xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“หนู-เน-วิชัย” ร้าวแต่“ไม่แยก” "อ๊อดไซด์ไลน์" เล่นตัวเพราะนัวได้หมด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

อนุทิน ชาญวีรกูล , เนวิน ชิดชอบ , วิชัย ศรีวัฒนประภา , พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
สมการการเมือง

แม้ “บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรฐัมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะหักปากกาเซียน ไม่เล่นบทไม้หลักปักขี้เลน เป็น “นายกฯ คนนอก” แต่ขอเข้ามาสอดใส่เป็น “นายกฯ คนใน” มีสังกัดชัดเจน ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคที่ “เฮียกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และลูกหาบเศรษฐกิจไปรวมรวบระดมพล
 
แต่คงไม่ได้หวังว่า จะตั้งขึ้นมาแล้วเป็นเบอร์หนึ่งในบัดดลเพราะโดยสภาพกับการแย่งฐานที่มั่นของทั้ง “เพื่อไทย” และ “ประชาธิปัตย์” เป็นเรื่องยากในเวลาอัน รวดเร็ว น่าจะหวังเพียงแค่เป็นพรรคขนาดไซส์กลางพอท้วม ๆพอมีปากมีเสียงมีอำานาจต่อรอง

เพื่อให้ “บิ๊กตู่” ดูดีเป็นผีมีศาล

สงครามการเมืองในสนามเลือกตั้งยังต้องหวังพึ่ง พรรคขนาดกลางและพรรคขนาดเล็กอื่นๆที่ไปกวาดต้อน มา โดยเฉพาะ “ภูมิใจไทย” ที่ยังเป็นหัวเรือใหญ่ในการดัน ก้น “บิ๊กตู่” สู่ตำาแหน่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศ

เพราะโดยศักยภาพแล้ว จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา “ภูมิใจไทย” ถือเป็นพรรคขนาดกลางลำาดับที่ 3 รองจาก พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ มีปริมาณ ส.ส.ในมืออยู่ถึง 30-40 คน เป็นตัวแปรทางการเมืองที่สำาคัญ และการ เลือกตั้งในกติกาใหม่มีแนวโน้มสูงที่“ค่ายบุรีรัมย์” จะได้ที่ นั่ ส.ส.มากกว่าเดิม
 
ขณะเดียวกันยังเป็นพรรคที่มี “กระสุนดินดำา” ใน ระดับคลังสรรพาวุธมีนักการเมืองประเภทเหลี่ยมคูจัดจ้าน อาศัยอยู่ชุกชุมถ้าได้มาเป็นกำาลังสำคัญจะสามารถต่อกรเสือสิงห์กระทิงแรดในรัฐสภาได้ระดับหนึ่งทีเดียว
 
หากแต่ช่วงนี้ปรากฏข่าวมากมายภายในพรรคโดย เฉพาะเรื่องทิศทางว่าจะเดินไปทางไหน ตกลงปลงใจกับ “ท็อปบูต” จริงอย่างที่หลายคนเข้าใจหรือไม่

เพราะระยะหลัง “เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวรีกูล หัวหน้าพรรค มักให้สัมภาษณ์หลังพิงประชาธิปไตยผนวกไปกับ การติติงทหาร ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีพรรคเพื่อไทยอยู่บ่อย ๆ
 
ขณะที่ “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ” เนวิน ชิดชอบ พ่อใหญ่ของพรรค ที่วันนี้ยังหลบฉากสนามการเมืองขออยู่เบื้องหลัง ทำหน้าที่ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ดชัดเจนในหลายครั้งหลายคราว่าสนับสนุนท็อปบูต ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เต็มที่ แบบไม่เจี๋ยมเจี้ยม
 
“หัว” ภายในพรรค เล่นกันคนละทิศละทาง เกิดคำถามตามมา ตกลง “ภูมิใจไทย” เอาอย่างไรกับชีวิต
 
