ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ยังไม่สร่างจากอาการ “เมาหมัด” ที่ไปพูดจาหักหาญจิตใจ “ครอบครัวน้องเมย” กรณีการตายอย่างมีเงื่อนงำของ “นตท.เมย”ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหาร (นตท.) รุ่นที่ 60 ภายในรั้วโรงเรียนฯ จนต้องออกมาเอ่ยปาก “ขอโทษ” เสียงอ่อยเลย
“ป๋าป้อม ซ่อมไม่ตาย” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ “พี่ใหญ่ คสช.” เหมือนกลัวใครจะเด่นเกินหน้า ชิงบัลลังก์ “บุคคลแห่งปี” ไปยังไง ยังงั้น
เพราะอยู่ๆ ก็ต้องเคราะห์หามยามร้ายด้วยประเด็นใหม่ที่เกิดขึ้นมาแบบปุบปับ จน “ขโมยซีน” ยึดหัวหาดสื่อหลัก-สื่อโซเชียล ไม่แบ่งใครเลย กับปม “แหวนเพชรเม็ดเป้ง-นาฬิกาหรู” ที่ “ป๋าป้อม” หยิบมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ร่วมถ่ายภาพหมู่ “ครม.ประยุทธ์ 5” ที่หน้าสนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้วยเผอิ๊ญ..เผอิญ โลเกชันเป็นการถ่ายรูปแบบเอาท์ดอร์-กลางแจ้ง แสงแดดยามเช้าดันไปส่องเอาประกายแหวนเพชรที่นิ้วมือข้างขวาของ “ป๋าป้อม” ที่กำลังยกขึ้นมาปิดป้องใบหน้าไม่ให้ปะทะกับแสงแดดโดยตรง จนสื่อมวลชนที่เฝ้ารายงานข่าวอยู่บริเวณนั้น อดร้องแซวไม่ได้ ทำให้เจ้าของแหวนรู้ตัวว่าตกเป็นเป้าหมายจับจ้องถึงกับต้องหันหัวแหวนกลับเข้าด้านใน ก่อนจะแอบถอดเก็บไว้ในกระเป๋าแทน
แหวนเพชรเม็ดเป้งก็เรื่องหนึ่ง มันยังพาลไปถึง “นาฬิกาเซเลบ” เรือนโก้ ที่คาดมาคู่กัน
เครื่องประดับชุดนี้ของ “บิ๊กป้อม” ไม่เพียงเตะตา “กระจอกข่าว” เท่านั้น ยังไปเข้าตา “นายกฯ ตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่วันรุ่งขึ้นมา “พี่ป้อม - น้องตู่” มีภารกิจร่วมกันในช่วงเช้า ถึงกับออกปาก “พี่ เรื่องใส่แหวน ใส่นาฬิกา อะไรน่ะ มันจ้องกันอยู่ ระวังหน่อย”
“ก็ใส่ของเดิม ทั้งนั้นแหล่ะ” คือคำตอบของ “บิ๊กป้อม” พร้อมขยายความว่า แหวนที่เห็นเป็นแหวนทองคำขาว หัวเพชร 1 กะรัต เป็นของเดิมเช่นเดียวกับนาฬิกาที่เคยใส่มาอยู่แล้ว
แต่ไม่ทันซะแล้ว เมื่อ “ผู้สันทัดกรณี” จัดแจงคุ้ยข้อมูลมาให้เรียบร้อยว่า “นาฬิกาเรือนโก้” ที่ "ป๋าป้อม" คาดมาในวันนั้น ยี่ห้อไฮเอนด์ “RM - Richard Mille” นาฬิกาหรูสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ สนนราคาเริ่มต้นที่เรือนละ 2 ล้านบาทไทย โดยนาฬิกาแบรนด์ RM ซึ่งนิยมในหมู่บุคคลชั้นสูงระดับโลกนั้น มีหลากหลายรุ่นให้เลือกสรร ถ้าเป็นรุ่นท็อปๆ “ลิมิเต็ดอิดิชัน” มีอยู่น้อยเรือนในโลก ราคาก็ไปไกลถึงหลายสิบล้านบาทนู้น
แต่เรือนที่คาดว่าประดับข้อมือของ “เสี่ยป้อม” นั้น เป็นรุ่น Richard Mille RM 029 ตัวเรือนทำด้วยแพลตตินั่ม ส่วนสายเป็นยางอย่างดี มีจุดเด่นอยู่ตรงตัวเลขวันที่ขนาดใหญ่ สนนราคาไม่เท่าไร แค่ 111,492.50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 3.6 ล้านบาทไทย
โดยมีข้อมูลจากเว็บไซต์ “GM Live” ในหัวข้อ “เปิดโปรไฟล์ ริชาร์ด มิลล์ นาฬิกาหรูคู่มือบิ๊กป้อม จากฟอร์มูลาวันถึงขวัญใจเซเลบทั่วโลก” ที่ประมวลความพิเศษของนาฬิกาหรูสัญชาติสวิสฯ ที่ “รองฯ ป้อม” กลายเป็น “แบรนด์แอมบาสซาเดอร์” ให้อย่างไม่ตั้งใจ ไว้ว่า จากการจัดอันดับนาฬิกาแพงที่สุดในโลกในปี 2016 แบรนด์ ริชาร์ด มิลล์ สามารถขึ้นทำเนียบอวดชั้นกับนาฬิกาที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน อย่าง ปาเท็ก ฟิลลิปป์(Patek Philippe)ได้อย่างสง่างาม โดย Richard Mille Tourbillon ซึ่งผลิตจากส่วนผสมของอลูมิเนียมและไทเทเนียม มีราคาอยู่ที่ 525,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 17.32 ล้านบาท
