xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**เรื่องวุ่นๆที่ออฟฟิสทนายแผ่นดิน!! “ช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ย.”ที่ “สำนักงานอัยการ”ปั่นป่วน “บิ๊ก ว.”สั่งด่วนให้ ลูกน้องแก้ไขสำนวนคดีดัง “กลับตาลปัตร” จาก “ไม่ส่งฟ้อง”ให้เป็น “สมควรส่งฟ้อง”ถัดมาวันเดียว อีกคดีที่สอดรับกันแท้ๆ “บิ๊ก ว.”กลับมีอาการโยกโย้ “ยังไม่ส่งฟ้อง”ขอส่งเรื่องให้หน่วยงานต้นทางทำข้อมูลมาเพิ่ม ทำเอา "คนบนตึกไทยฯ" ฉุนขาด งวดหน้ายังไม่ส่งฟ้องอีก มีเก้าอี้ปลิว

รวดเร็วทันใจ .. ตามท้องเรื่อง “ยึกยัก”ที่ยังไม่ส่งฟ้อง "ยอดชายนายโอ๊ค" พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย "บิ๊กบอส" ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินการทุจริตอนุมัติสินเชื่อของอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มธุรกิจในเครือกฤษดามหานคร เมื่อปี 2546-2547 โดยมิชอบ .. ตั้งข้อสังเกตไปหนหนึ่งแล้วว่า "อัยการ" ขี้สงสัย “ผิดปกติ” หรือ "ดีเอสไอ" บกพร่องจน “สำนวนหลวมโพรก” .. ทาง ประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โบ้ยไปว่า อัยการได้สั่งสอบสวนเพิ่มเติมในรายละเอียดทางคดีหลายประเด็น โดย ดีเอสไอ ยังไม่ได้ส่งผลสอบสวนเพิ่มเติมมาให้อัยการ ดังนั้นอัยการจึงยังไม่สามารถสั่งคดีได้ .. ล่าสุดรายงงานข่าวจาก“ดีเอสไอ”ระบุว่า ภายหลังพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษได้สั่งให้ดีเอสไอ สอบสวนเพิ่มเติมใน 2 ประเด็นนั้น จะสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วส่งกลับไปให้อัยการได้ภายในสัปดาห์หน้า .. โยกโย้กันไปมา เหมือนไม่รับรู้ในคำพิพากษา"คดีใหญ่" การทุจริตอนุมัติเงินกู้ธนาคารกรุงไทย ที่พิพากษาจบไปเป็นปีๆ แล้ว ระบุถึง "พานทองแท้ และพวก" ว่าร่วมรับประโยชน์จากการปล่อยกู้ ให้กับบริษัทลูกของกฤษดามหานคร ไว้เสร็จสรรพ .. แล้วยังมีคำวินิจฉัยของ ศิริชัย วัฒนโยธิน รองประธานศาลฎีกา (ขณะนั้น) และเจ้าของสำนวนคดีทุจริตเงินกู้กรุงไทย ระบุว่า "ข้ออ้างของนายพานทองแท้ ฟังไม่ขึ้น ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง" พร้อมขมวดปม "ข้ออ้าง" ย้อนศรกลับด้วยว่า "ส่อไปในทำนองต่างตอบแทน จากการที่ธนาคารผู้เสียหายอนุมัติสินเชื่อให้กลุ่มของจำเลย (กลุ่มกฤษดามหานคร)" ..
แล้วต้องไม่ลืมด้วยว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. หรือก่อนหน้าการนัดสั่งคดี "นายโอ๊ค" เพียงวันเดียว “พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4”ได้นำพยาน หลักฐาน พร้อมคำฟ้อง ยื่นฟ้อง "คดีฟอกเงินกรุงไทย" อีกสำนวน .. คดีนั้นมี วิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร และพวกเป็นผู้ต้องหา ไปส่งฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง .. ข่าวว่า “ช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ย.”ที่ “สำนักงานอัยการ”ปั่นป่วนพอสมควร ด้วยว่า ผลการประชุมของ “ฝ่ายคดี 4”ที่มี “บิ๊ก ว.”เป็นหัวโต๊ะ ลงมติใน “คดีหนึ่ง”ว่า “ไม่สมควรส่งฟ้อง”..ด้วยเหตุว่าในคดีดังกล่าว “ผู้ต้องหา”ถูกพิพากษาให้รับโทษจากอีกคดีหนึ่งในฐานความผิดเดียวกันไปแล้ว .. แต่“ช่วงเช้าตรู่วันที่ 4 ก.ย.”กลับมีคำสั่งด่วนจาก “บิ๊ก ว.”ให้ทีมงานใน “ฝ่ายคดี 4”แก้ไขสำนวนคดีอีกครั้ง “กลับตาลปัตร”จาก “ไม่ส่งฟ้อง”ให้เป็น “สมควรส่งฟ้อง”.. ด้วยมีแรงกดดันจาก “ผู้ใหญ่”ที่หมายตาว่า “คดีนั้น”เป็น 1 ใน 27 คดีสำคัญ ที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในยุคนี้ จึงได้ส่ง“คนสนิทในเครื่องแบบ”มาประกบถึงหน้าห้อง “บิ๊ก ว.”โดยระบุไปถึงความเติบโตในหน้าที่การงานของ“บิ๊ก ว.” ที่หวังไปถึงเก้าอี้ “สูงสุด”อยู่ .. อีกทั้งในขณะที่“กลับขาวเป็นดำ”ในคดีหนึ่ง แต่ถัดมาวันเดียว อีกคดีที่สอดรับกันแท้ๆ “บิ๊ก ว.”ที่กำกับ “ฝ่ายคดี 4” กลับมีอาการยึกยักโยกโย้ ขึ้นมาซะอย่างนั้น .. เห็นว่าล่วงรู้ไปถึงหู "คนบนตึกไทยฯ" ที่เคยคำรามเสียงดัง "เล่นแม...เลย" ในคดีที่ว่า แต่ก็ยังปราณี ให้โอกาสอีกครั้งว่า หากมีการส่งข้อมูลที่ขอให้สอบเพิ่มไปแล้ว ยังไม่ส่งฟ้องอีก งานนี้มีเรื่อง