นอกจากนี้ขุมข่ายคอนเนกชันที่เกาะมาแน่นนานทั้ง “เสี่ยวิชัย” วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าพ่ออาณาจักร คิง เพาเวอร์ ที่เป็นทุนเบอร์ใหญ่ของค่ายสุดท้ายจะให้การอุดหนุนใคร และ“อ๊อดไซด์ไลน์” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะเข้าชายคาพรรค ภูมิใจไทยหรือไม่ หลังออกตัวว่าสวยประดุจนางงามและ ค่ายบุรีรัมย์ยังไม่ใช่คำาตอบสุดท้าย

แถมยังมีข่าวตลกโปกฮาว่า “ภูมิใจไทย” จะไปเอา “บิ๊กตู่” มานั่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหมายเลขหหนึ่งแล้วให้“เสี่ยหนู” หัวหน้าพรรคเป็นหมายเลขสองมัน อีนุงตุงนังกันไปหมด

ตามคิวที่วันนี้ลิ่มความไม่ลงรอยกันในพรรค ยังมีอยู่จริง โดยเฉพาะ “เสี่ยหนู” และ “เนวิน” ที่เห็นไม่ตรงกัน หลายเรื่องมาแต่ไหนแต่ไร แม้ “นายใหญ่บุรีรัมย์” จะตี ฆ้องร้องป่าวว่า พอแล้วการเมืองไทย แต่อย่างที่รู้กัน มัน เป็นเพียงมารยาการเมืองที่ไม่มีวันตัดขาด
 
“เนวิน” ยังแสดงความเป็นเจ้าของพรรคอยู่ตลอด เวลาในสายตาแล้ว “เสี่ยหนู" เป็นแค่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ เอา “ภูมิใจไทย” ไปฝากผีฝากไข้เท่านั้น ไม่ใช่ยกพรรคให้ รับสัมปทานเอาไปทำานู่นทำานี่ ตามอำเภอใจ

ดังจะเห็นในหลายกรรม หลายวาระ ในช่วงก่อนยุบ สภา ที่ “เจ้าพ่อซิโนไทย”ในฐานะหัวหน้าพรรคตามนิตินัยสั่งให้ลูกพรรคโหวตตามมติที่ประชุม แต่สุดท้ายคดีพลิกออกมาอีกแบบ ตามเกมที่ “เนวิน” หัวหน้าพรรคตามพฤตินัยส่งสัญญาณไปอีกแบบในภายหลัง
 
บ่อยครั้งที่“เสี่ยหนู” และ “เนวิน” ขุ่นข้องหมองใจ กันหลายเรื่อง “เสี่ยหนู” ไปเออออห่อหมกโดยพลการ ไม่ปรึกษา สร้างความโมโหโกรธาให้ “คนโตบุรีรัมย์” ยิ่ง
 
มันเลยมีคิว “เจาะยาง” สั่งสอนกันเองให้เห็นบ่อยๆภายในพรรค
 
สำหรับ“เนวิน” ภูมิใจไทยคือพรรคที่ตัวเองก่อตั้งวันนี้แค่ฝากฝังไม่ได้ยกให้เลยแต่ก็ไม่ได้คิดจะครอบงำบงการทุกเรื่องเพียงแต่ควร“เห็นหัวกันบ้าง” จะเสวนา สมาคมอะไรน่าจะหารือกันก่อน
 
แต่ความคิดของคนอย่าง“เสี่ยหนู” คือในเมื่อให้ตัว เองดูแลแถมเป็น “ทุนใหญ่” ก็ควรจะต้องเลือกทางเอง ย้อนกลับไปดูอาการขบเหลี่ยมของ 2 บิ๊กในค่าย จะ

เห็นว่า ครั้งหนึ่ง “เสี่ยหนู” เคยถึงกับร่ำไห้ ในวันคล้าย วันเกิด เมื่อปี 2559 ทำานองตัดพ้อว่า ตัวเองใช้ทุกอย่างที่มี อยู่เพื่อทำาให้พรรคเจริญก้าวหน้า จะไม่มีใครมาแอบอ้าง เป็นเจ้าของพรรคได้แล้ว หรือจะยอมเป็นนอมินีให้ใคร จะ เป็นตัวของตัวเองเพื่อส่วนรวม

