xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เปิดงานวิจัย “กินน้อยแก่ช้าตายยาก กินมากแก่ง่ายตายเร็ว” (ตอนที่ 1) !!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ณ บ้านพระอาทิตย์
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

องค์ความรู้ด้านสุขภาพของคนในยุคปัจจุบันที่ได้ใช้การวิจัยเป็นเครื่องมือทำให้เรื่องที่เกิดการถกเถียงในเรื่องความคิดเห็นที่แตกต่างได้เริ่มคลี่คลายมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสับสนที่ประชาชนเคยถูกหลอกทั่วโลกได้ถูกโซเชียลมีเดียหรือเครือข่ายสังคมเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร สืบค้นความจริง และโต้กลับความเท็จทั้งปวง จนทำให้ภาครัฐในหลายประเทศต้องเปลี่ยนนโยบายที่กระทบต่อผลประโยชน์ของทุนอาหารและยามากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนทั่วไป และความเร็วของข้อมูลข่าวสารในยุคปัจจุบัน ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างถูกเปิดเผยความจริงออกมาหลายระลอกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และจะทำให้มนุษย์ในยุคต่อไปนี้มีความชาญฉลาดในการบริโภคมากขึ้น ซึ่งย่อมจะเป็นผลทำให้อายุยืนได้มากขึ้นด้วย หากปฏิบัติตามข้อมูลและงานวิจัย ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ไขมันทรานส์ทำให้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจ [1]

ไขมันที่ไม่อิ่มตัว (ถั่วเหลือง, ข้าวโพด, ดอกทานตะวัน, รำข้าว) เป็นไขมันที่ไม่เหมาะกับการผัดทอดด้วยความร้อนสูง เพราะทำให้เกิดอนุมูลอิสระรวมถึงสารพิษอัลดีไฮด์และอะคริลาไมด์ทำให้เพิ่มความเสี่ยงหลายโรค มากกว่ากลุ่มไขมันอิ่มตัว [2]-[4]

การกินไขมันไม่อิ่มตัวกลุ่มที่มีไขมันไลโนเลอิกหรือโอเมก้า 6 มาก (เช่น ถั่วเหลือง, ข้าวโพด, ดอกทานตะวัน, รำข้าว) แม้อาจทำให้คอเลสเตอรอลลดลง แต่กลับทำให้เสี่ยงเสียชีวิตโดยรวมสูงเพิ่มมากขึ้นจากการอักเสบของหลอดเลือด [5]

ผู้สูงวัยที่มีคอเลสเตอรอล และ แอลดีแอล (LDL) ลดลงอาจหมายถึงสัญญาณเพิ่มความเสี่ยงใกล้ป่วยสารพัดโรคและเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น [5]-[9]

แอลดีแอล (LDL) ที่ถูกเรียกว่าไขมันเลวก็อาจจะไม่ได้เลวร้ายไปทุกชนิด เพราะแอลดีแอล (LDL)จะเป็นอันตรายเฉพาะที่มีขนาดเล็กและหนาแน่นเท่านั้น [10]

เนื้อแดงแปรรูป ซึ่งก็คือการนำเนื้อสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หมู วัว แพะ แกะ ม้า มาแปรรูป เช่น ลูกชิ้น,ไส้กรอก, แฮม, เบคอน ฯลฯ เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ [11]-[14] และการบริโภคเนื้อแปรรูปทุกชนิดเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจด้วย [11], [13]-[17]

สิ่งที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจเกี่ยวกับความเสี่ยงของเนื้อสัตว์ในประเด็นแร่ธาตุเหล็กที่ดูดซึมง่ายซึ่งอยู่ในรูปของฮีม (Heme Iron) [18] อาจจะเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน โดยเฉพาะผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว [19]-[21] ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือแอลคาร์นิทีน เป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเราเอง โดยสังเคราะห์มาจากอาหารที่มีโปรตีนสูงซึ่งทำให้ได้กรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) ซึ่งเมื่อถูกย่อยโดยจุลินทรีย์ในลำไส้ของมนุษย์แล้วกลับพบสารประกอบที่อาจจะนำไปสู่การอักเสบของหลอดเลือดหรือหลอดเลือดแข็งตัวได้ [22]

