xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล “เราอยู่กับผู้ใหญ่ เราก็เอาพละกำลังที่อยู่กับผู้ใหญ่ มาเปลี่ยนให้เกิดประโยชน์กับประชาชน”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ในแวดวงตำรวจ ไม่มีใครไม่รู้จัก “พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล” รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เจ้าของฉายา “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” นายตำรวจที่มาแรงสุดๆ และตกเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน

ความแรงของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ นั้น แน่นอนว่า ย่อมเป็นมาจากความสนิทสนมกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง อย่าง “บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชนิดที่สามารถเข้านอกออกในบ้านได้

ทำไม “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” จึงได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “ผู้มากบารมี” คนหนึ่งแห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “ทีมข่าวอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม” บุกไปเปิดอกสัมภาษณ์แบบเจาะลึกในทุกข้อสงสัย

ส่วนจะตอบตรงใจหรือไม่ ต้องติดตาม....

-ปัจจุบันอาชญากรรมรูปแบบใหม่เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะที่มาจากต่างประเทศ แนวโน้มจะสูงขึ้นแค่ไหน
ตอนนี้อาชญากรรมที่มีแนวโน้มสูงขึ้น คืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งยังเป็นอาชญากรรมข้ามชาติด้วย ส่วนอาชญากรรมทั่วไปเรื่อง ลัก วิ่ง ชิง ปล้นเป็นงานที่ตำรวจทำอยู่ทั่วไป แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเจริญเร็วมาก โดยเฉพาะโซเชียล มีเดีย เฟซบุ๊ก ฉะนั้นอาชญากรรมเหล่านี้จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างมาก อย่างที่มีประชาชนร้องทุกข์เข้ามาอย่างมากคือเรื่องการถูกหลอกลวงผ่านโซเชียล พวกคอลเซ็นเตอร์ เมื่อก่อนจะเป็นพวกแชร์ลูกโซ่ แต่เดี๋ยวนี้เบาลงไปมากเพราะไม่ได้ใช้เทคโนโลยี จึงไม่สลับซับซ้อน ตามจับได้ไม่ยาก

คดีแบบคอลเซ็นเตอร์เพิ่มสูงขึ้นมากช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เพิ่งจะเบาลงไปในช่วงนี้ เพราะเราเอาจริงเข้าไปปราบปรามอย่างหนักและต่อเนื่อง

ปัจจุบันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่สร้างความเสียให้กับประเทศชาติ ประชาชน และระบบเศรษฐกิจคือ “โรแมนซ์สแกม” โดยการหลอกลวงผ่านเฟซบุ๊ก ด้วยการแชทคุยให้หลงรัก แล้วหลอกเอาเงินไปในรูปแบบต่างๆ สถิติเฉลี่ยสัปดาห์หนึ่งมีคนร้องทุกข์เข้ามากว่า 3 ราย เรียกว่าวันเว้นวันเลย

โรแมนซ์สแกม เกิดจากพวกกลุ่มคนผิวสี จาก แอฟริกา ทั้งอูกันดา ไนจีเรีย แคเมอรูน ที่เข้ามาแล้วหลบหนีอยู่ในประเทศไทย มาก่ออาชญกรรมประเภทนี้ ทุกวันนี้เรามีคนแบบนี้ที่หลบหนีเข้ามาโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวที่มีระยะเวลาประมาณ 7 วัน หลังจากวีซ่าขาดเขาก็จะหลบหนีเลย อย่างนี้เราเรียกว่า Overstay ซึ่งมีอยู่ในประเทศไทยประมาณกว่าแสนคน ขณะนี้เราทำการปราบปราม และใช้มาตรการในการจับกุม เนรเทศ ผลักดันให้กลับประเทศไป เราทำมาประมาณ 2 ปี จนลดลงไปเหลืออยู่ประมาณ 40,000 คน

