xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เปิดลายแทงอุ้ม “เปรมชัย" พ้นข้อหาฆ่าเสือดำ-ติดสินบน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสัปดาห์ - กระแสสังคมเปลี่ยนเป้าไล่ส่ง “บิ๊กปู” ถึงขั้นติด “#เราไม่เอาศรีวราห์”สนั่นโซเชียลฯ จากเหตุที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ออกอาการทะแม่งๆ ในคดีฆ่าเสือดำของ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ และคณะ ทำให้ “บิ๊กปู” ต้องทำท่าขึงขังพิสูจน์น้ำยาว่าเอาจริง ถึงกลับลั่นวาจามีพยานหลักฐานแน่นหนาพอจะดำเนินคดีกับนายเปรมชัย และพวก ได้แน่

ท่าทีที่กลับหลังหันของ “บิ๊กปู” เห็นได้ชัดเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยออกมาระบุว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอจากของกลางที่พบในที่เกิดเหตุ ทั้งอาวุธปืน อุปกรณ์ครัว และอื่นๆ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่ามีดีเอ็นเอของเสือดำปะปนอยู่ โดยยืนยันว่า พยานหลักฐานทั้งหมดมีความแน่นหนาพอที่จะดำเนินคดีกับนายเปรมชัยและพวกได้ โดยคาดว่าจะสรุปสำนวนส่งฟ้องพนักงานอัยการ ได้ภายในวันที่ 26 มี.ค.นี้

ขณะเดียวกัน คำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ปืน 3 กระบอกที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ โดยยืนยันปืนทั้งหมดเป็นของนายเปรมชัย จริง ส่วนลูกกระสุนปืนที่ทำให้เสือดำตาย เป็นลูกกระสุนลูกปรายที่บรรจุในปืนลูกซองขนาดเบอร์ 20 ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับ 1 ใน 3 กระบอกที่ตรวจยึดได้ และจากการตรวจสอบ พบว่าเป็นการยิงนัดเดียว ระยะใกล้ประมาณ 10 เมตร แต่กระสุนลูกปรายกระจายเป็น 8 รู และเจอหัวกระสุนลูกปรายที่เสือดำ 3 เม็ด

สรุปเบื้องต้นในนาทีนี้กันได้ว่ากระสุนปลิดชีพ “เสือดำ” ออกจากปืนของเปรมชัยแน่ชัด ติดก็แต่ใครเป็นคนยิงเท่านั้น ซึ่งนี่แหละที่จะเป็นช่องให้นายพรานใหญ่เปรมชัย ยืนกรานไม่ได้เป็นผู้ลั่นกระสุนสังหารเสือดำ โดยอาจอ้างว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ หรือมัวไปทำธุระอื่นอยู่ เช่น การตรวจพบหลุมอุจจาระหน้ารถของนายเปรมชัย ซึ่งนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดปฏิบัติการพญาเสือ เคยออกมาให้ข่าวใหญ่โตก่อนหน้านี้ ว่าเป็นหลักฐานเด็ด หรือการที่นายเปรมชัยให้การเองว่า ขณะนั้นไม่อยู่ในพื้นที่และไปอยู่ที่ “หน่วยเซซาโว่” ซึ่งเป็นข้อต่อสู้ที่พรานใหญ่ ITD ใช้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ส่วนใครจะเป็นคนยิงเสือดำนั่นก็สุดแล้วแต่ว่าลูกทีมที่ไปด้วยในวันดังกล่าวใครจะเป็นผู้ออกมาสมอ้างยอมรับข้อหาสังหารโหดเสือดำแทนนาย ซึ่งกรณีเช่นนี้ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ต่างรู้ดีว่าขาใหญ่นั้นมักรอด เพราะลูกทีมที่ไปด้วยจะสมอ้างรับข้อหาแทนเพื่อให้นายใหญ่รอดพ้นความผิด ดังนั้น แม้จะมีหลักฐานมัดแน่น จนคณะของนายเปรมชัย “จำนนต่อหลักฐาน” ด้วยซากเนื้อ-กระดูกเสือดำในหม้อซุป เนื้อหมูป่า หรือเนื้อไก่ฟ้าหลังขาว ในที่บริเวณแคมป์ แต่คนที่มีความผิดเต็มๆ อาจจะไม่ใช่นายเปรมชัย ก็เป็นได้

