xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

จะแก้ ม.112 ไหม? เป็นแนวร่วม “ระบอบทักษิณ” หรือไม่? สอบปากคำ “ธนาธร – ปิยบุตร”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ  ปิยบุตร แสงกนกกุล
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" กับ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" 2 คีย์แมนคนสำคัญของพรรคอนาคตใหม่ ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในวันเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561

- มุมมองต่อรัฐประหาร
ธนาธร : ผมคิดว่าเราเสียเวลาทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล (ขมวดคิ้วตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น) รัฐบาลนี้รัฐบาลทหารปกครองประเทศมาตั้ง 4 ปี เท่ากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เราเห็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างไรบ้างจากนโยบายของทหาร ผมว่าผมมองไม่เห็น... ต้นทุนความสงบสุขเยอะเกินไป ต้นทุนของความสงบสุขในวันนี้เป็นความสงบสุขที่ฉาบฉวย และต้องจ่ายด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชน และต้องจ่ายด้วยการหยุดการพัฒนาเศรษฐกิจในรอบหลายปีที่ผ่านมา มันเยอะเกินไปและแพงเกินไป

ปิยบุตร : (แสดงท่าทีเคร่งขรึมก่อนตอบคำถาม) ณ วันนี้เราอยู่ใน ปี 2561 เราลองย้อนไปในช่วงของปี 2548 แล้วลองดูความรู้สึกว่าสังคมไทยมีอะไรแตกต่างไปจากเดิมบ้าง หรือเหมือนเดิม? สุดท้ายเราเดินหน้ามานับ 10 ปี ยังวนกลับมาที่เดิม อันนี้เป็นคำตอบที่แต่ละท่านลองพิจารณาได้ด้วยตัวเองนะครับ 4 ปีที่ผ่านมามันแตกต่างอย่างไรกับปี 2548 หรือ ปี 2549

- ลบภาพนายทุนและภาพกลุ่มนิติราษฎร์
ธนาธร : ผมไม่แน่ใจว่าผมจะล้ำเส้นสิ่งที่ คสช. อนุญาตให้เราพูดได้ในวันนี้หรือเปล่า ผมคิดว่าผมจะทำให้พรรคนี้เป็นพรรคที่ยืนอยู่ด้วยหลักการประชาธิปไตยที่สุด สิ่งที่เราอยากจะเห็นในสังคมเราสร้างมันที่นี่ก่อน การสร้างประชาธิปไตยเริ่มต้นที่นี่และจะต้องเป็นโมเดลที่สมบูรณ์ที่เราอยากจะให้มันเป็น พรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่พรรคธนาธร ไม่ใช่พรรคปิยบุตร แต่อนาคตใหม่มันเป็นพรรคของพวกเราที่อยากเกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เราจะทำโดยให้ประชาธิปไตยอยู่ในกระบวนการตัดสินใจ ตั้งแต่การเลือกลงผู้สมัคร ทิศทางของพรรค การทำยุทธศาสตร์ รวมไปถึงนโยบายพรรคท ทุกคนมีส่วนร่วมทุกการตัดสนใจในพรรคจะต้องยึดโยงกับสมาชิก

ผมไม่ต้องการให้พรรคนี้เป็นพรรคที่เติบโตและอยู่ต่อไปด้วยเงินจากกระเป๋าของผม สิ่งที่เราจะทำคือทำให้พรรคนี้สามารถระดมทุนจากประชาชนเป็นไปได้จริง ทำไม บารัค โอบามา สามารถระดมทุนจากประชาชนในอเมริกาได้ ไม่มีเหตุผลที่เราจะทำไม่ได้ที่นี่ ผมเชื่อว่า.. พรรคการเมืองที่ตั้งอยู่จากการระดมทุนจากประชาชนเป็นไปได้ ถ้าเป็นไปได้.. ผมจะต้องฟังเสียงของพวกเขา มันจะดึงผมกลับมายึดติดกับผลประโยชน์ของสมาชิกพรรค นั่นคือสิ่งที่เราจะทำ เราจะไม่มีใครสักคนที่มีอำนาจเหนือกว่าสมาชิกพรรค เพราะเงินไม่ได้มาจากเขาหรือเธอ

