xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“ตูน บอดี้สแลม” Person of the Year

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู่จัดการสุดสัปดาห์ - ถ้าจะยกย่องใครสักคนหนึ่งขึ้นเป็น “บุคคลแห่งปี 2560” หรือ “Person of the Year 2017” และไม่ใครปฏิเสธได้ คงหนีไม่พ้นผู้ชายธรรมดาๆ ผู้สร้างปรากฏการณ์ “ก้าว” ขึ้นในประเทศไทย นั่นก็คือ “อาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ “ตูน บอดี้สแลม”

“ตูน” คือผู้นำความสุขให้แก่คนไทยอย่างแท้จริงกับก้าวที่มี “หัวใจ” และ “ร่างกาย” เป็นเดิมพันในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” โครงการวิ่งระดมทุน 700 ล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์แก่ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ออกสตาร์ทตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา จากสุดเขตแดนใต้ อ.เบตง จ.ยะลา มุ่งหน้าปลายทางเหนือสุดแดนสยาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในวันที่ 25 ธ.ค. นี้ รวมระยะทาง 2,191 ก.ม.

สองเท้าของ “ตูน” บวกกับ “หัวใจ” ที่มุ่งมั่นได้ก่อให้เกิด “พลังแห่งความศรัทธา” อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้ในผืนแผ่นดินแห่งนี้ ทุกจังหวัดที่ “ตูน” วิ่งผ่าน ประชาชนพากันออกมาต้อนรับ ให้กำลังใจ และร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนโครงการ

เสียง “พี่ตูนสู้ๆ” ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งผืนแผ่นดินไทย

และแน่นอน “ตูน” กลายเป็น “ฮีโร่ในหัวใจคนไทย” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นับจาก “ก้าวแรก” ที่เริ่มต้นขึ้นใน “พื้นที่สีแดง” ใน3 จังหวัด “จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส” กับ 4 อำเภอของ “จ.สงขลา” คือ อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย พื้นที่ความขัดแย้งมาตลอดระยะเวลา 13 ปี เกิดความรุนแรงขึ้นหลายระลอก มีผู้คนล้มตายบาดเจ็บและพิการหลายพันหลายหมื่นคน “ตูน” สร้างปรากฎการณ์สะเทือนไปทุกหย่อมหญ้า ก้าวแต่ละก้าวถักทอความสามัคคีของคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

พื้นที่ที่คนภายนอกไม่ย่างกายเข้าไป แต่เขากลับเลือกพื้นที่ชายแดนใต้แห่งนี้เป็น “จุดสตาร์ท” เข้ามาสมานแผลฉกรรจ์ สร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือ “รอยยิ้ม” และ “ความสุข” ผู้คนในพื้นที่ปลายด้ามขวานต่างพากันออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น ร่วมบริจาคเงิน ร่วมขบวนวิ่ง และขอถ่ายภาพเซลฟี่กับตูน

ยิ่งบวกกับกิริยามารยาทอ่อนน้อมไม่ถือตัวที่นักร้องหนุ่ม ปฏิบัติต่อทุกคนยิ่งส่งผลให้ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นที่รัก สั่นสะเทือนกลุ่มสุดโต่งในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นอย่างมาก

เขาผู้นี้ นำความสุขที่ห่างหายจากชายแดนใต้ให้กลับคืนมาอีกครั้ง นำมาซึ่งภาพสุดประทับใจ เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานในพื้นที่ชายแดนใต้เรียงแถว ให้กำลังใจส่งท้ายภารกิจดูแล “ตูน บอดี้สแลม” บริเวณรอยต่อเขตพื้นที่ จ.ปัตตานี เข้าสู่พื้นที่ จ.สงขลา

แม้การวิ่งระดมทุนของในครั้งนี้มิอาจดับไฟใต้ แต่ได้ปลูก “เมล็ดพันธุ์อันดีงาม” ในหัวใจของคนส่วนหนึ่งในพื้นที่ปลายด้ามขวาน สร้าง “สันติสุข” ให้กลับมางอกงามลดความขัดแย้งในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องสานต่อนำความสุขกลับคืนสู่ปลายด้ามขวานให้จงได้