**กันท่านอมินี!! “มาร์ค”คอนเฟิร์มเปิดทาง“สมาชิกทั่วประเทศ”เลือก “หัวหน้าพรรค”โดยตรง รอแค่ คสช.คลายล็อก นับไป 2 เดือนได้จ่าฝูงคนใหม่“เด็ก ปชป.”ออกหน้าตีกัน “อลงกรณ์”สาปส่งเป็น “คนนอก”ที่“ผู้มีอำนาจในคสช.”ส่งมายึดป้อมแม่ธรณีบีบมวยผม แชมป์เก่า “อภิสิทธิ์”ร่วมผสมโรงชี้อดีตรองหัวหน้าฯ ที่เคยชง “ปฏิรูปพรรค”จนพรรคเกือบแตก “ขาดคุณสมบัติ”แง้มช่องเล็กๆ ต้องมี 40 อดีตส.ส. ให้การรับรองก่อน

ฝุ่นตลบอบอวล .. ศึกชิงเก้าอี้ “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์”ที่มีคิวออกแขก สร้างกระแสกันอย่างคึกคัก แม้ว่าจะต้องรอ คสช.คลายล็อกก่อนก็ตาม .. โดยมีการกาง“โรดแมป”ออกมาเบื้องต้น นับนิ้วไล่ไปตั้งแต่กลางเดือนก.ย.นี้ ที่คาดว่าจะมีการ“คลายล็อก”..จากนั้นจะนัดประชุมใหญ่พรรค เพื่อแก้ไข “ข้อบังคับพรรค”ให้ “สมาชิกทั่วประเทศ”มีสิทธิ์โหวตเลือกหัวหน้าพรรคโดยตรง ช่วงปลายเดือนก.ย. .. แล้วอีก 2-3 สัปดาห์ หรือประมาณช่วงกลางเดือนต.ค. ก็จะเริ่มรับสมัคร“สมาชิก-ผู้เข้าหยั่งเสียง”.. ขึ้นเดือนใหม่ พ.ย. ก็ประกาศผลการหยั่งเสียง จากนั้น 7 วัน ก็จะนัดประชุมใหญ่ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ .. ทั้งหลายทั้งมวล ไม่ใช่เพิ่งมาคิด แต่ “เดอะมาร์ค”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เจ้าของบัลลังก์ คนปัจจุบัน เคยประกาศแนวคิดที่จะให้สมาชิกทุกคนมีโอกาสเลือกหัวหน้าพรรคไว้ตั้งแต่ เม.ย. ที่ผ่านมา .. ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ปชป.ยุคใหม่”พร้อมกับเป็นการยืนยันความเป็น“สถาบันการเมืองในระบบประชาธิปไตย”ของพรรคด้วย .. ฟัง “หลักการ”แล้วก็ต้องบอกว่า “ดูดี”ตามสไตล์พรรคเก่าแก่ ที่สุดจะออกมา “ดูดี” อย่างปากว่าไหมก็อีกเรื่อง .. ไม่ทันไรความสนุกก็บรรเลง เมื่อมีการปล่อยชื่อ “แคนดิเดต”ผู้หมายชิงเก้าอี้จาก “จารย์มาร์ค”ออกมาเป็นระลอก .. อย่างที่ไล่เรียงไปวันก่อน ทั้ง นายหัวชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ 2 สมัย ที่แว่วมานานว่า อาจะลงจากหิ้งประธานที่ปรึกษาพรรค .. หรือรุ่นใหม่ๆ ที่ต่อคิวรออยู่ "อู๊ดด้า" จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าฯ ในระนาบเดียวกับ กรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าฯ .. ฮือฮาหน่อยก็ชื่อของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก เจ้าของฉายา "มือปราบจำนำข้าว" ที่ว่ากันว่าเบื้องลึกมี “กำนันเทือก”สุเทพ เทือกสุบรรณ เชิดอยู่เบื้องหลัง ..