ปิยบุตร : ผมไม่เคยปฏิเสธว่าผมร่วมก่อตั้งกับเพื่อนอาจารย์และเป็นสมาชิกนิติราษฎร์ การร่วมก่อตั้งคณะคณะนิติราษฎร์มันเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจของผมด้วยซ้ำ ที่ได้เสนอข้อเสนอจำนวนมาก บนพื้นฐานของการปลูกฝังหลักการนิติรัฐประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยให้จงได้ แต่วันนี้ผมกำลังจะเปลี่ยนบทบาทจากนักวิชาการเข้ามาสู่สนามทางการเมือง ฉะนั้น บทบาทของผมต้องเปลี่ยนไป คณะนิติราษฎร์ก็ยังเป็นนักวิชาการใช้เสรีภาพทางวิชาการต่อไป ผมมีบทบาทในทางการเมือง เราไม่เกี่ยวข้องกับอาจารย์กลุ่มคณะนิติราษฎร์ก็ยังทำงานต่อไป ส่วนผมก็มุ่งหน้าทำการเมืองเพื่ออนาคตใหม่ดังนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

- จุดยืนต่อมาตรา 112
ปิยบุตร : ผมเคยร่วมกับเพื่อนอาจารย์หลายๆ คน เสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 สาเหตุเพราะอะไรทุกท่านคงท่านกันดี กฎหมายอาญามาตรา 112 ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างกัน ถูกนำไปใช้กลั่นแกล้งกัน ถูกนำไปใช้ในการทำลายล้างศัตรูทางการเมืองฝั่งตรงข้าม การเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ

ทุกท่านคงทราบดีว่าวันนี้มีตัวบ่งชี้ แม้กระทั่งรัฐก็มีปฏิกิริยาในแง่ของการปรับปรุงกฎหมายอาญามาตรานี้เช่นเดียวกัน ปัจจุบันท่านก็คงเห็นหนังสือของสำนักงานอัยการสูงสุดออกมาว่า ต่อไปนี้จะให้อัยการสูงสุดเท่านั้นเป็นคนพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ เราเห็นทิศทางของศาลให้ประกันตัวผู้ต้องหาคดีอาญา มาตรา112 มากขึ้น เราเห็นทิศทางคำพิพากษาจำนวนมากยกฟ้อง นั่นหมายถึงรัฐเองก็ตระหนักถึงปัญหาการใช้กฎหมายมาตรา 112 การปรับปรุงแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตร 112 ทำให้บุคคลทั้งหลายนำกฎหมายมาตรนี้มาทำลายล้างกันไม่ได้อีก บุคคลใดก็ตามจะไม่สามารถแอบอ้างเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ทำลายล้างผู้ที่เกลียดได้หรือศัตรูทางการเมืองของตัวเอง สถาบันพระมหากษัตริย์จะดำรงอยู่ได้อย่างมีเสถียรภาพ มั่นคง และมีเกียรติยศ ทันสมัย สอดคล้องกับประชาธิปไตย

ในส่วนของผม ณ วันนี้ เปลี่ยนบทบาทมาลงสนามทางการเมือง หลายท่านก็อาจจะตั้งคำถามว่า แล้วพรรคการเมืองนี้จะเอาอย่างไรต่อไปกับเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ดังที่ ธนาธร ได้เรียนไปว่าพรรคนี้เป็นของสมาชิกทุกคน นโยบายทุกเรื่องที่เราจะนำเสนอมีหลากหลายทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และประชาธิปไตย นโยบายของพรรคเกิดจากการฟังเพื่อนสมาชิกและความคิดเห็นของประชาชน ณ วันนี้ คสช. ไม่อนุญาตให้พูดเรื่องนโยบายใดๆ ทั้งนี้ ฉะนั้น ณ วันนี้ยังตอบไม่ได้ และพรรคนี้ไม่ใช่ของผม ผมมีความคิดแบบนี้ แต่เรื่องจะเสนอไม่เสนอเป็นนโยบายหรือไม่อยู่ที่สมาชิกพรรค และการฟังความคิดเห็นจากประชาชน