และระหว่างทาง ตูน ได้มอบทุนส่วนตัวเป็นทุนการศึกษา “พี่ตูนช่วยน้องก้าว” แก่เด็กนักเรียนในภาคใต้อีกด้วย

ตูนสร้างปรากฎการณ์ในทุกพื้นที่ที่ขบวนวิ่งผ่าน ตั้งแต่ชายแดนใต้จรดเหนือสุดแดนสยาม เต็มไปด้วยผู้คนต่างเพศต่างวัยเข้าแถวเรียงรายริมถนน รอต้อนรับเป็นกำลังใจและบริจาคเงินสมทบทุนอย่างชื่นมื่น

“ตูน” ทำให้ผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ตระหนักถึงความสำคัญของ “การออกกำลังกาย” ขณะเดียวกันก็ทำให้เห็นถึงปัญหาของระบบสาธารณสุขไทยที่จำเป็นต้องมีการดูแลและแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และทุกครั้งที่มีโอกาสเขาก็จะเชิญชวนให้ทุกคนให้กำลังใจบุคลากรในแวดวงสาธารณสุขเสมอๆ ว่า “คุณหมอสู้ๆ พยาบาลสู้ๆ”


ยิ่งไปกว่านั้น ก้าวของตูนยังป็นแรงบันดาลใจให้ “ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า” ซึ่งได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ตูน ความว่า ...ตนเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า คิดว่าตัวเองไม่มีค่า จนได้เห็นสิ่งที่ตูนทำ...

และด้วยความที่ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นบุคคลซึ่งทรงอิทธิพลคนหนึ่งในวงการเพลง ทำให้มีเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการบันเทิงจำนวนมาก เข้าร่วมขบวนวิ่งระดมทุน “ก้าวคนละก้าว” สร้างสีสันตามจุดต่างๆ ตลอดระยะทางกว่า 2,191 ก.ม.
มีศิลปินร่วมแต่งเพลงให้ “ตูน บอดี้สแลม” อาทิ เพลงแด่เธอ แต่งโดย บอย โกสิยพงษ์, เพลงเดิมพัน 2,000 กิโล เพลงคงมาลัย แต่งโดย แอ๊ด คาราบาว, เพลงตูนบอดี้สแลม แต่งโดย เล็ก คาราบาว, เพลงก้าวคนละก้าว แต่งโดย ออดี้, เพลงเสียงเพลงจากใจ แต่งโดย ดาว ขำมิน ฯลฯ

โดยมีหวานใจ “ก้อย - รัชวิน วงศ์วิริยะ” เป็นหนึ่งพลังใจคอยวิ่งเคียงข้าง รวมทั้ง "ทีมงานก้าวคนละก้าว" ผู้อยู่เบื้องหลังก้าวที่ท้าท้ายที่สุดในชีวิตของเขาคนนี้ ซึ่งคอยดูแล “เซฟร่างกายตูน” เพราะหนทางนั้นยาวไกล เพื่อเอาชนะขีดจำกัดทางกายด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง


เช่นเดียวกัน ในโลกออนไลน์กระแสตูนฟีเวอร์ฮอตไม่แพ้กัน โลกออนไลน์ ตั้งแต่แคมเปญ “เซฟพี่ตูน” รวมกันรณรงค์เรื่องถ่ายเซลฟี่ซึ่งทำให้ตูนต้องหยุดวิ่งกระทันหันเป็นเหตุบาดเจ็บ จึงมีคนทำโปรแกรมกรอบรูปเซลฟี่พี่ตูนขึ้นมา ซึ่งชาวโซเชียลฯ ให้การตอบรับเป็นอย่างดี หรืออย่าง เฟซบุ๊คแฟนเพจ “วันนี้พี่ตูนได้อะไร” สร้างสีสันเรียกรอยยิ้มคอยอัพเดตว่าในแต่ละวันมีใครเอาอะไรแปลกๆ มาให้พี่ตูนบ้าง กล้วยหอมเครือใหญ่ ลำไยพวงโต ทุเรียนลูกเบ้อเริ่ม ฯลฯ