สอดคล้องกับงานวิจัยที่มีการแยกแยะชนิดของไขมันอิ่มตัว พบว่าไขมันอิ่มตัวจากเนื้อสัตว์เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ และให้ผลตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงจากไขมันอิ่มตัวที่ได้จากนมที่กลับลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ [23]

นอกจากนั้นสำนักงานวิจัยระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยมะเร็ง (International Agent for Research on Cancer) ขององค์การอนามัยโลก ยังระบุด้วยว่าเนื้อแปรรูปทุกชนิดเป็นสารก่อมะเร็งลำไส้ และเนื้อแดงน่าจะเป็นสารก่อมะเร็งลำไส้อีกด้วย [24]

แป้งขัดขาวและน้ำตาลหรืออาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูงทำให้เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน, โรคหลอดเลือดแข็งตัว, โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง [25]-[28]

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเอเชียตะวันออกบริโภคข้าวขัดขาวเป็นอาหารหลัก ซึ่งสอดรับกับผลการวิจัยระบุว่าข้าวขัดขาวมีความสัมพันธ์โดยตรงในการเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นถึง 55% [29][30] ในขณะที่คนที่เปลี่ยนการบริโภคข้าวขัดขาวมากินข้าวกล้องไม่ขัดสีจะช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานลง 16% [31] แต่ถ้าบริโภคถั่วแทนข้าวขัดขาวนอกจากจะทำให้ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจโดยรวมแล้วยังทำให้โรคที่เกิดจากการเผาผลาญผิดปกติลดความเสี่ยงลงถึง 33% [32]

และถ้าลดโรคเบาหวานจากการกินอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำแล้ว ก็จะส่งผลทำให้ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจไปโดยปริยายด้วย [33]-[36]

ถึงแม้งานวิจัยดังตัวอย่างข้างต้นจะทำให้เปรียบเทียบได้ว่าบริโภคสิ่งใดมีโทษหรือมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่ากัน แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะบริโภคสิ่งที่คิดว่ามีประโยชน์มากกว่าหรือมีโทษน้อยกว่านั้นจะบริโภคในจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ ด้วยเหตุผลนี้ทุกงานวิจัยที่เกี่ยวกับโภชนาการจึงมักจะระบุ “ปริมาณการบริโภค” ที่ทำให้เกิดประโยชน์นั้นบริโภคจำนวนเท่าไหร่ ไม่มีงานวิจัยใดที่ระบุว่าบริโภคมากเท่าไหร่ก็ได้อย่างไม่มีขีดจำกัดแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ

ตัวอย่างเช่น งานวิจัยล่าสุดที่ผู้เขียนได้เคยนำมาเผยแพร่ ในเรื่องการทดลองในมนุษย์ซึ่งเผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ชื่อดังของอังกฤษ BMJ Open เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561 โดยตั้งใจเลือกกลุ่ม “ผู้สูงวัย” ทั้งชายและหญิงจำนวน 91 คน ซึ่งมีช่วงวัยตั้งแต่ 50 ปี ถึง 75 ปี โดยมีอายุเฉลี่ย 60 ปี นำมาแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่มใกล้เคียงกัน เพื่อเปรียบเทียบกลุ่มที่ดื่มน้ำมันมะพร้าว กินเนย และดื่มน้ำมันมะกอก โดยให้รับประทานวันละ 50 กรัม เป็นเวลา 4 สัปดาห์

ได้ผลสรุปว่า HDL(ไขมันตัวดี) สูงเพิ่มขึ้นมากที่สุดกลับเป็นกลุ่มที่กินน้ำมันมะพร้าว ส่วนค่า LDL (ถูกเรียกว่าไขมันตัวเลว) ลดลงมากที่สุดก็เป็นกลุ่มที่กินน้ำมันมะพร้าวเช่นกัน และสัดส่วนระหว่างคอเลสเตอรอลหารด้วย HDL ซึ่งยิ่งลดลงมากยิ่งดีนั้น กลุ่มที่มีสัดส่วนลดมากที่สุดก็กลับเป็นกลุ่มที่กินน้ำมันมะพร้าวอยู่ดี แม้ว่าจะไม่แตกต่างกันมากนักเมื่อเทียบกับน้ำมันมะกอก แต่ส่วนค่าโปรตีนที่วัดค่าการอักเสบกลับลดลงในกลุ่มที่ดื่มน้ำมันมะพร้าวมากที่สุด รองลงมาคือน้ำมันเนย แต่ที่เพิ่มขึ้นกลับเป็นน้ำมันมะกอก [37]

ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้วอาหารหนึ่งชนิดต่างก็มีคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน ปะปนกันอยู่ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่ามีสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นการที่มนุษย์เรามีข้อมูลมากขึ้นก็ย่อมทำให้ฉลาดเลือกสัดส่วนอาหารให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นการ “ลดน้ำหนัก” ระหว่างลดคาร์โบไฮเดรตกับการลดไขมันต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2 ปี [38] เราจะพบว่าไม่ว่าจะลดน้ำหนักด้วยการลดอาหารจะทำให้น้ำหนักลดลงได้ดีจนถึงเวลาหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นน้ำหนักอาจจะค่อยๆทยอยเพิ่มขึ้นตามการปรับตัวของอัตราการเผาผลาญ (แม้จะไม่เพิ่มมากเท่ากับช่วงก่อนลดอาหาร) ปรากฏการณ์ข้างต้นเกิดขึ้นได้ทั้งการลดคาร์โบไฮเดรตหรือลดไขมัน [38] [39] อย่างไรก็ตามสัญญาณในเรื่องสัดส่วนคอเลสเตอรอลหารด้วยเอชดีแอล (ยิ่งน้อยยิ่งดี ยิ่งลดลงยิ่งดี ต่อการลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ) กลับพบว่าการลดคาร์โบไฮเดรต (ลดแป้งลดน้ำตาล)จะช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้ดีกว่าการลดอาหารกลุ่มไขมัน [38]

ดังนั้น หากจะประยุกต์งานวิจัยทางด้านโภชนาการข้างต้น เวลาเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตก็พยายามเลือกกลุ่มที่มีไฟเบอร์สูงๆและดัชนีน้ำตาลต่ำ (รับประทานผักสดให้มาก) เวลาเลือกโปรตีนก็เลือกจากพืชย่อมเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยน้อยกว่าโปรตีนจากเนื้อแปรรูปหรือเนื้อแดง ไขมันก็พยายามหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์และไขมันไม่อิ่มตัวที่ผัดทอดด้วยความร้อนสูง และเลือกไขมันชนิดดีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ฯลฯ นอกจากนี้ยังต้องปฏิบัติควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและการพักผ่อนอย่างเพียงพอด้วย

อย่างไรก็ตามหากใครก็ตามที่คาดหวังว่าจะเลือกรับประทานอาหารให้ชะลอวัยให้แก่ช้าหรืออายุยืน นอกจากจะต้องอาศัยเลือกอาหารให้ถูกต้องแล้ว ยังต้องรู้จักการควบคุมปริมาณอาหารด้วย เพราะการรู้จักลดอาหาร หรือแม้แต่มีการออกแบบให้อดอาหารร่วมด้วยบางครั้ง อาจทำให้ชะลอวัยและขยายอายุขัยของมนุษย์ได้ด้วย

ทั้งนี้ เป็นเพราะว่ามีผลการวิจัยในหนูทดลองจำนวนมากว่าการลดปริมาณอาหารลงทำให้หนูทดลองอายุยืนขึ้นเจ็บป่วยตามวัยช้าลงอย่างชัดเจน [40]-[43] ในขณะที่งานวิจัยในลิงก็มีผลไปในทิศทางเดียวกัน [44] [45]

นอกจากนี้ งานวิจัยที่สังเกตชุมชนชาวโอกินาวาของประเทศญี่ปุ่นที่อายุยืนกว่าอายุเฉลี่ยของมนุษย์ทั่วไป อีกทั้งยังอายุยืนกว่าชาวญี่ปุ่นทั่วไปด้วยนั้นพบว่า ชาวโอกินาวากินอาหารที่มีพลังงานต่ำกว่าชาวญี่ปุ่นทั่วไปประมาณ 20% [46] และในวัยหนุ่มสาวจนถึงวัยกลางคนของชาวโอกินาวาก็ถูกให้คำแนะนำให้รู้จักใช้กำลังกายในการทำงานเป็นเกษตรกรให้มากกว่าพลังงานที่บริโภคประมาณ 10-15% [47]