นอกจากนั้นยังมีในส่วนของคนลักลอบเข้าเมือง และพวกที่แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบของบาทหลวง ครูสอนหนังสือในโรงเรียนนานาชาติ นักฟุตบอล บางคนเข้ามาก่ออาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ค้ามนุษย์ คอลเซ็นเตอร์ หรือการฟอกเงินโดยอาศัยประเทศไทยเป็นฐาน

วันนี้ท่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งยุบศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมสินค้าทางน้ำ ซึ่งสถานการณ์เบาบางไปไม่ค่อยมีแล้ว มาเน้นหนักและจัดตั้งเป็นศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแทน โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ. ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นหัวหน้าศูนย์ ซึ่งศูนย์นี้จะคุมคดีเกี่ยวกับเทคโนโลยีทั้งหมด

ที่ผ่านมาเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เป็นผลมามาจากการจับมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ปปง. และที่สำคัญคือ กสทช. ที่เข้ามาร่วม เพราะเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุลัน ลามไปถึงการก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ การขู่วางระเบิดสนามบินดอนเมือง และรวมไปถึงเรื่องคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง การโพสต์ข่าวหรือเรื่องราวที่เป็นเท็จ สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติและบุคคล วันนี้เราสืบสวนจนจับกุมได้หมดจากการบูรณาการในการทำงาน

เช่น กรณีโพสต์กุข่าวใส่ร้ายท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องน้ำมันแพง ที่เราตามไปจับ นายรัตนะ เฮงได้ถึงกัมพูชา ซึ่งปกติ เป็นเรื่องยากเพราะว่าทุกประเทศก็ต้องการรักษาผลประโยชน์ของประเทศตัวเอง แต่เราไปอธิบายให้เขาเข้าใจ เราต้องทำให้เขาเชื่อมั่นใจในตัวเรา ทางกัมพูชาจึงร่วมมือกับเรา
จากการสอบสวน นายรัตนะ เฮง นั้น ทำในลักษณะแบบนี้มาหลายครั้ง เขาเป็นคนที่ทำเว็บต่อต้านตำรวจโคราช ทำขึ้นมาเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน ซึ่งในโลกโซเชียลขายได้ เขาเดินทางมาเมืองไทยบ่อยมาซื้อของที่พันธุทิพย์ไปขายในกัมพูชา ส่วนตัวนายหลุยส์ เพื่อนร่วมขบวนการของนายรัตนะ เฮง เราออกหมายจับแล้ว ทางการกัมพูชาจะจับกุมตัวมามอบให้เราเอง

จากการสอบสวนยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องการเมือง แต่ทำเพื่อสร้างยอดไลก์ ส่วนผู้ที่นำข้อความไปโพสต์ไปแชร์ต่อ บางคนเราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา อาจจะไม่สั่งฟ้อง เพราะจากการสอบสวนเขาไม่มีเจตนาสร้างความวุ่นวาย แต่ที่เราต้องจับ และออกข่าวเพื่อกระตุ้นให้สังคมตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ก่อนจะแชร์ เพราะยิ่งแชร์สังคมก็ยิ่งสับสน

“การทำงาน เราจะไม่พูดถึงเรื่องการเมือง ในหน้าที่ของเรา เรามีเป้าหมายอย่างเดียวคือทำให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาเฟียดอนเมือง การโพสต์ข้อความที่กระทบความมั่นคง ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ถ้าเมื่อไรประชาชนเดือดร้อนเราต้องลงมือทำทันที เรื่องอาชญากรรมบนโลกโซเชียลในอนาคตจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น วันนี้จากการที่เราเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ทำให้การร่วมมือดีขึ้น ตำรวจทั้งโลกจะจับมือกัน ถือเป็นการทำงานตามแนวทาง วันเวิลด์ วันทีม หรือตำรวจหนึ่งเดียวทั่วโลก เป็นมาตรการที่เราเตรียมไว้ซึ่งมีอีกหลายอย่างเพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุข”