“ก้าวคนละก้าว” ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและภาครัฐเป็นอย่างดี อาทิ “จิมมี่ ชวาลา” หรือที่รู้จักกันในฐานะ “เศรษฐีใจบุญเมืองนคร” นักธุรกิจห้างผ้ารายใหญ่ของ จ.นครศรีธรรมราช เป็นการกุศลในนามชาวนครศรีธรรมราช 1.6 ล้านคน หรือคนละ 10 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 16 ล้านบาท หรืออย่างกลุ่มทุนใหญ่ “คิง เพาเวอร์” เปิดบ้านต้อนรับคณะวิ่งสู่กรุงเทพฯ สบทบทุนกว่า 100 ล้านบาท ฯลฯ

สำหรับเส้นทางที่ขบวนวิ่งก้าวคนก้าวไม่ผ่านนั้น มีการจัดกิจกรรมเฉพาะกิจ “วิ่งคู่ขนาน” วิ่งเก็บตกในหลายพื้นที่ “จาตุรงค์ มกจ๊ก” ตลกชื่อดัง วิ่งระดมเงินช่วยเหลือจาก จ.ราชบุรี ถึง สะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี ร่วมบริจาคสมทบทุน 4 ล้าน “เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล” วิ่งคู่ขนานในภาคตะวันออก ร่วมบริจาคสมทบทุนกว่า 10 ล้านบาท

เช่นเดียวกับ ชาวอุทัยธานี ร่วมใจวิ่งคู่ขนานรวบรวมเงินบริจาคสมทบ “ก้าวคนละก้าว” เช่นเดียวกับ ชาวเชียงใหม่ ร่วมวิ่งด้วยใจ “ก้าวคนละก้าว” จัดกิจกรรมวิ่งคู่ขนานร่วมเงินบริจาคในโครงการ ฯลฯ แม้กระทั่งในต่างประเทศ คนไทยในสหรัฐฯ จัดกิจกรรม "ช่วยกันก้าวคนละก้าว" วิ่งการกุศลสมทบทุนโครงการฯ รวมทั้งอีกหลายจังหวัด

วีกรรมของ “ตูน บอดี้สแลม” สะเทือนสู่สายตาชาวโลก เมื่อ “เอเลียด คิปโชเก” นักวิ่งมาราธอนชาวเคนย่า เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2016 ซึ่งนักวิ่งขวัญใจของตูน โพสต์ภาพพร้อมข้อความให้กำลังใจนักร้องดังลงในอินสตาแกรมส่วนตัว @kipchogeeliud แปลความว่า

“สู้ต่อไปตูน คุณได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเราด้วยการวิ่งที่ยิ่งใหญ่ เราเชื่อว่าคุณจะวิ่งได้ 2,191 กิโลเมตร พวกเราพร้อมสนับสนุนคุณ”

เวลาต่อมา ตูน ได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรม @artiwaraตอบนักวิ่งขวัญใจของตน ความว่า

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งในชีวิต...ขอบคุณ kipchogeeliud สำหรับแรงบันดาลใจและข้อความที่มีความหมายมากๆ สำหรับผม...ในวันนี้ครับ”

สำหรับการระดมทุนเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ยังมีการจัดกิจกรรมประมูลของใช้ส่วนตัวของตูน เช่น รองเท้าวิ่ง, กางเกงยีนส์, ภาพวัยเด็ก ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับความสนใจจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมประมูลเพื่อสบทบทุนในโครงการครั้งนี้อีกด้วย

และถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ “ในหลวง ร.๑๐” โปรดเกล้าฯ สิ่งของพระราชทานให้ “ตูน บอดี้สแลม” และคณะฯ” ซึ่งนับเป็นขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ ให้คณะก้าวข้ามอุปสรรคสู่จุดหมายอย่างดังที่มุ่งหวัง

ทั้งนี้ ตลอดเส้นทาง “ก้าวคนก้าว” เผชิญมาแล้วทุกสภาพอากาศ ฝ่าแดด ฝ่าฝน ฝ่าลมหนาว ได้เห็นน้ำใจไมตรีกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกันของพี่น้องชาวไทย ที่ไม่เพียงหยิบยื่นเงินบริจาคแต่ยังมอบสิ่งของเป็นกำลังใจ ปฏิกิริยาผู้คนที่มาเฝ้ารอระหว่างทางเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปีติยินดี ซึ่งแม้ “ตูนได้รับคำยกย่องสรรเสริญมากมาย แต่ชายผู้นี้ก็ไม่ได้รับไว้เพียงผู้เดียว โดยตูนมักยกคุณงามความดีทั้งหมดแก่คณะทำงานผู้ปิดทองหลังพระอยู่เสมอ