ตัวอย่างข้างต้นเพื่อเป็นการโหมโรงให้ทราบเอาไว้ก่อนว่า งานวิจัยในยุคหลังที่ลงลึกไปในระดับรหัสพันธุกรรมค้นพบว่าการบริโภคน้อยในระดับที่ไม่ใช่ทุพโภชนาการ และการบริโภคน้ำตาลน้อยจะทำให้เกิดกระบวนการกินเซลล์ที่เสียหาย ซ่อมยีน อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง

และที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าคือแทบทุกศาสนาได้มีการกล่าวถึงการอดอาหาร หรือการจำกัดอาหารตามช่วงเวลาหรือเทศกาลต่างๆเอาไว้ด้วย ซึ่งหากใครได้ปฏิบัติตามแล้วก็อาจจะได้รับผลประโยชน์ทางสุขภาพได้โดยที่ไม่รู้ตัวเลยก็ได้

ด้วยความปรารถนาดี
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต

อ้างอิง
[1] Hu, FB (1997). "Dietary fat intake and the risk of coronary heart disease in women". New England Journal of Medicine (PDF). 337 (21): 1491-1499. doi:10.1056/NEJM199711203372102. PMID 9366580.10.1056/NEJM19971120337210210.1056/NEJM199711203372102

[2] Peng CY, et al., Effects of cooking method, cooking oil, and food type on aldehyde emissions in cooking oil fumes., J Hazard Mater. 2017 Feb 15;324(Pt B):160-167. doi: 10.1016/j.jhazmat.2016.10.045. Epub 2016 Oct 20.

[3] O'Brien PJ, Siraki AG, Shangari N, Aldehyde sources, metabolism, molecular toxicity mechanisms, and possible effects on human health. Crit Rev Toxicol.2005 Aug;35(7):609-62.

[4] Robert Mendick, Chief Reporter, Cooking with vegetable oils releases toxic cancer-causing chemicals, say experts, The Telegraph, Health News, 8:13 PM, GMT 07 November 2015.

[5] Ramsden CE, Zamora D, Majchrzak-Hong S, et al. Re-evaluation of the traditional diet-heart hypothesis: analysis of recovered data from Minnesota Coronary Experiment (1968-73). The BMJ. 2016;353:i1246. doi:10.1136/bmj.i1246.

[6]Anderson KM, Castelli WP, Levy D., Cholesterol and mortality. 30 years of follow-up from the Framingham study. JAMA.1987 Apr 24;257(16):2176-80.

[7] Félix-Redondo FJ, Grau M, Fernández-Bergés D. Cholesterol and Cardiovascular Disease in the Elderly. Facts and Gaps. Aging and Disease. 2013;4(3):154-169.

[8] Ravnskov U, Diamond DM, Hama R, et al. Lack of an association or an inverse association between low-density-lipoprotein cholesterol and mortality in the elderly: a systematic review. BMJ Open. 2016;6(6):e010401. doi:10.1136/bmjopen-2015-010401.

[9] Tuikkala P, Hartikainen S, Korhonen MJ, et al. Serum total cholesterol levels and all-cause mortality in a home-dwelling elderly population: a six-year follow-up. Scandinavian Journal of Primary Health Care. 2010;28(2):121-127. doi:10.3109/02813432.2010.487371.

[10] Ivanova EA, Myasoedova VA, Melnichenko AA, Grechko AV, Orekhov AN. Small Dense Low-Density Lipoprotein as Biomarker for Atherosclerotic Diseases. Oxidative Medicine and Cellular Longevity. 2017;2017:1273042. doi:10.1155/2017/1273042.