อย่างที่ นายวีรวัธน์ ธีรประสาธน์ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้วิเคราะห์คดีนายเปรมชัย เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า เท่าที่มีประสบการณ์ลักษณะแบบนี้คนที่มีชื่อเสียง เอาคณะ เอาคนขับรถ แม่ครัว นายพรานเข้าไป พอจับกุมได้ตัวเองก็ปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด แล้วพรานหรือคนขับรถก็จะมารับว่าฉันทำเองทั้งหมด “... ตัวหัวเรือใหญ่ก็จะมีคำอธิบายว่า มันไปล่าตอนฉันนอนอยู่ในเต็นท์ ไม่รู้เรื่อง แล้วตอนทำฉันไม่รู้ว่าทำ แล้วมันมาปลุกฉันไปกิน”

“....พระราชบัญญัติเขตป่าสงวนคุ้มครองสัตว์ป่านี่เข้มงวดมาก แต่กฎหมายสงวนคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นความผิดทางอาญา จึงทำให้ต้องใช้ประมวลกฎหมายพิจารณาคดีทางอาญา ที่เรียกว่า ป.วิอาญามาใช้ ซึ่งคดีจะหลุดในส่วนนี้ เนื่องจากถ้าเขายืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด แล้วจะให้เขาผิดได้อย่างไร ดังนั้น ก็ต้องหาหลักฐานมายืนยัน มัดกันให้อยู่ ตัวอย่างแบบนี้ เจอบ่อยมากตอนทำงานกรมป่าไม้ ....

นายเปรมชัย จะออกมุดช่องหนีข้อหาสังหารเสือดำทำนองนี้หรือไม่ ก็ต้องดูว่าการให้ปากคำของนายเปรมชัย ในวันที่ “บิ๊กปู” รับไหว้แบบอ่อนน้อมสุดๆ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั่วเมืองพร้อมกับไล่ส่งไม่เอาศรีวราห์ ทำคดีนี้นั้น เป็นเช่นใด เพราะยังไม่มีข้อมูลแพลมออกมาเลยแม้แต่น้อย ด้วยอาจเกรงว่าจะเสียรูปคดีก็เป็นได้

ดังนั้น เมื่อมองเห็นช่อง แม้ตอนหลัง “บิ๊กปู” และกองพิสูจน์หลักฐาน จะยืนยันว่ามีหลักฐานมัดแน่นชัดเจน แต่สังคมยังเกรงกันเหลือเกินว่า จะมีรายการทะแม่งๆ เกิดขึ้นหรือไม่ จึงทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้เปลี่ยนตัว พล.ต.อ.ศรีวราห์ พ้นจากการทำ “คดีทุ่งใหญ่ 2661” ซึ่งรองศรีฯ ก็ยืดอกรับว่าแล้วแต่ผู้บังคับบัญชา ไม่ขัดข้องอยู่แล้ว

“ผมทำงานตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ส่วนโลกโซเชียลจะว่ายังไงก็เป็นสิทธิ ไม่สามารถบังคับความคิดใครได้ เหตุผลของโซเชียลก็ไม่มีในกฎหมาย แต่ก็พร้อมรับฟัง ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกน้อยใจ หรือท้อใจในการทำงาน เพราะทำงานตามกระบวนการและขั้นตอนตามกฎหมาย แต่หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำหรือเคลื่อนไหวที่เป็นขบวนการที่มีเจตนากล่าวหาหรือกลั่นแกล้ง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน” คำขู่กลับจาก “บิ๊กปู” ซึ่งกำลังกางบัญชีเล่นงานกลับ

ทั้งยังสำทับในวันถัดมาด้วยว่า การกดดันให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวน อาจจะทำให้สำนวนอ่อนลงก็ได้ และรองศรีฯ ยังกล่าวด้วยว่า ตอนนี้ขออย่าให้เข้ามาแทรกแซงการทำงานของพนักงานสอบสวนเลย และยืนยันโซเชียลอ้างอิงไม่ได้ เพราะตนเองทำงานกินภาษีประชาชนเป็นเงินเดือน และยืนยันกฎหมายไม่ได้แบ่งคนจนคนรวย และทำงานตามหลักการ อิงจากโซเชียล หรือสื่อไม่ได้ สื่อและโซเชียลต้องทำงานมีจรรยาบรรณด้วย