โดย “ริชาร์ด มิลล์” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นในปี ค.ศ. 2001 มีความชื่นชอบหลงใหลในความเร็วและสมรรถนะของรถฟอร์มูล่าวัน เขาได้มุ่งมั่นสร้างสรรค์นาฬิกาที่มีทั้งความเที่ยงตรง แม่นยำ และความทนทาน เฉกเช่นเดียวกับสมรรถนะการทำงานแห่งวิศวกรรมยานยนต์ หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมการบิน รวมทั้งยังได้นำเอาวัสดุแห่งอนาคตมาประยุกต์ใช้
ไม่เพียง “บิ๊กป้อม” เท่านั้น ยังมีบรรดาเซเลบ นักกีฬา นักร้อง นักแสดงแห่งแวดวงฮอลลีวูด ที่ต่างเป็นผู้ครอบครองนาฬิกาแบรนด์นี้ อาทิ เช่น นักเทนนิส ราฟาเอล นาดาล , นักฟุตบอลบราซิล เนย์มาร์จูเนียร์, นักร้องดังอย่าง ฟาเรลล์ วิลเลี่ยม, คานยา เวสต์, เอ็ด ชีฮาน, ซีล และ คริส บราวน์
คุณสมบัติสุดพิเศษของนาฬิกาแบรนด์นี้คือ “น้ำหนักเบา-ราคาหนัก”
ตัวเรือนเบาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะนาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟ แบบอัลตรา-ไลท์ RM 50-03 McLaren รุ่นพิเศษจำกัดจำนวน ด้วยการใช้วัสดุผสมหลายๆ แบบ เช่น ไทเทเนียม, คาร์บอนไฟเบอร์ และกราฟีน (Graphene) ซึ่งเบากว่าเหล็กราว 6 เท่า และแข็งแรงกว่าถึง 200 เท่า น้ำหนักตัวรวมเพียง 40 กรัมเท่านั้น เบากว่าไข่ไก่เบอร์ 6 ไซส์เล็กสุดในท้องตลาดที่มีค่าเฉลี่ยราว 44 กรัมเสียอีก
ทั้งนี้ ราคาของ ริชาร์ด มิลล์ จะอยู่ระหว่าง 85,000 เหรียญสหรัฐ ถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (2.8 ล้านบาท - 66 ล้านบาท) โดยรุ่น RM 50-01 มีราคาประมาณ 7.4 แสนดอลลาร์ หรือราว 24.42 ล้านบาท ส่วนรุ่น RM 50-02 ที่ ราฟาเอล นาดาล คาดข้อมือเวลาลงหวดเทนนิสนั้น มีราคา 1.05 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 34.65 ล้านบาท
ขณะที่แหวนเพชรเม็ดเป้ง ที่เจ้าตัว “เสี่ยป้อม” บอก แค่ “กะรัตเดียว” นั้น “ผู้สันทัดกรณี” ก็จัดแจงวัดขนาดของเพชรบนเเหวนผ่านภาพถ่าย ฟันธงว่าไม่ใช่ 1 กะรัตอย่างเเน่นอน อย่างน้อยต้องไซส์ 5 กะรัตขึ้นไป ถึงส่งประกายแวววับเตะตาได้ขนาดนั้น
โดยมูลค่าในตลาดของเพชรขนาด 5 กะรัต เอาแค่คุณภาพธรรมดาๆ เริ่มต้นที่ 4 ล้านบาทอัพๆ แล้วยิ่งแบบน้ำงามๆก็อาจจะแตะ 6-7 ล้านบาท หรือถ้าเป็นอภิมหาเพชรขนาดเกินกว่านั้น ก็ต้องมีหลัก 10 ล้านบาทขึ้นไปเป็นอย่างน้อย
ทั้ง “นาฬิกาเรือนโก้ - แหวนเพชรวงงาม” เบ็ดเสร็จไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทแหงๆ
นอกเหนือจากมูลค่าเครื่องประดับแล้ว ก็ยังมีผู้สงสัยใคร่รู้ ไปค้นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน “พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์” มาขยี้ เพื่อเตือนความจำ “พี่ป้อม” ว่า ที่อ้างว่าเป็น “ของเดิม” นั้น ไม่ยักจะปรากฏในการแจ้งบัญชีทรัพยสิน และหนี้สิน ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในช่วง 3-4 ครั้งหลัง ที่ “บิ๊กป้อม” เข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ย้อนไปตั้งแต่สมัยที่เป็นรัฐมนตรีใน “รัฐบาลอภิสิทธิ์” เมื่อเกือบ 10 ปีก่อนด้วย