[11] Whiteman D, Muir J, Jones L, et al. Dietary questions as determinants of mortality: the OXCHECK experience. Public Health Nutr. 1999;2(4):477-87. [PubMed]

[12] Ascherio A, Willett WC, Rimm EB, et al. Dietary iron intake and risk of coronary disease among men. Circulation. 1994;89(3):969-74. [PubMed]

[13] Burke V, Zhao Y, Lee AH, et al. Health-related behaviours as predictors of mortality and morbidity in Australian Aborigines. Prev Med. 2007;44(2):135-42.[PubMed]

[14] Martinez-Gonzalez MA, Fernandez-Jarne E, Serrano-Martinez M, et al. Mediterranean diet and reduction in the risk of a first acute myocardial infarction: an operational healthy dietary score. Eur J Nutr. 2002;41(4):153-60. [PubMed]

[15] Liu J, Stampfer MJ, Hu FB, et al. Dietary iron and red meat intake and risk of coronary heart disease in postmenopausal women. Am J Epidemiol. 2003;157:S100.

[16] Sinha R, Cross AJ, Graubard BI, et al. Meat intake and mortality: a prospective study of over half a million people. Arch Intern Med. 2009;169(6):562-71.[PMC free article] [PubMed]

[17] Micha R, Wallace SK, Mozaffarian D. Red and processed meat consumption and risk of incident coronary heart disease, stroke, and diabetes mellitus: A systematic review and meta-analysis. Circulation. 2010;121:2271-83. [PubMed]

[18] Sharma S, Sheehy T, Kolonel LN. Contribution of meat to Vitamin B12, iron and zinc intakes in five ethnic groups in the USA: Implications for developing food-based dietary guidelines. J Hum Nutr Diet. 2013;26:156-68. [PubMed]
[19] Rajpathak S, Ma J, Manson J, Willett WC, Hu FB. Iron intake and the risk of type 2 diabetes in women: A prospective cohort study. Diabetes Care. 2006;29:1370-6.[PubMed]

[20] Lee DH, Folsom AR, Jacobs DR., Jr Dietary iron intake and Type 2 diabetes incidence in postmenopausal women: The Iowa Women's Health Study. Diabetologia. 2004;47:185-94. [PubMed]

[21] Zhao Z, Li S, Liu G, Yan F, Ma X, Huang Z, et al. Body iron stores and heme-iron intake in relation to risk of type 2 diabetes: A systematic review and meta-analysis. PLoS One.2012;7:e41641. [PubMed]

[22] Koeth RA, Wang Z, Levison BS, Buffa JA, Org E, Sheehy BT, et al. Intestinal microbiota metabolism of l-carnitine, a nutrient in red meat, promotes atherosclerosis.Nat Med.2013;11:576-85.[PubMed]

[23] De Oliveira Otto MC, Mozaffarian D, Kromhout D, et al. Dietary intake of saturated fat by food source and incident cardiovascular disease: the Multi-Ethnic Study of Atherosclerosis.The American Journal of Clinical Nutrition. 2012;96(2):397-404. doi:10.3945/ajcn.112.037770.

[24] International Agent for Research on Cancer, World Health Organisation, List of Classifications by cancer sites with sufficient or limited evidence in humans, Volumes 1 to 121 a
http://monographs.iarc.fr/ENG/Classification/Table4.pdf

[25] DiNicolantonio JJ. Increase in the intake of refined carbohydrates and sugar may have led to the health decline of the Greenland Eskimos.Open Heart. 2016;3(2):e000444. doi:10.1136/openhrt-2016-000444.

[26] Bhupathiraju SN, Tobias DK, Malik VS, et al. Glycemic index, glycemic load, and risk of type 2 diabetes: results from 3 large US cohorts and an updated meta-analysis. Am J Clin Nutr.2014;100:218-232. [PubMed]

[27] Mirrahimi A, de Souza RJ, Chiavaroli L, et al. Associations of glycemic index and load with coronary heart disease events: a systematic review and meta-analysis of prospective cohorts. J Am Heart Assoc.2012;1:e000752. [PubMed]

[28] Mattei J, Hu FB, Campos H. A higher ratio of beans to white rice is associated with lower cardiometabolic risk factors in Costa Rican adults. Am J Clin Nutr. 2011;94:869-76.[PubMePubMedd]

[29] Hu EA, Pan A, Malik V, Sun Q. White rice consumption and risk of type 2 diabetes: meta-analysis and systematic review. BMJ. 2012;344:e1454. [PubMed]