สำหรับเรื่องใครยิงนั้น “บิ๊กปู” ตอบคำถามเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 หลังพล.ต.อ.ศรีวราห์ หลังประชุมกับคลี่คลายคดี ว่าก็มีคนให้การทั้ง 4 คน แต่เป็นเรื่องในสำนวน โดยหลักฐานสำคัญคือ เอกสาร วัตถุบุคล ส่วนวิถีกระสุนหลักฐานเดิมเพียงพออยู่แล้ว เพราะดีเอ็นเอ ที่นายเปรมชัย ก็มีอยู่ที่อาวุธปืนซึ่งกล่าวหาว่าใครยิงโดยไม่มีหลักฐานข้อมูลก็จะเสียหายได้ และหลักฐานชัดเจนมีเสียงปืน มีซากสัตว์ก็ชัด และคลิปเสียงไม่จำเป็นต้องตามหาแล้ว และอีกอย่างคลิปเสียงศาลก็ไม่รับฟัง

ถึงสังคมจะกดดันไม่เอารองศรีฯ ทำคดีนี้ แต่สำหรับ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รวมทั้ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้นยืนยันโอบอุ้มกันต่อไปไม่ต้องห่วง โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงท่าทีปกป้อง ยืนยันไม่เปลี่ยนการทำหน้าที่หัวหน้าทีมการทำคดีดังกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ออกมา “สวนกระแส” เรื่องเปลี่ยนตัวทีมสอบสวน ด้วยคำถามกลับมาว่า “เจ้าหน้าที่เขาทำอะไร..เสียหายหรือยัง” ตามด้วยคำพูดที่คุ้นหู “เป็นเรื่องกฎหมาย..ก็ไปว่ากันมา” แล้วก็ตัดจบว่า “อย่าไปตัดสินคนอื่นด้วยความรู้สึก” ใครๆ ฟังแล้วก็คงตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก ว่า “ไม่เปลี่ยนทีมสอบ”

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ช่วยการันตีในคุณภาพการทำงานของ “บิ๊กปู” อย่างหนักแน่น “.... พล.ต.อ.ศรีวราห์ ก็ทำงานตามหน้าที่ ยังไม่ได้คุยกับเขา เพราะที่ผ่านมาตั้งใจทำงานดีทุกเรื่อง ... ส่วนจะเปลี่ยนทีมทำคดีนี้หรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาทำงานก้าวหน้าไป ต้องรอเขาแถลงก่อนให้เรียบร้อยว่าเป็นอย่างไร และมีข้อโต้แย้งกันอย่างไร

ถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าคดีนายเปรมชัย ไม่มีเรื่องความเกรงใจ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีเลย เรื่องคดี เรื่องความเกรงใจ และนายกฯ ก็สั่งมาด้วยว่าไม่ให้ใครไปทำอะไรนอกลู่นอกทาง ให้ทำตามกระบวนการ ส่วนคดีนี้ห่วงว่าจะล้มหรือไม่ เพราะหลายอย่างค้านสายตาประชาชน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ห่วง เพราะเขาทำไปตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง

เมื่อท่าทีของผู้บังคับบัญชาหนุนหลัง “บิ๊กปู” อย่างแข็งขันเช่นนี้ ก็ต้องมองย้อนกลับไปว่าท่าทีของรองศรีฯ ที่ปฏิบัติต่อเจ้าสัวเปรมชัย ด้วยกิริยามารยาทที่รับไหว้เจ้าสัวแบบอ่อนน้อมเหลือหลาย คนละเรื่องกับที่ปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานนั้น ใช่เป็นเพราะ “บิ๊กปู” ทำไปตามที่ผู้บังคับบัญชา ส่งสัญญาณมาหรือไม่? ก็ชวนสงสัยอยู่

อย่างไรก็ดี การเข้าป่าล่าสัตว์คราวนี้ของนายพรานใหญ่อิตาเลียนไทย นอกจากจะทำให้ตัวเองเจอคดี 9 ข้อหาแล้ว ยังลุกลามบานปลายไปถึงภรรยาซึ่งมีชื่อจดแจ้งครอบครองงาช้างที่ตรวจยึดได้ภายในบ้านพักของนายเปรมชัย อีกด้วย