- การแข่งขันพรรคใหญ่และอำนาจรัฐทหาร รวมทั้งอาจแพ้ฟาวล์ก่อนตั้ง
ธนาธร : จริงๆ มีคนตักเตือนและผู้หวังดีให้กำลังใจเราเยอะ ว่าการเดินไปข้างหน้าต้องเดินอย่างระมัดระวัง เราจะเดินไปด้วยความสุขุม รอบคอบ ขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจมา ผมคิดว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ใช่พรรคทางเลือก จะเป็นพรรคทางหลัก เส้นทางในการแก้ปัญหาเรื่องประชาธิปไตยการพาสังคมเคลื่อนไปข้างหน้าพรรคเราจะเป็นพรรคทางหลัก ในการมีส่วนร่วมการแก้ปัญหาประชาธิปไตย ทุกพรรคการเมืองจะเป็นคู่แข่งของเรา เราจะต่อสู้ทุกสนามทุกเขตเลือกตั้งทุกชนชั้นอาชีพ เพื่อทุกๆ คะแนนเสียง ไม่ว่าจะเป็นคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทย คะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกสมรภูมิเราจะต้องสู้ทุกคะแนนเสียง เพื่อให้พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคทางหลักของสังคมให้ได้

- แกนนำส่วนหนึ่งถูกมองว่าเลือกข้างเป็นคู่ขัดแย้งของฝ่ายอนุรักษ์นิยม
ธนาธร : ไม่ใช่ ผมว่าผิด (สวนตอบทันที) เราไม่ได้เลือกข้างแต่เรามีจุดยืน ถ้าข้างไหนข้ามเส้นจุดยืนนี้ เราต่อต้านและโจมตี เราไม่มีข้างแต่เรามีจุดยืน ที่ผ่านมาสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งชัดเจนกับเรื่องนี้ ถ้าตราบใดพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย คุณทักษิณ คุณประยุทธ์ ถ้าข้ามเส้นเมื่อไหร่เราจะวิจารณ์ทันที เราจะต่อต้านทันที เราจะถือหางทางการเมืองกับคนที่มีอุดมการณ์ เราทำงานทางการเมือง เราจะไม่ประนีประนอมกับจุดยืนนี้ ถ้าตราบใดที่พรรคอนาคตใหม่ประณีประนอมกับจุดยืนต่างๆ เหล่านี้ ผมจะเป็นคนแรกที่ลาออกเอง

- ความขัดแย้งในกลุ่มประชาชน
ปิยบุตร : ความขัดแย้งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มันถูกแบ่งฝักฝ่ายทางการเมือง ผมอยากจะชี้ชวนให้ฝักฝ่ายทางการเมืองทั้งหลาย มานั่งคิดตรึกตรองกันให้ดีๆ ว่าความขัดแย้งจริงๆ ใช่เรื่องประชาชนใส่เสื้อคนสีคนละพรรคคนละฝ่าย หรือเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนคนไทยกับอำนาจเผด็จการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพบุคคลที่ไม่เปิดโอกาสให้บุคคลร่วมกำหนดนโยบาย ประชาชนถูกทำให้หายจากการเมือง ทุกวันนี้เราเห็นชนชั้นนำทางการเมืองไม่กี่คน กำหนดชีวิตให้กับเรา และกำลังกำหนดอนาคตให้เราโดยที่เราไม่มีส่วนร่วมเลย ผมเชื่อว่าเรา เมื่อรู้เช่นนี้แล้วจะแบ่งสีแบงฝ่ายทำไม ในเมื่อจุดเริ่มคือเราต้องการฟื้นประชาชนกลับมามีบทบาทมีอำนาจมีความสนใจทางการเมือง

ธนาธร : ผมคิดว่า give democracy changeให้โอกาสประชาธิปไตยให้มันกลับมางอกงามกลับมาเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะสีไหนฝ่ายไหน กลับมาเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ปัญหาการเมืองแก้ได้ที่นี่ไม่ต้องอาศัยการแก้นอกระบบ ไม่ต้องอาศัยอำนาจที่มาจากปากกระบอกปืน กลับมาสู่การเมืองระบบรัฐสภา ทำให้การเมืองในระบบรัฐสภาเข้มแข็ง ผู้ที่มีอำนาจบริหารที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนมีสิทธิบริหารได้เต็มที่ ขณะเดียวกัน มีตัวแทนการตรวจสอบที่เข้มแข็งที่บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียมกันกับกับคนทุกคนกับคนทุกชนชั้น

