอย่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตั้งแต่ปี 2554 หรือกว่า 8 ปี

ขณะที่ตลาดนัดจตุจักรมีนบุรี เป็นการยุบรวมระหว่าง“กองอำนวนการตลาดนัด กทม.”มาอยู่ในสังกัด “สำนักงานตลาด กทม.”เพื่อจัดตั้งเป็นการพาณิชย์ของ กทม. สาเหตุที่ต้องยุบรวม คือ ประสบสภาวะขาดทุนอย่างหนัก แว่วว่า ปีละมากกว่าหลักสิบล้านบาท

นอกจากนั้น ยังได้ขอคืนพื้นที่ตลาดนัดกลางคืนจตุจักร กรีน หรือ เจเจกรีน ให้กับมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เพื่อจัดทำโครงการอุทยานสวนจตุจักร เชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง เข้าไว้ด้วยกัน

กลับมาดูว่า“ตลาดนัดสวนจตุจักร แห่งที่ 1”จะกลับมาอยู่กับ กทม.อย่างไร

วันก่อน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ครั้งที่ 8/2561 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน  

สรุปได้ว่า ในส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาตลาดนัดจตุจักร ระหว่าง 3 ฝ่าย คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย กทม. และ ผู้ค้าตลาดนัดสวนจตุจักร ได้ข้อสรุปว่าให้ กทม. กลับมาบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรดังเดิม ทั้งเรื่องของการบริหารจัดการภาพรวม การเก็บขยะ และการเก็บค่าเช่า เนื่องจากเป็นองค์กรท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญการจัดการตลาดนัด 

ส่วนการรถไฟฯ จะยังได้รับประโยชน์ “ค่าเช่าที่ดินจากกทม.”และยังได้พนักงานกลับไปปฏิบัติงานตามเดิม สามารถแก้ไขปัญหาพนักงานขาดแคลนได้

(ข้อมูลที่ รฟท.ในยุครัฐบาลเพื่อไทยรายงานพบว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปี หลังหมดสัญญา ที่ กทม.บริหาร รฟท.ได้รับเงินค่าเช่าจาก กทม.รวมทั้งหมด เพียง 147 ล้านบาท เท่านั้น) 

ทั้งนี้ ผู้ค้าจะได้รับประโยชน์เรื่องค่าเช่าจากเดิมที่จ่ายให้การรถไฟฯ 3,157 บาทต่อเดือน แต่ถ้า กทม. เข้ามาบริหารจัดการค่าเช่าจะลดลงเหลือ 1,800 บาท

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการให้ช่วยกันเจรจาตกลงว่า ค่าเช่าจะสามารถลดลงได้อีกหรือไม่ เท่าที่จะทำได้ โดยทุกฝ่ายยังได้ผลประโยชน์

ด้าน กทม.เอง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ก็เคยพูดหลายครั้งว่า กทม.ไม่ขัดข้อง และยินดีที่จะบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักร แต่ต้องให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ โดยได้รายงานไปยัง นายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากมีคำสั่งให้ กทม. เข้าบริหารตลาดนัดจตุจักร กทม.ก็มีความพร้อม

หากจำได้ เมื่อวันที่ 2 ม.ค.54 เป็นวันแรกที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ได้เข้าไปบริหารพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร ต่อจากกรุงเทพมหานคร หลังจากสัญญาเช่าพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร ของกรุงเทพมหานคร ได้หมดสัญญาลงเมื่อ วันที่ 1 ม.ค.54
 
หลังจากมีการคัดค้านจากผู้ค้ามาตลอด จนนำมาสู่การฟ้องร้องในศาลปกครองจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายกฟ้อง ในคดีที่ผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักร ยื่นฟ้อง รฟท. , ผู้ว่าฯ รฟท. และ ผอ.บริหารพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 กรณีขอให้ศาลเพิกถอนประกาศการปรับขึ้นอัตราค่าเช่าแผงค้า ในตลาดนัดจตุจักร