ความคืบหน้าเรื่องนี้ “บิ๊กปู” เผยว่า บื้องต้นกรมอุทยานฯ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นางคณิตา วิทยานันท์ ภรรยาของนายเปรมชัย แล้ว ในข้อหาครอบครองซากสัตว์สงวน มาตรา 19 การครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน และซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่างาช้างดังกล่าวเป็นของที่ใช้ร่วมกันหรือไม่ โดยดูจากลักษณะการจัดวางงาช้างในบ้าน ว่า มีการตั้งวางตรงไหน มีเจตนาอย่างไร เช่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องเก็บของ หากพบเป็นการตั้งโชว์ในห้องที่ใช้งานร่วมกัน เช่น ห้องรับแขก ก็ถือว่ามีความผิดร่วมตามกฎหมายด้วย ก็อาจแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อนายเปรมชัย ในข้อหาร่วมกันครอบครองซากสัตว์ผิดกฎหมาย ส่วนกรณีการจดแจ้งครอบครองที่มีเจ้าหน้าที่เป็นผู้รับจดแจ้งนั้น จะต้องตรวจสอบด้วยเช่นกันว่าเข้าข่ายร่วมกันจดแจ้งด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ก็เป็นอำนาจของกรมอุทยานฯ ยืนยันว่า ทุกอย่างดำเนินการตามหลักการและกฎหมายไม่มีการแบ่งคนรวยหรือจน

พินิจพิเคราะห์ข้อหาร่วมกันครอบครองซากสัตว์ผิดกฎหมายของนายเปรมชัย กับภรรยา หากดูดีๆ ก็ยังไม่ได้มีความชัดเจนไปมากกว่าที่ผ่านๆ มา ต้องรอตรวจสอบการจัดวางงาช้างเสียก่อน แม้ว่า “บิ๊กปู” จะทำขึงขังขึ้นกว่าเดิมก็ตาม เมื่อก้ำกึ่งเช่นนี้ก็ไม่แน่ว่า นายพรานใหญ่เปรมชัย จะหาช่องลอดออกไปไม่ได้

สำหรับข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานที่ก่อนหน้านี้ทะแม่งๆ ว่านายพรานใหญ่อิตาเลียนไทย ส่อเค้าว่าจะหลุด เพราะพยานหลักฐานข้อหานี้ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ซึ่งเติมไฟให้กระแสสังคมเดือดจัดทันควัน
 

เป็นที่เชื่อแน่ได้ว่าหากไม่มีกระแสกดดันจากสังคมมากพอ ข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานก็อาจหลุดไปแล้ว เพราะละม้ายคล้ายกับว่าจะเปิดช่องเอาไว้ให้นายพรานใหญ่เปรมชัย รอดพ้นข้อหา เริ่มจากดรามาคลิปเสียงหายออกมาหยั่งกระแสก่อน ตามด้วยคำอธิบายที่ว่าเสียงในคลิปไม่ใช่เสียงของนายพรานใหญ่เปรมชัย และเป็นการพูดคุยทั่วๆ ไปของทีมนายพรานกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่มีเรื่องสัญญาว่าจะให้ซึ่งเข้าข่ายติดสินบนแม้แต่น้อย กระทั่งนายวิเชียร ต้องเก็บตัวเงียบตั้งหลัก ขอเลื่อนให้ปากคำกับทีมสอบสวนออกไปก่อนโดยอ้างติดภารกิจ

กระทั่งเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา การหาพยานหลักฐานมัดเจ้าสัวเปรมชัยในข้อหาติดสินบน จึงเริ่มเข้ารูปเข้ารอย หลังมีกระแส “#เราไม่เอาศรีวราห์” สนั่นโซเชียลฯ นั่นแหละ โดยทีมของ พ.ต.อ.วัชรินทร์ นำทีมชุดสอบสวนลงพื้นที่สอบปากคำนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก กลางป่าทุ่งใหญ่ฯ ในฐานะผู้กล่าวหานายเปรมชัย พยายามให้สินบนเจ้าพนักงาน โดยใช้เวลาสอบประมาณ 2 ชั่วโมง และทำแผนภายในอาคารประมาณ 5 นาที

หลังจากนั้น พ.ต.อ.วัชรินทร์ เปิดเผยว่า การสอบปากคำและจำลองเหตุการณ์ เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา 02.30 น.ของวันที่ 5 ก.พ. 2561 โดยเมื่อนำหลักฐานทั้งหมดจากห้วยปะชิ มาเก็บไว้ในห้องประชุมอาคารนิทรรศการฯ ที่ด้านหน้าห้องมีคนยืนอยู่ 8 คน ประกอบด้วย นายวิเชียร, นายเปรมชัย, เจ้าหน้าที่ 3 คน ซึ่งยืนห่างนายวิเชียร และนายเปรมชัย 1-2 เมตร ส่วนอีก 2 คนยืนเฝ้าประตูหน้าและหลังห่างประมาณ 4 เมตร ฝ่ายนายเปรมชัย มีนายยงค์ โดดเครือ และนายธานี ทุมมาศ