- การสร้างฐานเสียง การเข้าร่วมกับพรรคใหญ่ และวางตัวใครเป็นนายกฯ
ธนาธร : เบี้ยหัวแตกหรือเปล่า เราต้องการเป็นพรรคทางหลักเป็นพรรคที่นำนโยบายไปปฏิบัติได้จริง เราหวังให้พรรคของเราชนะการเลือกตั้ง เรามองทุกพรรคเป็นศัตรูคู่แข่งทางการเมืองหมดวันนี้ เพราะเราแย่งทุกเสียงด้วยกัน

เลือกตั้งแล้วจะทำงานพรรคไหนอย่างไร ไม่รู้ ณ วันนี้จนถึงวันเลือกตั้งเราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อทุกคะแนนเสียง แต่หลังจาการเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้นไม่สามารถบอกได้ อย่างเดียวที่เราพูดได้ “เราไม่รับนายกฯ คนนอก” เราไม่รับส่วนประกอบที่อประชาธิปไตยทั้งหมด เราขอไม่มีส่วนร่วมกับกระบวนการนั้น นั่นคือสิ่งที่เรายืนยันได้ในวันนี้ แต่ไกลกว่านั้น นายกฯ เป็นใคร เราจะเสนอใคร เป็นสิ่งที่เรายังไม่มีคำตอบในวันนี้ และก็ยังเป็นคำตอบเดิมเราทำจากวันนี้ไปถึงเลือกตั้งให้ดีที่สุด

ปิยบุตร : การตั้งพรรคการเมืองเพื่อลงแข่งขัน ร่วมอุดมการณ์ความคิดเดียวกันเพื่อจะนำเข้าสู่อำนาจรัฐ ดังนั้นเวลาลงสนามแข่งขันเต็มที่ เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาในเวลานั้นมันจะว่ากันอีกที ณ เวลานี้ลงแข่งขันการเมืองเต็มที่ ทำงานให้ดีที่สุด พรรคทางเลือกจะกลายเป็นพรรคทางหลัก




ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" กับ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" 2 คีย์แมนคนสำคัญของพรรคอนาคตใหม่ ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในวันเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561

 

- มุมมองต่อรัฐประหาร

ธนาธร : ผมคิดว่าเราเสียเวลาทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล (ขมวดคิ้วตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น) รัฐบาลนี้รัฐบาลทหารปกครองประเทศมาตั้ง 4 ปี เท่ากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เราเห็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างไรบ้างจากนโยบายของทหาร ผมว่าผมมองไม่เห็น... ต้นทุนความสงบสุขเยอะเกินไป ต้นทุนของความสงบสุขในวันนี้เป็นความสงบสุขที่ฉาบฉวย และต้องจ่ายด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชน และต้องจ่ายด้วยการหยุดการพัฒนาเศรษฐกิจในรอบหลายปีที่ผ่านมา มันเยอะเกินไปและแพงเกินไป

 

ปิยบุตร : (แสดงท่าทีเคร่งขรึมก่อนตอบคำถาม) ณ วันนี้เราอยู่ใน ปี 2561 เราลองย้อนไปในช่วงของปี 2548 แล้วลองดูความรู้สึกว่าสังคมไทยมีอะไรแตกต่างไปจากเดิมบ้าง หรือเหมือนเดิม? สุดท้ายเราเดินหน้ามานับ 10 ปี ยังวนกลับมาที่เดิม อันนี้เป็นคำตอบที่แต่ละท่านลองพิจารณาได้ด้วยตัวเองนะครับ 4 ปีที่ผ่านมามันแตกต่างอย่างไรกับปี 2548 หรือ ปี 2549

 