ครั้งนั้น มีการลงทะเบียน ผู้ค้าเก่า-ใหม่ ทั้งผู้ค้าที่ติดปัญหาน้ำท่วมปี 2554 รวมถึงวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ 2554 มีผู้ค้ารายเดิมกว่า 8 พันราย ใช้สิทธิ์เช่าพื้นที่จตุจักรในขณะนั้น

ขณะที่การบริหาร มีการตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปเรื่องทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างของ กทม. ที่อยู่ในพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรทั้งหมด มีการรื้อถอนตามสัญญา มีการซื้อคืน

ฝ่ายบริหาร รฟท. ระบุว่า เป็นการเปลี่ยนตัวผู้บริหารเท่านั้น ซึ่งการค้าขาย จะยังคงดำเนินต่อไปเหมือนเดิม รวมถึงมีการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และพนักงานทำความสะอาด 2 บริษัท

จากนั้นเป็นต้นมา กลุ่มผู้ค้า เข้าร้องเรียนกับหลายหน่วยงาน เช่น กลุ่มสหกรณ์บริการผู้ค้าและผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. แจ้งความประสงค์ต้องการให้ กทม. กลับมาบริหารตลาดนัดจตุจักร
 
หลังจาก เมื่อปี 2557 นายเฉลิมชัย เขียวประดิษฐ์ ผอ.ตลาดนัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ทำหนังสือถึง คสช. ขอให้ กทม. กลับเข้ามาเป็นผู้บริหารตลาดนัดจตุจักร แทนรฟท. ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน

ให้เหตุผลว่าเนื่องจาก รฟท.“มีการเก็บค่าเช่าแพง และการเก็บค่าสาธารณูปโภคไม่เป็นรูปธรรม อีกทั้งไม่ยังสามารถจัดการกับผู้เข้ามาเปิดท้ายขายสินค้าในตลาดได้”

ทุกครั้งจะระบุว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารงานของรฟท. ในประเด็นที่ต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินของ รฟท. ตารางเมตรละ 2,700 บาท ขณะที่ค่าเช่าที่ของตลาดเอกชน บริเวณรอบตลาดนัดจตุจักร มีค่าเช่าอยู่ที่ ตร.ม.ละ 1,100-1,400 บาท

มีปัญหา หลังรฟท.เริ่มเข้าบริหารจัดการและมีนโยบายเปิดให้กลุ่มผู้ค้าภายนอกเข้ามาตั้งแผงค้าริมถนนรอบพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร พร้อมส่งเสริมให้เป็นถนนคนเดิน ทำให้กลุ่มผู้ค้าภายในตรอกซอย ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากประชาชนได้เดินจับจ่ายใช้สอยแต่พื้นที่รอบนอก ไม่เดินเข้ามาภายใน ทำให้ ผู้ค้าขายสินค้าได้ลดลง และทยอยย้ายออกจากตลาดนัดหลายสิบราย

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ค้ามีค่าใช้จ่ายสูงมาก ในการบริหารจัดการ และดูแลตลาดนัดจตุจักร หรือแพงกว่าเดิมที่ กทม. เคยจัดเก็บถึง 7 เท่า จาก 470 บาท เป็น 3,600 บาท

อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ค้าในตลาดนัดสวนจตุจักร ยังเคยสะท้อนปัญหาต่อ นายนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ขณะลงพื้นที่ตลาดนัดสวนจตุจักร เพื่อดูประเด็นการท่องเที่ยว โดยสรุปคือ เรียกร้องให้ กทม. กลับบริหารตลาดเหมือนเดิม

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาต่อเนื่อง เช่น ผู้ประกอบการค้าตลาดนัดจตุจักร เข้ายื่นหนังสือถึง รมว.คมนาคม เพื่อขอให้รฟท. ยกเลิกการประมูลให้สิทธิ์เอกชนเข้ามาจัดตลาดปูผ้า รอบถนนภายในตลาดนัดสวนจตุจักร ที่จะปิดขายส่งประมูลในวันที่ 27 ก.ย.61