-การจับกุมอาจเป็นเรื่องปลายทาง แล้วการป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีการสกัดกั้นอย่างไรบ้าง
ตอนนี้ผมกำลังทำเรื่องซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ เพราะในเมืองไทยมีการปล่อยให้คนคนหนึ่งจดทะเบียนได้หลายซิม ในขณะที่ต่างประเทศเขาจำกัดเรื่องการจดทะเบียนซิม คนละไม่เกิน 5 ซิม บางประเทศ 3 ซิม แต่บ้านเรายังปล่อยอิสระ ซึ่งเราต้องมีการจำกัดบ้าง เพื่อเป็นมาตรการป้องกัน อย่างการขู่วางระเบิดที่สนามบินดอนเมือง ก็ถูกจับได้เพราะเราร่วมดำเนินการกับ 5 บริษัทที่ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

วันนี้เราเชิญมาทั้ง 5 บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพื่อจะบอกว่า เราต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.โทรคมนาคม ถ้าละเมิดเมื่อไหร่ผมจับทันที ยกตัวอย่างการวางระเบิด เดี๋ยวนี้มันมีเครื่อง VOIP เป็นเครื่องมือสำหรับโทรข้ามประเทศ โทรข้ามโลก เพื่อบริการประชาชนในราคาที่ถูกลง แต่คนร้ายอาศัยช่องว่างเอามาใช้ในการวางระเบิด เกิดความผิดพลาดตรงที่บริษัทยังเอา VOIP มาให้บริการเป็นช่วงๆ โดยคิดกำไรนาทีละ 0.8 ซึ่งกฎหมายเขาห้ามเช่าช่วง แต่การเช่าช่วงทำให้เกิดกำไร เอกชนก็เช่าไปทำธุรกิจ เวลาวางระเบิด เราเลยไม่สามารถไล่ได้ว่ามันมาจากประเทศไหน เราจึงเชิญบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ มาคุยทั้งหมดว่า ให้ทำตามกฎหมายห้ามให้เช่าช่วง ถ้ายังละเมิดอีก เราจับแน่ เราจะบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองประชาชน

ยังมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับซิมการ์ดมือถือแล้วกลายเป็นเป็นปัญหา ยกตัวอย่าง เช่น มีค่ายโทรศัพท์มือถือเอาซิมมาไปขายล็อตใหญ่ให้เอเย่นต์ เอเย่นต์ก็เอาไปจดทะเบียนในชื่อคนเดียวเลย 10,000 ซิม แล้วนำออกไปขายต่อ แล้วทั้ง 10,000 ซิม ก็กระจายไปในตลาด จึงทำให้ไม่รู้ว่าซิมแต่ละซิมใครเป็นคนใช้งาน เป็นชื่อใครกันแน่ แต่ถ้าเราคุมได้ เมื่อเขานำมาก่อเหตุ เราก็จะเช็คได้ แต่เรื่องนี้ยังไม่มีกฎห้าม ฉะนั้นเราต้องไปแก้ที่ระเบียบการควบคุม

-ใกล้ช่วงฟุตบอลโลกแล้วมีการวางแนวทางปราบปรามการพนันฟุตบอลโลกอย่างไรบ้าง
เรื่องพนันฟุตบอลโลก วันนี้ท่าน ผบ.ตร.ได้เปิดศูนย์การปราบปรามการเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลก ซึ่งการสืบสวนก็ต้องใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วยเช่นกัน ผมขอยกตัวอย่างเรื่องการค้ามนุษย์ที่เรายังต้องปราบปรามต่อเนื่อง แม้ไทยจะได้เลื่อนอันดับ ขยับขึ้นเทียร์ 2 แต่ที่ผมทำอยู่นั้น เมื่อก่อนเราจับเฉพาะพ่อเล้า แม่เล้า แต่ตอนนี้เราจับผู้ใช้บริการด้วย เราต้องอาศัยการสืบสวนทางโซเชียล ออนไลน์ ดูว่าใครซื้อบริการบ้าง เพื่อให้เกิดความเข็ดขยาด