“การพูดคุยระหว่างนายเปรมชัย และนายวิเชียร ทุกคนได้ยินหมด เนื่องจากอยู่ในรัศมีการได้ยิน 4 เมตร มีไฟส่องสว่าง โดยนายเปรมชัย พูดว่า "ถ้าปล่อยผมอยากได้อะไรจะหามาให้" โดยคำพูดประโยคนี้เข้าข่ายความผิดเสนอให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ” รอง ผบก.ปปป.กล่าว

รอง ผบก.ปปป. กล่าวอีกว่า ส่วนคลิปเสียงที่มีการเผยแพร่ในสื่อนั้นเป็นการอัดจากมือถือนายปิยะพงศ์ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ เป็นเสียงพูดคุยระหว่างนายจิตติ สวัสดิ์สาย ตำแหน่งลูกจ้างประจำ ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช กับนายยงค์ โดดเครือ ไม่มีเนื้อหาการเสนอให้สินบนโดยเป็นการบันทึกหลังนายเปรมชัย เสนอให้สินบนนายวิเชียร ในอาคารนิทรรศการฯ โดยคลิปเสียงนี้ไม่ได้หาย มีเก็บบันทึกไว้ในรูปแบบไฟล์แล้ว หลังจากนี้ จะสรุปผลการสอบปากคำเสนอผู้บังคับบัญชาในวันที่ 12 มี.ค. เพื่อให้ผู้บังคับบัญชา รับทราบและพิจารณาออกหมายเรียกนายเปรมชัย มาแก้ข้อกล่าวหาต่อไป

ข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานยังอยู่ และมีหลักฐานพยานมัดแน่นอย่างที่ รอง ผบก.ปปป. ว่าไว้ แต่อย่าลืมว่า การดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าวและอีก 9 ข้อหาในเวลานี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ในระหว่างการดำเนินคดีจนกว่าคดีจะสิ้นสุดยังไม่อะไรต่อมิอะไรที่อาจทำให้เกิดการพลิกล็อกขึ้นมาก็เป็นได้ และการให้ปากคำของนายวิเชียร ก็ขึ้นอยู่กับว่าศาลจะรับฟังหรือไม่ และนายวิเชียร ได้มีโอกาสไปเป็นพยานในชั้นศาลหรือไม่

ดังที่นายวีรวัธน์ ธีรประสาธน์ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ว่าไว้ “.... หลักกฎหมายก็คือว่า คนเหล่านี้ปฎิเสธไว้ก่อนแล้วไปหาหลักฐาน แล้วทีนี้ใครทำสำนวนตรงนั้นเรื่องสำคัญและตำรวจเป็นคนทำสำเนา แล้วก็ส่งอัยการ ถึงจะฟ้อง เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์หมดหน้าที่แล้วนะ นอกจากว่าพนักงานสอบสวนอยากจะให้ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือว่าอัยการอยากให้พนักงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่จับกุมไปเป็นพยานในศาล ถ้าเขาไม่เสนอ ไม่เรียกร้องก็จบเลยนะ”

หรือตัวอย่างกรณีกรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้ ได้ดำเนินคดีสนามกอล์ฟเขาสอยดาวไฮแลนด์ ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี บุกรุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว ดำเนินกิจการโดยบริษัท สวนจันทบุรี จำกัด ของกลุ่มอิตาเลียนไทยของตระกูลกรรณสูตและกลุ่มทุนธนาคาร ที่กรมอุทยานฯ ส่งให้ฟ้องหลายราย โดยตัวเป้งมีชื่อน.ส.พิไลจิตร เริงพิทยา พี่สาวของนายเปรมชัย แต่ทว่าชื่อหลุดไปในชั้นพนักงานสอบสวน เหลือเพียงบริษัท สวนจันทบุรี และลูกจ้างอีก 2 ราย ที่ส่งฟ้องเท่านั้น โดยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่กรมอุทยานฯ ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

ต้องรอดูว่าสำนวนส่งฟ้องพนักงานอัยการ ที่รองศรีฯ บอกว่าจะส่งภายในวันที่ 26 มี.ค.นี้ นายพรานใหญ่เปรมชัย จะมีชื่อและหลุดไปกี่ข้อหา ยังไม่นับว่า ถึงแม้จะมีชื่อสั่งฟ้องแต่หากพยานหลักฐานที่สู้ในชั้นศาลอ่อน นายเปรมชัย ก็สามารถหลุดรอดไปได้