- ลบภาพนายทุนและภาพกลุ่มนิติราษฎร์

ธนาธร : ผมไม่แน่ใจว่าผมจะล้ำเส้นสิ่งที่ คสช. อนุญาตให้เราพูดได้ในวันนี้หรือเปล่า ผมคิดว่าผมจะทำให้พรรคนี้เป็นพรรคที่ยืนอยู่ด้วยหลักการประชาธิปไตยที่สุด สิ่งที่เราอยากจะเห็นในสังคมเราสร้างมันที่นี่ก่อน การสร้างประชาธิปไตยเริ่มต้นที่นี่และจะต้องเป็นโมเดลที่สมบูรณ์ที่เราอยากจะให้มันเป็น พรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่พรรคธนาธร ไม่ใช่พรรคปิยบุตร แต่อนาคตใหม่มันเป็นพรรคของพวกเราที่อยากเกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เราจะทำโดยให้ประชาธิปไตยอยู่ในกระบวนการตัดสินใจ ตั้งแต่การเลือกลงผู้สมัคร ทิศทางของพรรค การทำยุทธศาสตร์ รวมไปถึงนโยบายพรรคท ทุกคนมีส่วนร่วมทุกการตัดสนใจในพรรคจะต้องยึดโยงกับสมาชิก

 

ผมไม่ต้องการให้พรรคนี้เป็นพรรคที่เติบโตและอยู่ต่อไปด้วยเงินจากกระเป๋าของผม สิ่งที่เราจะทำคือทำให้พรรคนี้สามารถระดมทุนจากประชาชนเป็นไปได้จริง ทำไม บารัค โอบามา สามารถระดมทุนจากประชาชนในอเมริกาได้ ไม่มีเหตุผลที่เราจะทำไม่ได้ที่นี่ ผมเชื่อว่า.. พรรคการเมืองที่ตั้งอยู่จากการระดมทุนจากประชาชนเป็นไปได้ ถ้าเป็นไปได้.. ผมจะต้องฟังเสียงของพวกเขา มันจะดึงผมกลับมายึดติดกับผลประโยชน์ของสมาชิกพรรค นั่นคือสิ่งที่เราจะทำ เราจะไม่มีใครสักคนที่มีอำนาจเหนือกว่าสมาชิกพรรค เพราะเงินไม่ได้มาจากเขาหรือเธอ

 

ปิยบุตร : ผมไม่เคยปฏิเสธว่าผมร่วมก่อตั้งกับเพื่อนอาจารย์และเป็นสมาชิกนิติราษฎร์ การร่วมก่อตั้งคณะคณะนิติราษฎร์มันเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจของผมด้วยซ้ำ ที่ได้เสนอข้อเสนอจำนวนมาก บนพื้นฐานของการปลูกฝังหลักการนิติรัฐประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยให้จงได้ แต่วันนี้ผมกำลังจะเปลี่ยนบทบาทจากนักวิชาการเข้ามาสู่สนามทางการเมือง ฉะนั้น บทบาทของผมต้องเปลี่ยนไป คณะนิติราษฎร์ก็ยังเป็นนักวิชาการใช้เสรีภาพทางวิชาการต่อไป ผมมีบทบาทในทางการเมือง เราไม่เกี่ยวข้องกับอาจารย์กลุ่มคณะนิติราษฎร์ก็ยังทำงานต่อไป ส่วนผมก็มุ่งหน้าทำการเมืองเพื่ออนาคตใหม่ดังนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

 

- จุดยืนต่อมาตรา 112

ปิยบุตร : ผมเคยร่วมกับเพื่อนอาจารย์หลายๆ คน เสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 สาเหตุเพราะอะไรทุกท่านคงท่านกันดี กฎหมายอาญามาตรา 112 ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างกัน ถูกนำไปใช้กลั่นแกล้งกัน ถูกนำไปใช้ในการทำลายล้างศัตรูทางการเมืองฝั่งตรงข้าม การเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ

 