หรือเรื่องโต๊ดเถื่อนสนามม้า เราก็มีการจับกุมครอบคลุมไปถึงการใช้ระบบออนไลน์ในการเล่นพนันม้าแข่ง เราทำเครือข่ายเชื่อมโยงไปถึงคนที่ทำโต๊ดเถื่อนในสนามม้า เพราะปัจจุบันพวกโต๊ดเถื่อนไม่ได้อยู่ในสนามม้า แต่อยู่ที่บ้านแล้วใช้โซเซียลฯ ในการควบคุมและรับแทงพนัน ฉะนั้นนั่งอยู่ที่บ้านก็ขายโพยเถื่อนได้ ทุกสัปดาห์เราจะขอออกหมาย แล้วตามจับถึงบ้านเลย แล้วเราจะขยายวงขึ้นอีกเพื่อให้คนเข็ดขยาด เราจับทั้งเครือข่าย เจ้ามือและผู้เล่น รวมถึงการพนันบอลโลกที่กำลังจะแข่งด้วย เราก็จะใช้วิธีเดียวกันคือติดตามขยายผลทั้งเครือข่าย เช็คเส้นทางไปตามโซเชียลฯ แล้วจับทั้งเจ้ามือและคนแทง
ในส่วนของสนามม้า ผมว่าการพนันแข่งม้า อีกไม่เกิน 5 ปี อาจจะเลิกหมด เพราะคนที่เล่นพนันม้าตอนนี้เขาก็อายุ 60 ขึ้นไปทั้งนั้น ไม่มีเด็กๆ รุ่นใหม่เข้าไปเลย เพราะเด็กๆ พวกนี้ไปสนใจอย่างอื่นกันหมดแล้ว

อย่างเรื่องเด็กแว้น พวกขับมอเตอร์ไซค์กวนเมือง ตำรวจพื้นที่ก็ปราบนะ แต่เราต้องเข้าไปเสริม ทำให้หายไปจริงๆ โดยเข้าไปศึกษาไล่ดูจนรู้ว่ามีหัวโจก นั่งอยู่บ้านแล้วใช้โซเชียล รวมพล เราก็ใช้เทคโนโลยีในการติดตามและจับกุม หัวโจกคนหนึ่งสามารถเรียกรถได้ถึงสองหมื่นคัน วันนี้เราจับหัวโจกไป 70 กว่าราย ก็ลดลงไป แต่ก็จะมีหัวโจกใหม่ๆ ขึ้นมา แต่พอเราทำอย่างต่อเนื่อง คนก็ไม่กล้าแล้ว จะเห็นได้ว่าตอนนี้ ในกรุงเทพฯเบาบางลง เริ่มย้าย ไปนัดแข่งกันรอบนอกกรุงเทพฯ ปริมณฑล ไปถึงอยุธยา ปทุมธานี พัทยา เราก็เริ่มขยายออกไปตามจับนอกเมืองบ้าง ไปจับกันถึงอยุธยา ประชาชนเองก็ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแส และเมื่อเราปราบปรามจับกุมอย่างต่อเนื่อง จากสถิติต่อ 1 สัปดาห์มีคนแจ้งเข้ามา 100 กว่าครั้ง แต่พอเราทำอย่างจริงจัง เรากดดันจนปัจจุบันเหลือไม่มากแล้ว

- เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แต่ไปจับงานหลายด้าน แถลงข่าวถี่ยิบ เป็นเพราะผู้ใหญ่ ไว้วางใจเรียกใช้งานบ่อยหรือไม่
ผมเป็นตำรวจที่ทำงานง่าย ไม่ต้องไปคิดโครงการเยอะแยะมากมาย งานประจำทำให้ดี เต็มที่ เราต้องสอนลูกน้องว่าการแถลงข่าวคือการทำงานเพียง 15 % ของงานทั้งหมด ที่เราต้องแถลงข่าวก็เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น แต่เมื่อแถลงข่าวแล้วต้องทำงานสานต่อ ต้องไล่จับคนทำผิดต่อให้จบ ประชาชนจึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง

โลกสมัยใหม่เมื่อเราอยู่กับผู้ใหญ่ เราก็เอาพละกำลังที่อยู่กับผู้ใหญ่มาเปลี่ยนให้เกิดประโยชน์กับประชาชน อาจจะมีคนชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง แต่เราก็ต้องทำเพื่อความเรียบร้อยและเพื่อประชาชน