แต่เป้าตอนนี้กลายเป็น "เสี่ยจ้อน" อลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคย "หย่าขาด" และ “สาปส่ง”กันในอดีต .. เป็น “เสี่ยจ้อน”เองที่โพล่งออกมาว่า ตัวเองได้รับการทาบทามให้ลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ .. เลยเป็นคิวของ “องครักษ์พิทักษ์มาร์ค”อย่าง “เดอะแจ๊ค”วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. ออกมาตีกัน “เสี่ยจ้อน”อดีตคนคุ้นเคยทันที ตีกันว่าเป็น “คนนอก” ..พร้อมปูดข่าวอีกระลอกว่า มีขบวนการแทรกแซงจาก “ผู้มีอำนาจในคสช.”เพื่อส่ง “นอมินี”เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แทน“อภิสิทธิ์” .. จริงเท็จอย่างไร ยากจะพิสูจน์ แต่ผู้ที่ถูกมองว่าเป็น “จำเลย”อย่าง “เสี่ยจ้อน”ก็ออกมาตอบโต้ทันทีว่า “ไม่เป็นความจริง”พร้อมซัดกลับว่า เป็นการใส่ร้าย สาดโคลนแบบการเมืองเก่าๆ .. ชื่อของ “อลงกรณ์”ถือเป็นของแสลงของ “เดอะมาร์ค”ที่คงจำแม่น ว่าเคยถูก “ลูบคม”สมัยที่ “อลงกรณ์”ในฐานะรองหัวหน้าฯ เคยเสนอ “ปฏิรูปพรรค”จนพรรคเกือบแตกเป็นเสี่ยงๆ .. จะออกมาขยี้ซ้ำว่า ณ วันนี้ “เสี่ยจ้อน”หมดสิทธิ์เข้าร่วมประกวด ด้วยมีสถานะเป็น “คนนอก”หลังลาออกจากสมาชิกพรรคไปแล้ว .. อีกทั้งคุณสมบัติเบสิกของคนเป็นหัวหน้าค่ายสีฟ้า ก็ล็อกว่า ต้องเป็นสมาชิกพรรคอย่างน้อย 5 ปี หาก “อลงกรณ์”หวนมาสมัคร ก็ต้องนับหนึ่งใหม่ .. แต่ก็ยังแง้มช่องเล็กๆไว้ว่า “คนนอก”ก็มีสิทธิสมัครเป็นหัวหน้า หาก 3 ใน 4 ของที่ประชุมใหญ่ยกเว้นคุณสมบัติบางประการ แต่ก็ยังต้องมี อดีต ส.ส.ถึง 40 คน ให้การรับรอง .. เงื่อนไขไม่ใช่ง่ายๆ เหมือนเป็นการปิดประตูทาง “คนนอก” ตีกัน “นอมินี คสช.”ไปในตัว.

**ทำร้ายตัวเอง!! “เก่ง เกียร์อาร์”ดี๊ด๊าโพสต์อวดได้ “ใบขับขี่ตลอดชีพ”คืน ลงโซเชียล ก่อดรามาถล่มเจ้าตัว กระทบ“กรมขนส่ง”อีกระลอก “รองอธิบดี” แจงทำตามเอกสารที่ “ผู้ต้องหา”นำมายื่น ทั้งที่ยังไม่รู้คำพิพากษาศาลอย่างเป็นทางการ ทั้งที่ข่าวครึกโครม คำพิพากษา “ชั้นต้น-อุทธรณ์”ให้ “เพิกถอน” ใบขับขี่แท้ๆ จนน่าสนใจว่า “สำเนาเอกสาร”ที่ “นายเก่ง”นำมายื่นมีเนื้อหาว่าอะไร แล้วใครเป็นผู้ออกให้