เส้นทางสู้คดียังอีกยาวไกล และไม่แน่ว่ากว่าจะถึงวันพิพากษาดรามาทั่วเมืองสู้เพื่อเสือดำจะยังหลงเหลือกระแสอยู่หรือไม่ สังคมจะหลงลืมเสือดำไปแล้วหรือไม่ “ฮีโร่วิเชียร” จะถูกโดดเดี่ยวสู้กับอิทธิพลของนายทุนใหญ่หรือไม่

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ เสือดำ ยังอยู่ในหัวใจของหลายคน เอาง่ายๆ เพียงแค่กราฟฟิตี้เสือดำตัวแรกถูกลบ ก็ปรากฏกราฟฟิตี้เสือดำเกิดขึ้นทั่วบ้านทั่วเมือง ตั้งแต่เหนือจรดใต้ โดยที่จ.เชียงใหม่ นายปิยศักดิ์ เขียวสะอาด ศิลปินสตรีทอาร์ต เจ้าของผลงานกราฟฟิตี้ใบหน้าชายคล้ายนายเปรมชัย มีแพรแถบปิดทับบริเวณดวงตามีฉากหลังเป็นซากสัตว์ป่า โดยสร้างผลงานชิ้นนี้บริเวณกำแพงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านมหาวิทยาลัยพายัพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ส่วนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บริเวณสี่แยกสามสิบเมตร ศรีภูวนารถ มีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ตรงสี่แยกนำเสนอผลงานของ “วินทร์ เลียววาริน” ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ที่ออกแบบเสือดำถูกปิดปาก เช่นเดียวกันที่คลองท่าดี สะพานคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช ที่พบภาพวาดเสือดำอยู่โขดหินริมลำน้ำ

สำหรับกลางกรุงเทพฯ กราฟฟิตี้เสือดำบนกำแพงซอยสุขุมวิท 58 ซึ่งเจ้าของเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า Headache Stencil เป็นเจ้าของผลงาน และถูกลบไปแล้ว ล่าสุดปรากฏมีภาพเสือดำอีกครั้ง พร้อมคำพูด “ลหุโทษ” ขณะเดียวกัน ยังปรากฏกราฟฟิตี้เสือดำอีกหลายจุด เช่น บริเวณกำแพงปูนซีเมนต์ในซอยบนถนนเสรีไทย ถูกพ่นเป็นตัวการ์ตูนและเสือดำเป็นแนวยาว ขณะที่กราฟฟิตี้รูปเสือดำถูกยิงหัวเลือดอาบร่ำไห้ ยังถูกวาดบนแผ่นป้ายบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริเวณเขตการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวอีกด้วย

ไม่นับว่าในแวดวงดาราก็ร่วมใจกันทำสัญลักษณ์กากบาทที่ฝ่ามือข้างซ้ายทวงถามความเป็นธรรมในคดีสังหารเสือดำ เริ่มจากดาราสาว เก๋-ชลลดา เมฆราตรี ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิ “เดอะ วอยซ์ เสียงจากเรา” ตามมาด้วย เชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์, หยก-ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์, บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, เบนซ์-ปุณยาพร พูลพิพัฒน์, แม็ค-วีรคณิศร์ วัฒนกานต์กุล, เชน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์, โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร, หนึ่ง - อภิวัฒน์ พงษ์วาท, อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์ รวมทั้งป๋อ - ณัฐวุฒิ , แท็ค - ภรัณยู, ไอซ์ - อภิษฎา, จั๊กจั่น - อคัมย์สิริ, จ๋า - ยศสินี, ตุ๊ก - จันจิรา, โตโน่ - ภาคิน, แมน - พัฒนพล, ปั้นจั่น -ปรมะ, วุฒิ - นันทวุฒิ, และ เมญ่า - นนธวรรณฯลฯ ที่ออกมาร่วมแสดงเชิงสัญลักษณ์ และได้โพสต์รูปแบบและข้อความที่เป็นสัญลักษณ์เรียกร้องความยุติธรรมให้เสือดำและสัตว์ป่า

#เสือดำต้องไม่ตายฟรี #เราไม่เอาศรีวราห์ จะนำพาให้เจ้าสัวเปรมชัยติดบ่วงคดีชนิดดิ้นไม่หลุดหรือไม่ หรือว่าการกดดันให้เปลี่ยนจากทีมบิ๊กปู อาจจะทำให้สำนวนอ่อนลงอย่างที่ “บิ๊กปู” ว่าไว้ อีกไม่นานเกินรอก็จะได้รู้กัน




กำลังโหลดความคิดเห็น...