อย่างเรื่องตลาดใหม่ดอนเมือง เราก็เข้าไปปรับให้รายได้กลับมาเข้ารัฐอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช้แค่เรื่องไปตามจับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมาเฟีย เราแก้ปัญหาร่วมกับกรมธนารักษ์อย่างจริงจัง ยั่งยืน วันนี้ประชาชนไม่ต้องไปจ่ายส่วยให้ใครแล้ว การจัดเก็บค่าเช่าต้องเก็บเข้ารัฐอย่างแท้จริง เราประสานกับกรุงเทพมหานคร ตรงไหนที่มีการรุกล้ำ เช่น คลองเปรมประชากร เราก็เข้ารื้อถอนหมด ต้องจัดระเบียบทำให้ประเทศไทยสวยงาม

-เรื่องไกด์เถื่อน ทัวร์เถื่อน ทัวร์ศูนย์เหรียญ ตอนนี้มีปัญหาย้อนกลับมาอีกหรือไม่
ทัวร์ศูนย์เหรียญทำให้ประเทศเสียหายมายาวนาน แต่ตอนนี้เรียกได้ว่าไม่มีแล้ว หลังจากเราเข้าไปดำเนินการจับกุม วันที่ผมติดตามท่านรองนายกรัฐมนตี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปพบท่าน สี จิ้น ผิง ผู้นำจีน ท่านยังพูดเลยว่า จีนก็ปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญเช่นกัน อย่างไรก็ดีประเทศไทยเป็นเป้าหมายในการมาเที่ยวอันดับหนึ่งของคนจีน อยากให้คนจีนมาเห็นพระแก้วมรกต มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย แต่ไม่อยากให้คนจีนถูกหลอกเอาเข้าไปร้านเพชรต่างๆ ซึ่งนับว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว

ตอนนี้เราเปิดประชาคมอาเซียน แน่นอนว่าต้องมีเรื่องของอาชญากรรมเข้ามาด้วย วันนี้สิ่งที่ต้องตั้งรับก็คือเรื่องการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ การร่วมมือระหว่างไต้หวัน จีน เรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด ไม่เช่นนั้นเราจะไม่สามารถจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้นยิ่งเปิดประเทศ รายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล แต่ก็มีอาชญากรที่แฝงเข้ามาด้วย เราต้องคอยจับตาดู ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการแก๊งล้วง แก๊งกรีดกระเป๋าที่มาจากเวียดนาม พม่า เข้ามาหากินแถบประตูน้ำ ห้างพันธ์ทิพย์ ห้างแพลตตินัม เราก็กวาดจับ คนพวกนี้จะบินเข้ามาทำงานเสาร์-อาทิตย์ มาล้วงกระเป๋า เมื่อได้ไอโฟนไป 10-15 เครื่อง เขาก็บินกลับ เอาไปขาย เราตามจับหมด เราเอาตำรวจท่องเที่ยวลงเน้นหนักที่ห้างแพลตตินัม ห้างพันธ์ทิพย์ ประตูน้ำ และวัดพระแก้ว เราเอาต่างชาติที่ก่อคดีหน้าวัด หน้าวังมาขึ้นบัญชีหมด อย่างเช่น เราเคยเจอคนเวียดนาม ที่เราเคยจับได้และเนรเทศออกไปแล้ว กลับมาใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ ใช้พาสปอร์ตใหม่ แต่ก็ยังไม่พ้นมือเรา ขณะนี้ทาง ตม. เรากำลังดำเนินการจัดซื้อเครื่องไบโอเมตริก เพื่อช่วยจดจำใบหน้า ถึงไปเปลี่ยนชื่อ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็ไม่ผ่านการตรวจ ซึ่งน่าจะดีขึ้น