หมดคำจะเอื้อยเอ่ย .. กรณีที่ ภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ หรือ ดีเจเก่ง เจ้าของฉายา “เก่ง เกียร์อาร์” ผู้เคยสร้างวีรกรรมขายขี้หน้า เมื่อช่วงปี 2559 ก่อเหตุถอยรถกระบะ ชนรถยาริสสีแดงเสียหายยับเยิน แต่กลับโวยวายถูก “คู่กรณี”ชน จนถูกพิพากษาจากสังคม แทบไม่มีที่ยืน .. โผล่มาอีกที “ดีเจเก่ง”ได้โพสต์รูปผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะถือ “ใบขับขี่ตลอดชีพ”เอาไว้ในมือ พร้อมข้อความระบุว่า “คุ้มค่ากับการรอคอย 2 ปี 8 เดือน ใครดีกับเราๆก็จำ..ใครเลวกับเรา..รอดูผลกรรมมันครับ” .. จนก่อให้เกิดกระแสดราม่าขึ้นอีกครั้ง ด้วยอารามสงสัยว่า เหตุใด “กรมการขนส่งทางบก”ถึงคืนใบขับขี่รถยนต์ ให้กับผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรงจากการใช้รถใช้ถนนขนาดนั้น .. ก็มีคำชี้แจงจาก กมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมฯเปิดเผยว่า “ดีเจเก่ง”ได้ยื่น “หนังสือขอคัดสำเนาเรื่องการคืนของกลาง”ต่อ “ศาลแขวงพระนครเหนือ”เจ้าของคดี ประกอบการขอคืน “ใบอนุญาตขับรถชนิดตลอดชีพ”แก่กรมฯ .. เบื้องต้นกรมฯ ได้คืนใบอนุญาตขับรถให้ และได้เปลี่ยนเป็น “สมาร์ทการ์ด”ให้เสียด้วย .. ก่อนยอมรับว่า ยังไม่ได้รับแจ้งผลคดี หรือคำพิพากษาจากศาลแขวงพระนครเหนืออย่างเป็นทางการ จึงได้ทำหนังสือถึงศาลฯ เพื่อขอรับทราบผลการพิพากษาถึงที่สุด .. “รองฯกมล”ย้ำด้วยว่า “หากผลการพิพากษาศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที” ..
ประเด็นนี้นอกเหนือความเอือมระอาในพฤติกรรมของ “นายเก่ง”ที่หากรู้จักเงียบบ้าง ก็คงไม่มีดรามาขึ้นมา .. ก็ต้องมีคำถามถึงการทำหน้าที่ของ “กรมขนส่ง”ด้วยว่า ทั้งที่เอกสารหลักฐานไม่ได้ปรากฏ แล้วเมื่อสืบค้นข้อมูล ก็จะพบว่า คำพิพากษา “ชั้นต้น-อุทธรณ์”นอกเหนือจาก “โทษจำคุก”ที่ต่างกันเล็กน้อยแล้ว ยังได้ระบุสาระสำคัญเหมือนกันว่า “ศาลเห็นว่า พฤติการณ์ร้ายแรงก่อเหตุบนถนนสาธารณะในเวลากลางวัน จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ โดยศาลให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ และริบรถกระบะคันดังกล่าว ชดใช้ค่าเสียหาย 170,000 บาท และค่าเสียเวลา วันละ 250 บาท รวม 45 วัน” .. ข้อความที่ระบุว่า “เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ”ก็น่าจะชัดเจนเพียงพอว่า ไม่ใช่การ “ริบ”เหมือน “รถยนต์”ที่เป็น “ของกลาง”ในคดี .. หากแต่หน้าที่ “กรมขนส่ง”ต้องเพิกถอนชื่อ “ดีเจเก่ง”ออกจากสารบบผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ด้วยซ้ำ ส่วนจะทำใหม่ได้หรือไม่ ก็ต้องไปกางระเบียบของ “กรมขนส่ง”ดูอีกที .. ที่น่าสนใจคือ “สำเนาเอกสาร”ที่ “ดีเจเก่ง”ไปยื่นให้กับ “กรมขนส่ง”จนได้ใบขับขี่คืนนั้น มีรายละเอียดว่าอย่างไร และใครเป็นผู้ออกให้

ช.ชฎา
รูป
- พานทองแท้ ชินวัตร - ประยุทธ เพชรคุณ
-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ -อลงกรณ์ พลบุตร - วัชระ เพชรทอง
-เก่ง เกียร์อาร์ - กมล บูรณพงศ์


กำลังโหลดความคิดเห็น...