ยื่นกระทรวงคมนาคม เรียกร้องให้ รฟท.ไกล่เกลี่ยปัญหาการชำระเงินค่าเช่าแผงค้าให้ รฟท. หลังจากได้รับปัญหาจากการเรียกเก็บในอัตราที่สูงกว่าราคาเอกชนที่อยู่ใกล้เคียง ขณะเดียวกัน ยังมีการบล็อกการชำระเงินในทุกช่องทาง ส่งผลให้ผู้ค้า มียอดค้างชำระและบีบบังคับให้ชำระเงินเป็นก้อนใหญ่ในครั้งเดียว

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา รฟท.ระบุถึงการแก้ปัญหาผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร มาตลอด 8 ปี

เช่น ในปี 2558 สมัยที่นายประภัสร์ จงสงวน ยังดำรงตำแหน่ง“ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย”ระบุว่า มีผู้ที่คัดค้านเพียง 618 ราย และอีกส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มที่มีหนี้ค้างชำระรฟท.อยู่ และหากกทม.จะเข้ามาเป็นผู้บริหารตลาดแห่งนี้ มองว่าหากรฟท.เปิดให้เอกชนรายใหม่ที่มีความชำนาญเข้ามาร่วมประมูล และเข้ามาบริหารจัดการ น่าจะดีและเกิดประโยชน์กับตลาดนัดจตุจักร มากกว่า

"เงินรายได้ที่ รฟท. จัดเก็บค่าเช่านั้น ก่อนหน้านี้นำมาปรับปรุงตลาดให้มีสภาพที่ดีขึ้น เมื่อปี 2556 ติดตั้งทีวีวงจรปิด ปรับปรุงระบบกระจายเสียงในตลาด ปรับปรุงระบบไฟฟ้า และแสงสว่าง ก่อสร้างห้องน้ำเพิ่ม บริการฟรีให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้ค้าในตลาด รวมทั้งการปรับเปลี่ยนหลังคาใหม่ และในปี 2557 ตั้งงบประมาณไว้ 70 ล้านบาท เพื่อดำเนินการปรับปรุงทางเดิน เปลี่ยนสายไฟฟ้าเก่าทั้งหมด"

เช่นเดียวกับช่วงที่เกิดไฟไหม้ ตลาดจตุจักรนั้น รฟท. เข้าไปดูแลซ่อมแก้ไขทั้งหมด และจัดหาพื้นที่ชั่วคราวให้ผู้ค้าได้ขายของโดยไม่คิดค่าเช่า และไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้ค้า ส่วนอัตราค่าเช่าแผงปัจจุบัน รฟท. กำหนดค่าเช่าแผง 3,157 บาท ค่าภาษีโรง 415 บาท รวมเป็น 3,562 บาท เป็นอัตราตามระเบียบ

"สมัยที่ กทม.บริหารตลาดจตุจักร แม้จะเก็บค่าเช่า แผงราคาถูกมาก แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้วสูงกว่าที่ รฟท.เรียกเก็บ ส่วนการปรับปรุงตลาดหรือเพิ่ม สิ่งอำนวยความสะดวกก็เรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้ค้าทั้งสิ้น ปัจจุบันตลาดนัดจตุจักร มีแผงค้าทั้งหมด 8,480 แผง หลังจากสัญญาเดิม 2 ปี (สิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 58) บอร์ด รฟท. มีมติให้ผู้ค้ารายเดิมต่อสัญญาอีก 5 ปี ในอัตราค่าเช่าเดิม ผู้ค้ากว่า 80% ต่อสัญญาแล้ว"

บทสัมภาษณ์ นายประภัสร์ ที่ระบุในช่วงนั้นว่า รฟท.ได้เข้ามาพัฒนาอะไรบ้าง กับตลาดนัดสวนจตุจักร

หรือล่าสุด แม้ รฟท. จะพยายามแก้ปัญหามาโดยตลอด เช่าปัจจุบันในการจัดเก็บค่าเช่ารวมกับค่าบริหารจัดการ 3,157 บาทต่อล็อก ต่อเดือน เป็นค่าเช่าพื้นที่ 890 บาท ตามที่ นายศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผอ. ฝ่ายบริหารโครงการพัฒนาที่ดิน รฟท. ให้ข้อมูลไว้