คือเราจะไม่ทำแบบจับปรับ แล้วปล่อยตัวไป แต่เราจะทำให้จบทุกขั้นตอน ทำให้สะเด็ดน้ำ เพื่อไม่ให้กลับเข้ามาทำอีกและก็ทำในลักษณะนี้ในทุกเรื่อง อย่างตอนนี้แถวนานา เรากวาดจับโสเภณีต่างชาติ ผลักดันออกนอกประเทศ ถอนวีซ่า ขึ้นบัญชีดำ วันนี้เรื่องนี้เบาลงไปมากแล้ว เพราะเราทำจริง เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เชิญสำนักงานข่าวกรอง กรมการกงศุล ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และโรงเรียนนานาชาติ มาร่วมประชุมหารือเพื่อดำเนินการร่วมกัน

อย่างมีเคสหนึ่งที่ อ.วังม่วง จ.สระบุรี อยู่ๆ คนอินเดียกว่า 300 คน มีชื่อมาจดทะเบียนสมรสกับหญิงไทย โดยที่ผู้หญิงไทยไม่รู้เรื่องเลย จะถอนทะเบียนสมรสก็ไม่ได้ เราก็ต้องเข้าไปเคลียร์ โดยเพิกถอนวีซ่าคนอินเดียทั้ง 300 กว่าคนทั้งหมด บางคนก็หนีกลับประเทศไปแล้ว ที่เหลือเรากำลังติดตามจับกุม ส่วนผู้หญิงไทยเราต้องให้ความช่วยเหลือ ต้องสอบปากคำและส่งเรื่องกลับ อ.วังม่วง เพื่อให้เพิกถอนทะเบียนสมรส

อย่างโรงเรียนนานาชาติที่ จ.นครราชสีมา ก็ปรากฎว่ามีชื่อนักเรียนอินเดียเข้ามา กว่า 300 คน เข้ามาทำอะไร ก็เพื่อให้มีสิทธิอยู่ในประเทศไทย เพื่อมาทำสิ่งต่างๆ ในประเทศเรา ตอนนี้เรากำลังให้เจ้าหน้าที่ไปไล่ล่ากันอยู่

- เรื่องการปฏิรูปตำรวจ ที่มีข้อเสนอเรื่องการแยกหน่วยงานเฉพาะออกไป อย่างตำรวจท่องเที่ยว หรือเรื่องของการไม่มีชั้นยศ มองอย่างไรบ้าง
ในส่วนตำรวจท่องเที่ยวคงไม่แยกออกไป ส่วนเรื่องการไม่มีชั้นยศก็ดี แต่คงทำเฉพาะในส่วนเจ้าหน้าที่ธุรการ แต่ว่าในส่วนของตำรวจถึงอย่างไร ก็ต้องมีชั้นยศเพื่อการปกครองบังคับบัญชา

วันนี้ต้องเรียนว่าหน่วยงานไหนจะถูกแยกไม่แยก ขึ้นอยู่ที่ความศรัทธาของประชาชน ถ้าหน่วยนั้นทำงานแข็งแรง ประชาชนเชื่อถือ มีผลงานออกมาสม่ำเสมอ ไม่มีใครคิดอยากให้แยกออกไปหรอก หน่วยงานที่เขาอยากเอาออกไป เพราะมันมีแต่ข่าวเสียๆ หายๆ แต่ถ้าเราทำงานอย่างตั้งใจ ประชาชนก็เชื่อมั่น แม้เราจะผิดพลาดไปบ้างประชาชนก็ให้อภัย เพราะเขารู้ว่าเราตั้งใจทำงาน ตำรวจวันนี้ต้องจับมือกันทุกหน่วย เพราะถ้าแยกเมื่อไหร่กำลังมันมีน้อย วันนี้จะเห็นว่า ผมเอาตำรวจท่องเที่ยวไปทำงานร่วมกับ 191 ไปสนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธรเพื่อจับเด็กแว้น เราต้องร่วมกันทำงาน เราจะได้มีพลังมากขึ้น ตำรวจเราต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน

อย่างเรื่องคอลเซ็นเตอร์ เราใช้เวลามานาน 10 กว่าปีแต่ยังปราบไม่หมด เมื่อเอาจริงขึ้นมา ทำงานแบบบูรณาการ จัดการไม่นานก็สำเร็จ เมื่อก่อนไม่ใช่ไม่ทำ ทุกคนตั้งใจทำงาน แต่ต่างคนต่างทำ ไม่ได้ทำงานร่วมกัน เช่น เขาไปแจ้งความที่นครพนม นครพนมก็รับแจ้ง เขาไปแจ้งที่หาดใหญ่ หาดใหญ่ก็รับคดี แต่ไม่ได้บูรณาการงานร่วมกัน งานจึงล่าช้า แต่วันนี้เราบูรณาการร่วมกัน เราจับมือกันทำงานก็สำเร็จ เมื่อผู้บังคับบัญชามอบหมายแล้วต้องทำให้จบ แบบที่ไม่ต้องมาคอยตามแก้ปัญหากันภายหลังอีก

เรื่องที่ประชาชนต้องการให้ปฏิรูปตำรวจ เพราะประชาชนหมดความเชื่อถือ ศรัทธาตำรวจ ถ้าไม่ฟื้นความเชื่อมั่น ปฏิรูปเป็นพันครั้งก็ไม่มีประโยชน์ เราต้องไล่ตำรวจน้ำเสียออกไป ต้องสร้างจิตสำนึก สร้างดีเอ็นเอใหม่ของตำรวจให้นึกถึงประชาชน ต้องติดตามการทำงานเน้นไปที่โรงพัก ต้องทำให้ตำรวจพูดจาดีๆ กับประชาชน ถ้าเมื่อไหร่พนักงานสอบสวน พูดดีๆ กับชาวบ้านทั้งประเทศ รับคดีแล้วไปดูที่เกิดเหตุ อธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจ รีบสั่งคดีให้เร็ว จะสั่งฟ้องไม่ฟ้องก็แล้วแต่ แต่ต้องเร็ว ถ้าทำได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดีขึ้นเยอะ ประชาชนจะกลับมาเชื่อมั่นตำรวจ

หลักคิดมันต้องคิดกลับกัน คิดแบบปิรามิดกลับหัว ห้องที่ดีที่สุดของโรงพักก็คือห้องรับแจ้งความ ห้องสอบสวน ห้องส้วม ห้องน้ำ ห้องผู้กำกับ ธรรมดาๆ ไม่ต้องหรูก็ได้เพราะใช้แค่คนเดียวเอง เราต้องเน้นบริการประชาชน แต่ทุกวันนี้ห้องที่ดีที่สุดคือห้องผู้กำกับสถานี ห้องที่แย่ที่สุดคือห้องน้ำ และห้องที่แย่มากที่สุดคือห้องที่รับแจ้งความ

ต้องเน้นการบริการประชาชน ถ้าใครไม่อยากเหนื่อยก็ไม่ต้องมาเป็นผู้กำกับ เราต้องฟื้นศรัทธา คนเป็น ผบ.ตร.ทุกคนมีดีกันทุกท่าน ถ้าจะฟื้นศรัทธาจริง ผบ.ตร. ต้องลงตรวจเอง ไปตรวจโรงพักโดยไม่บอกล่วงหน้า

- มีแต่คนอื่น หรือถูกสื่อนิยามว่าเป็น “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ”แล้ว นิยามตัวเองว่าเป็นอย่างไร
เรื่อง “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” เนี้ย คือผมเป็นคนง่ายๆ ใครเอ่ยปากมาก็บริการเขาหมด เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ก็เลยเรียกว่า “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” ก็ไม่เป็นไร เมื่อเราเป็นคนของประชาชนก็พร้อมถูกตรวจสอบ ถูกตั้งฉายา แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไร ต้องเรียนว่าในการทำหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ มันต้องอดทน อดกลั้น เข้มแข็ง เราทำอะไรไปแล้วอาจต้องเผชิญกับหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการถูกฟ้อง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าเรายึดหลักว่าทำแล้ว ไม่มีผลประโยชน์ ทำแล้วบ้านเมืองดี ประชาชนมีที่ยืนก็ทำไปเถอะ




กำลังโหลดความคิดเห็น...