“ตูน” ใช้หัวใจอันบริสุทธิ์สร้างพลังแห่งศรัทธา หลอหลอมดวงใจนับล้านดวงให้กล้าที่จะออกมาก้าวไปพร้อมๆ กัน ในโครงการวิ่งระดมทุน “ก้าวคนละก้าว” ซึ่งจากเดิมตั้งเป้ายอดเงินบริจาค 700 ล้าน ด้วยความร่วมแรงร่วมใจส่งผลให้ยอดเงินบริจาคทะลุเป้าทะยานสู่ 1,000 ล้านบาท

ผลลัพธ์ทางด้านเม็ดเงินอาจจะมองดูว่า ประสบความสำเร็จทะลุเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ แต่ผลลัพธ์ที่สำคัญกว่านั้นคือ ผลทางด้าน “จิตใจ” ที่ชายผู้นี้สามารถปลุกพลังแห่งความดีงามอันเป็นพลังเชิงบวกให้ครอบคลุมไปทั่วทุกอณูของผืนแผ่นดินไทย และถ้าจะใช้คำว่า น่า “อัศจรรย์” ก็คงไม่เกินเลยไปจากข้อเท็จจริงเท่าใดนัก

ในบทบาทนักร้อง “ตูน บอดี้สแลม” เป็น “ร็อกสตาร์แถวหน้าของเมืองไทย” มีอิทธิพลสูงมากในกลุ่มวัยรุ่น สร้างแรงบันดาลใจผ่านบทเพลงมากมาย แต่วันนี้เขาก้าวออกไปไกลกว่าเดิมและสร้างแรงบันดาลให้คนจำนวนมาก กลายมาเป็น “ฮีโร่ของคนไทย” กลายมาเป็น “พี่ตูน” ของคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะก้าวไปยังแห่งหนตำบลใดก็มักได้ยินเสียงเชียร์ “พี่ตูน สู้ๆ”
“ก้าว ของ ตูน” เป็นก้าวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก เป็นก้าวที่กลายเป็น “วาระแห่งชาติ” ด้วยปณิธานตั้งมั่นทำเรื่องดีๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม และคงไม่เป็นการกล่าวเกินความจริงนัก หากจะบอกว่า “ตูน บอดี้สแลม” คือ “บุคคลต้นแบบ” และคืนความสุขส่งท้ายปีแก่คนทั้งประเทศอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ดี การวิ่งระดมเงินบริจาคเพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ แม้จะมีพวก “มือไม่พาย แต่เอาเท้าราน้ำ” วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่อย่างน้อยเขาผู้นี้ก็กล้าที่จะออกมาทำความดีเพื่อส่วนร่วม ซึ่ง “ตูน” เคยเปิดใจว่ามีความกังวลไม่น้อย โดยสิ่งที่กลัวที่สุดคือ “การถูกปรามาสว่าทำความดีเอาหน้า” ทั้งๆ ที่ความตั้งใจจริงของเขานอกจากการระดมเงินบริจาคช่วยโรงพยาบาลแล้ว ยังอยากให้คนไทยหันมาออกกำลังกายดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น

หัวใจของ “ตูน บอดี้สแลม” นั้นน่ายกย่องโดยเจตนาอันบริสุทธิ์ จนอดนำไปเปรียบกับ “นักการเมือง” ค่อนประเทศที่ชอบ “สร้างภาพ” ทำดีเอาหน้าทำแต่เรื่องไม่เข้าท่าให้ชาวบ้านชาวช่องเขาสาปส่งไม่ได้

วันนี้ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ “ตูน บอดี้สแลม” นับเป็น “ก้าวแห่งความสุขต้อนรับศักราชใหม่” สร้าง “รอยยิ้ม” และ “เสียงหัวเราะ” ให้คนไทยทั้งประเทศ

ขอบคุณภาพประกอบจาก
www.kaokonlakao.com, เฟซบุ๊ก พี่ตูน Bodyslam fc และอื่นๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น...