จังหวะทิ้งทุ่นระเบิดดอกนั้น มันกระทบชิ่งใครไม่ได้นอกจาก“เนวิน” ทำาให้เห็น“ลิ่ม”ความไม่ลงรอยภายใต้ ความสัมพันธ์ที่กระชับแน่นของผู้ยิ่งใหญ่อีสานใต้แต่สุดท้ายตราบใดที่น้ำายังพึ่งเรือเสือยังพึ่งป่า "เนวิน" กับ "เสี่ยหนู ก็ไม่มีทางจะแตกตวัออกมาจากพรรค ภูมิใจไทย

เสี่ยหนูมีตังค์ เงินถุงเงินถัง จับจ่ายใช้สอยบรรดา ส.ส.มาอยู่ในก๊วนได้สบาย แต่อย่าลืมว่าถ้าวัดกันจริงๆ นักการเมืองในค่ายแทบจะเป็นฝั่ง “เสี่ยห้อย” แทบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ประธานสโมสรบรุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็เลือกที่จะพึ่งทรัพยากรจาก “เจ้าพ่อซิโนไทย” ในการขับเคลื่อน พรรคไปข้างหน้ามากกว่า

อาการขบเหลี่ยมเฉือนคมที่เกิดขึ้น เป็นเพียงลักษณะ “พ่อแง่แม่งอน” ที่ฝ่ายหนึ่งยังต้องการมีอำนาจกุมสภาพ พรรคในขณะที่อีกฝ่ายต้องการอิสระอย่างเบ็ดเสร็จ ในฐานะหัวหน้าตามกฎหมาย

“เนวิน” เองไม่ทิ้งพรรคแน่ แม้จะไม่ลงเลือกตั้ง ตาม คิวที่วันนี้แม้จะยกอภิสิทธิ์ทางกฎหมายให้“เสี่ยหนู”แต่ก็ ส่งน้องชายสุดที่รักอย่าง “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ มา เป็นเลขาธิการพรรคเพื่อถ่วงดุลอำานาจ และดูแลสมาชิก ไม่ ได้ตัดขาดทิ้งร้างให้สัมปทานจากเจ้าของพรรคตัวจริงไป ทั้งหมด
 
“เสี่ยวิชัย” ทุนยักษ์ใหญ่อีกแห่งของพรรค แม้จะ สนิทชิดเชื้อกับทั้งคู่ แต่ถ้าให้เลือก สุดท้ายอย่างไรก็ต้อง อยู่กับ“เนวิน”เพียงแต่มันยังไม่มีอะไรถึงขั้นแตกหัก
 
“ภูมิใจไทย” วันนี้เป็นพรรคการเมืองที่เล่น “สองหน้า” ทางหนึ่ง “เนวิน” ดีลกับฝั่งทหาร ขณะที่อีกทาง “เสี่ยหนู” ไม่หักหาญน้ำใจพรรคเพื่อไทย ไม่เสี่ยงอะไรกับอนาคตที่ไม่แน่นอนทางการเมือง

เพราะนี่คือ“ธนกิจการเมือง” นักธุรกิจที่ต้องการรักษา "คอนเนกชัน”เป็นเรื่องใหญ่สำาคัญที่สุด
 
ส่วน “อ๊อดไซด์ไลน์" เป็นสไตล์นักการเมืองที่เข้าได้กับทุกฝ่ายเฉกเช่นกัน ถึงวันนั้นฝ่ายไหนมีอำานาจ มี ประโยชน์ ก็โดดร่วมแจม ถึงยังได้แทงกั๊ก ไม่เปิดตัวกับ พรรคยี้ห้อยร้อยยี่สิบสักที ขอเล่นตัวไปกอ่น เพราะอ๊อดนัวได้ทั้งหมด .


กำลังโหลดความคิดเห็น...