ทุกท่านคงทราบดีว่าวันนี้มีตัวบ่งชี้ แม้กระทั่งรัฐก็มีปฏิกิริยาในแง่ของการปรับปรุงกฎหมายอาญามาตรานี้เช่นเดียวกัน ปัจจุบันท่านก็คงเห็นหนังสือของสำนักงานอัยการสูงสุดออกมาว่า ต่อไปนี้จะให้อัยการสูงสุดเท่านั้นเป็นคนพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ เราเห็นทิศทางของศาลให้ประกันตัวผู้ต้องหาคดีอาญา มาตรา112 มากขึ้น เราเห็นทิศทางคำพิพากษาจำนวนมากยกฟ้อง นั่นหมายถึงรัฐเองก็ตระหนักถึงปัญหาการใช้กฎหมายมาตรา 112 การปรับปรุงแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตร 112 ทำให้บุคคลทั้งหลายนำกฎหมายมาตรนี้มาทำลายล้างกันไม่ได้อีก บุคคลใดก็ตามจะไม่สามารถแอบอ้างเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ทำลายล้างผู้ที่เกลียดได้หรือศัตรูทางการเมืองของตัวเอง สถาบันพระมหากษัตริย์จะดำรงอยู่ได้อย่างมีเสถียรภาพ มั่นคง และมีเกียรติยศ ทันสมัย สอดคล้องกับประชาธิปไตย


ในส่วนของผม ณ วันนี้ เปลี่ยนบทบาทมาลงสนามทางการเมือง หลายท่านก็อาจจะตั้งคำถามว่า แล้วพรรคการเมืองนี้จะเอาอย่างไรต่อไปกับเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ดังที่ ธนาธร ได้เรียนไปว่าพรรคนี้เป็นของสมาชิกทุกคน นโยบายทุกเรื่องที่เราจะนำเสนอมีหลากหลายทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และประชาธิปไตย นโยบายของพรรคเกิดจากการฟังเพื่อนสมาชิกและความคิดเห็นของประชาชน ณ วันนี้ คสช. ไม่อนุญาตให้พูดเรื่องนโยบายใดๆ ทั้งนี้ ฉะนั้น ณ วันนี้ยังตอบไม่ได้ และพรรคนี้ไม่ใช่ของผม ผมมีความคิดแบบนี้ แต่เรื่องจะเสนอไม่เสนอเป็นนโยบายหรือไม่อยู่ที่สมาชิกพรรค และการฟังความคิดเห็นจากประชาชน

 

- การแข่งขันพรรคใหญ่และอำนาจรัฐทหาร รวมทั้งอาจแพ้ฟาวล์ก่อนตั้ง

ธนาธร : จริงๆ มีคนตักเตือนและผู้หวังดีให้กำลังใจเราเยอะ ว่าการเดินไปข้างหน้าต้องเดินอย่างระมัดระวัง เราจะเดินไปด้วยความสุขุม รอบคอบ ขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจมา ผมคิดว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ใช่พรรคทางเลือก จะเป็นพรรคทางหลัก เส้นทางในการแก้ปัญหาเรื่องประชาธิปไตยการพาสังคมเคลื่อนไปข้างหน้าพรรคเราจะเป็นพรรคทางหลัก ในการมีส่วนร่วมการแก้ปัญหาประชาธิปไตย ทุกพรรคการเมืองจะเป็นคู่แข่งของเรา เราจะต่อสู้ทุกสนามทุกเขตเลือกตั้งทุกชนชั้นอาชีพ เพื่อทุกๆ คะแนนเสียง ไม่ว่าจะเป็นคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทย คะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกสมรภูมิเราจะต้องสู้ทุกคะแนนเสียง เพื่อให้พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคทางหลักของสังคมให้ได้

 

- แกนนำส่วนหนึ่งถูกมองว่าเลือกข้างเป็นคู่ขัดแย้งของฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ธนาธร : ไม่ใช่ ผมว่าผิด (สวนตอบทันที) เราไม่ได้เลือกข้างแต่เรามีจุดยืน ถ้าข้างไหนข้ามเส้นจุดยืนนี้ เราต่อต้านและโจมตี เราไม่มีข้างแต่เรามีจุดยืน ที่ผ่านมาสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งชัดเจนกับเรื่องนี้ ถ้าตราบใดพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย คุณทักษิณ คุณประยุทธ์ ถ้าข้ามเส้นเมื่อไหร่เราจะวิจารณ์ทันที เราจะต่อต้านทันที เราจะถือหางทางการเมืองกับคนที่มีอุดมการณ์ เราทำงานทางการเมือง เราจะไม่ประนีประนอมกับจุดยืนนี้ ถ้าตราบใดที่พรรคอนาคตใหม่ประณีประนอมกับจุดยืนต่างๆ เหล่านี้ ผมจะเป็นคนแรกที่ลาออกเอง

 