ยังมีค่าสาธารณูปโภคทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มีต้นทุนเดือนละ 5.3 ล้านบาท ค่าจ้างจัดการเกี่ยวกับขยะเดือนละ 4.3 ล้านบาท ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงค่าเช่า 3,157 บาทต่อล็อก ต่อเดือน เฉลี่ยผู้เช่าจะได้ขายสินค้าเดือนละ 8 วัน พบว่าเป็นค่าเช่าวันละ 390 บาท ถือว่าราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับทำเลตลาดนัดจตุจักร ที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติ มาจับจ่ายใช้สอย

ส่วนค่าเช่าที่ กทม. เคยจัดเก็บในอดีต 600 บาท ต่อล็อก ต่อเดือนนั้น เป็นค่าเช่าที่เคยทำสัญญาเช่ากับ รฟท. จ่ายค่าเช่าเพียงปีละ 1.6 ล้านบาท และในช่วงที่มีการขอพื้นที่คืนจากกทม.นั้น รฟท.ได้ยื่นข้อเสนอหาก กทม. จะบริหารพื้นที่ต่อต้องเสียค่าเช่าตามผลการศึกษาทางวิชาการที่มาจากสภาพทำเลปีละประมาณ 400 ล้านบาท

โดย กทม.ต่อรองขอเช่าราคา 79 ล้านบาท ดังนั้น หาก กทม.จะบริหารต้องจ่ายเพิ่มจากปีละ 1.6 ล้านบาท เป็น 79 ล้านบาท และจะต้องปรับขึ้นค่าเช่ากับผู้ค่าเช่นเดิม

ยืนยันว่า ค่าเช่าที่ รฟท. จัดเก็บเป็นราคาเหมาะสม กับการบริหารจัดการพื้นที่เช่าของผู้ประกอบการในตลาดนัดจตุจักรที่กว่า 10,000 ร้าน บนเนื้อที่ 70 ไร่
 
ล่าสุด การแก้ไขปัญหาน่าจะมาถึงจุดสิ้นสุด หลังจาก นายศิริพงศ์ ออกมาระบุว่า รฟท.ได้ตั้งคณะทำงานกำหนดอัตราการจัดเก็บค่าเช่าพื้นที่ภายในตลาดนัด โดยจะแบ่งพื้นที่เป็น 5 โซน คิดค่าเช่าตามทำเล เริ่มจาก โซน Aจะจัดเก็บค่าเช่าเท่ากับอัตราที่เรียกเก็บในปัจจุบัน ที่ 3,157 บาท ต่อพื้นที่ 5 ตารางเมตร ต่อเดือน ลดหลั่นลงไปขั้นละ 10-15% ต่ำสุดอาจไม่เกิน 1,700 บาทต่อเดือนคาดว่าตั้งแต่ต้นปีหน้า 2562 เป็นต้นไป จะสามารถจัดเก็บค่าเช่าอัตราใหม่ได้

นอกจากนี้ รฟท. จะผ่อนปรนให้ผู้ค้าสามารถเช่าช่วง หรือซื้อขายแผงค้ากันได้อย่างถูกต้อง แต่ต้องแจ้งรายละเอียดให้ รฟท. รับทราบก่อน และให้เลื่อนเวลาขายสินค้าริมทางเดิน จาก 19.00 น. เป็น 20.00 น. แทน เนื่องจากสัญญาค่าเช่าแผงที่จะหมดในเดือนก.พ.ปี 62(อายุสัญญา5ปี)

ประเด็นข้างต้นนี้ ผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร แสดงความรู้สึกพอใจ กับแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว และขอบคุณที่ผู้บริหาร รฟท. เข้าใจปัญหาของผู้ค้า
 
ข้อมูลทั้งหมดถูกส่งมายัง คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน ได้ข้อสรุปข้างต้น ปีหน้า กทม.จะเข้ามาบริหารตลาดนัดจตุจักร 1 ที่มีรายได้มากกว่าหมื่นล้านบาท ต่อปีต่อจากรฟท. ที่จะกลับไปเก็บค่าเช่าเช่นเดิม




กำลังโหลดความคิดเห็น...