[30] Aune D, Norat T, Romundstad P, Vatten LJ. Whole grain and refined grain consumption and the risk of type 2 diabetes: a systematic review and dose-response meta-analysis of cohort studies. Eur J Epidemiol. 2013;28:845-858. [PubMed]

[31] Sun Q, Spiegelman D, van Dam RM, et al. White rice, brown rice, and risk of type 2 diabetes in US men and women. Arch Intern Med. 2010;170:961-9. [PubMed]

[32] Mattei J, Hu FB, Campos H. A higher ratio of beans to white rice is associated with lower cardiometabolic risk factors in Costa Rican adults. Am J Clin Nutr. 2011;94:869-76. [PubMed]

[33] Brand-Miller J, Hayne S, Petocz P, Colagiuri S. Low-Glycemic Index Diets in the Management of Diabetes: A meta-analysis of randomized controlled trials. Diabetes Care. 2003;26:2261-2267. [PubMed]

[34] Livesey G, Taylor R, Hulshof T, Howlett J. Glycemic response and health—a systematic review and meta-analysis: relations between dietary glycemic properties and health outcomes. Am J Clin Nutr. 2008;87:258S-268S. [PubMed]

[35] Jenkins DA, Kendall CC, McKeown-Eyssen G, et al. Effect of a low-glycemic index or a high-cereal fiber diet on type 2 diabetes: A randomized trial. JAMA. 2008;300:2742-2753. [PubMed]

[36] Goff LM, Cowland DE, Hooper L, Frost GS. Low glycaemic index diets and blood lipids: A systematic review and meta-analysis of randomised controlled trials. Nutr Metab Cardiovasc Dis. 2013;23:1-10.[PubMed]

[37] Khaw K-T, Sharp SJ, Finikarides L, et al. Randomised trial of coconut oil, olive oil or butter on blood lipids and other cardiovascular risk factors in healthy men and women. BMJ Open. 2018;8(3):e020167. doi:10.1136/bmjopen-2017-020167.

[38] Foster GD, Wyatt HR, Hill JO, et al. Weight and Metabolic Outcomes After 2 Years on a Low-Carbohydrate Versus Low-Fat Diet: A Randomized Trial. Annals of internal medicine. 2010;153(3):147-157. doi:10.1059/0003-4819-153-3-201008030-00005.

[39] Fothergill E, Guo J, Howard L, et al. Persistent metabolic adaptation 6 years after The Biggest Loser competition. Obesity (Silver Spring, Md). 2016;24(8):1612-1619. doi:10.1002/oby.21538.

[40] Masoro E. J., Yu B. P. & Bertrand H. A. Action of food restriction in delaying the aging process. Proc. Natl Acad. Sci. USA 79, 4239-4241 (1982). [PMC free article] [PubMed]

[41] Weindruch R., Walford R. L., Fligiel S. & Guthrie D. The retardation of aging in mice by dietary restriction: longevity, cancer, immunity and lifetime energy intake. J. Nutr. 116, 641-654 (1986).[PubMed]

[42] Weindruch R. H. & Walford R. L. The retardation of aging and disease by dietary restriction Charles C Thomas (1988).

[43] Masoro E. J. Caloric restriction. Aging 10, 173-174 (1998). [PubMed]

[44] Ricki J. Colman, et al. Caloric Restriction Delays Disease Onset and Mortality in Rhesus Monkeys, Science 10 Jul 2009:Vol. 325, Issue 5937, pp. 201-204 DOI: 10.1126/science.1173635

[45] Mattison JA, Colman RJ, Beasley TM, et al. Caloric restriction improves health and survival of rhesus monkeys. Nature Communications. 2017;8:14063. doi:10.1038/ncomms14063

[46] Suzuki M. Wilcox BJ. Wilcox CD. Implications from and for food cultures for cardiovascular disease: longevity. Asia Pac J Clin Nutr. 2001;10:165-171 [PubMed]

[47] Willcox BJ. Willcox DC. Todoriki H. Yano K. Curb D. Suzuki M. Caloric restriction, enerhy balance and healthy aging in Okinawans and Americans: biomarker differences in Septuagenarians.Okinawan J Am Stud.2007;4:62-74.




กำลังโหลดความคิดเห็น...