- ความขัดแย้งในกลุ่มประชาชน

ปิยบุตร : ความขัดแย้งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มันถูกแบ่งฝักฝ่ายทางการเมือง ผมอยากจะชี้ชวนให้ฝักฝ่ายทางการเมืองทั้งหลาย มานั่งคิดตรึกตรองกันให้ดีๆ ว่าความขัดแย้งจริงๆ ใช่เรื่องประชาชนใส่เสื้อคนสีคนละพรรคคนละฝ่าย หรือเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนคนไทยกับอำนาจเผด็จการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพบุคคลที่ไม่เปิดโอกาสให้บุคคลร่วมกำหนดนโยบาย ประชาชนถูกทำให้หายจากการเมือง ทุกวันนี้เราเห็นชนชั้นนำทางการเมืองไม่กี่คน กำหนดชีวิตให้กับเรา และกำลังกำหนดอนาคตให้เราโดยที่เราไม่มีส่วนร่วมเลย ผมเชื่อว่าเรา เมื่อรู้เช่นนี้แล้วจะแบ่งสีแบงฝ่ายทำไม ในเมื่อจุดเริ่มคือเราต้องการฟื้นประชาชนกลับมามีบทบาทมีอำนาจมีความสนใจทางการเมือง

 

ธนาธร : ผมคิดว่าgive democracy changeให้โอกาสประชาธิปไตยให้มันกลับมางอกงามกลับมาเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะสีไหนฝ่ายไหน กลับมาเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ปัญหาการเมืองแก้ได้ที่นี่ไม่ต้องอาศัยการแก้นอกระบบ ไม่ต้องอาศัยอำนาจที่มาจากปากกระบอกปืน กลับมาสู่การเมืองระบบรัฐสภา ทำให้การเมืองในระบบรัฐสภาเข้มแข็ง ผู้ที่มีอำนาจบริหารที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนมีสิทธิบริหารได้เต็มที่ ขณะเดียวกัน มีตัวแทนการตรวจสอบที่เข้มแข็งที่บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียมกันกับกับคนทุกคนกับคนทุกชนชั้น

 

- การสร้างฐานเสียง การเข้าร่วมกับพรรคใหญ่ และวางตัวใครเป็นนายกฯ

ธนาธร : เบี้ยหัวแตกหรือเปล่า เราต้องการเป็นพรรคทางหลักเป็นพรรคที่นำนโยบายไปปฏิบัติได้จริง เราหวังให้พรรคของเราชนะการเลือกตั้ง เรามองทุกพรรคเป็นศัตรูคู่แข่งทางการเมืองหมดวันนี้ เพราะเราแย่งทุกเสียงด้วยกัน

 

เลือกตั้งแล้วจะทำงานพรรคไหนอย่างไร ไม่รู้ ณ วันนี้จนถึงวันเลือกตั้งเราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อทุกคะแนนเสียง แต่หลังจาการเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้นไม่สามารถบอกได้ อย่างเดียวที่เราพูดได้ “เราไม่รับนายกฯ คนนอก” เราไม่รับส่วนประกอบที่อประชาธิปไตยทั้งหมด เราขอไม่มีส่วนร่วมกับกระบวนการนั้น นั่นคือสิ่งที่เรายืนยันได้ในวันนี้ แต่ไกลกว่านั้น นายกฯ เป็นใคร เราจะเสนอใคร เป็นสิ่งที่เรายังไม่มีคำตอบในวันนี้ และก็ยังเป็นคำตอบเดิมเราทำจากวันนี้ไปถึงเลือกตั้งให้ดีที่สุด

 

ปิยบุตร : การตั้งพรรคการเมืองเพื่อลงแข่งขัน ร่วมอุดมการณ์ความคิดเดียวกันเพื่อจะนำเข้าสู่อำนาจรัฐ ดังนั้นเวลาลงสนามแข่งขันเต็มที่ เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาในเวลานั้นมันจะว่ากันอีกที ณ เวลานี้ลงแข่งขันการเมืองเต็มที่ ทำงานให้ดีที่สุด พรรคทางเลือกจะกลายเป็นพรรคทางหลัก

 

 

 

 

 


 

 

 






กำลังโหลดความคิดเห็น...