ทั้งนี้ เมื่อไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ “บิ๊กป้อม” ที่ได้ยื่นกับ ป.ป.ช. รวมทั้งหมด 4 ครั้ง ตั้งแต่รับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี 2551 จนถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีทรัพย์สินรวมกว่า 70-80 ล้านบาท แต่ไม่เคยปรากฏ “นาฬิกา” หรือ “แหวนเพชร” ในบัญชีแต่ประการใด
สำหรับบัญชีที่แสดงไว้เมื่อปี 2551 มีเงินฝาก 25,213,889.55 บาท เงินลงทุน 8,542,116,40 บาท ที่ดิน 12,000,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 10,000,000 บาท ยานพาหนะ 100,000 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 1,000,000 บาท ไม่มีหนี้สิน รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น 56,856,005.95 บาท
บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินปี 2554 มีเงินฝาก 36,082,730.40 บาท เงินลงทุน 11,486,686.20 บาท ที่ดิน 12,000,000 บาท โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง 10,000,000 บาท ยานพาหนะ 100,000 บาท ไม่มีหนี้สิน รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น 69,669,416.60 บาท
บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินปี 2555 มีเงินฝาก 28,843,256.64 บาท เงินลงทุน 23,120,158.20 บาท ที่ดิน 17,000,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 10,000,000 บาท ยานพาหนะ 100,000 บาท ไม่มีหนี้สิน รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น 79,063,414.84 บาท
และล่าสุด บัญชีแสดงรายการทรัพย์ สินและหนี้สินปี 2557 มีเงินฝาก 53,197,562.62 บาท เงินลงทุน 7,076,195 บาท ที่ดิน 17,000,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 10,000,000 บาท ยานพาหนะ 100,000 บาท ไม่มีหนี้สิน รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น 87,373,757.62 บาท
ตามระเบียบของ ป.ป.ช. หากมีการแสดงทรัพย์สินประเภท “เครื่องประดับ - นาฬิกา - แหวนเพชร - พระเครื่อง” หรืออื่นๆที่ไม่เข้าหมวดหมู่ ต้องกรอกไว้ในรายการ “ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป)” แต่รายของ “บิ๊กป้อม” กลับมีการแจ้งรายการ “ทรัพย์สินอื่น” ไว้เพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2551 มูลค่า 1 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่มูลค่าของ “นาฬิกา” หรือ “แหวนเพชร” ที่เป็นข่าวครึกโครมในครั้งนี้แต่อย่างใด ส่วนครั้งอื่นๆ ปรากฏว่า “ว่างเปล่า” ไม่ยักแจ้งอะไรไว้ในหมวดนี้แม้แต่รายการเดียว
กระแสสังคมก็ยังมีการถกเถียงในหลายมุม ทั้งการได้มาทีหลังการยื่นทรัพย์สินล่าสุด หรือมูลค่าจริงๆ ไม่ถึง 2 แสนทั้งแหวน ทั้งนาฬิกา จึงไม่แจ้งเข้าไปในบัญชีทรัพย์สิน
แต่ที่อาการหนักคงเป็น “FCคสช." ที่ “โลกสวย” ออกตัวแทนว่า “ป๋าป้อม” อาจเพิ่งไปชอป “ของก๊อบท็อปมิลเลอร์” มาใส่โก้ก็เป็นได้ ไม่ได้มองในแง่ความเป็นจริงว่า บุคคลที่ทรงอิทธิพลระดับประเทศอย่าง “ป๋าป้อม” จะไปหยิบจับ “ของปลอม” มาประดับร่างกายให้เสียเกียรติทำไม
และเอาเข้าจริง ระดับ “ป๋าป้อม” ที่ทรัพย์สินไม่ขี้ริ้ว ที่แจ้งกับ ป.ป.ช. มีอยู่ตั้ง 80-90 ล้านบาท แบบไร้หนี้สิน จะมี “รสนิยม” สะสมนาฬิกา ราคาสัก 10 ล้าน หรือ แหวนเพชรเม็ดเป้ง ก็คงไม่แปลกอะไร
แต่ที่พลาดคือการที่ “บิ๊กป้อม” ดันบอกเองว่า นาฬิกาเรือนนี้เป็น “ของเดิม-ใส่ประจำ” เสียด้วย ย้ำข้อสงสัยว่า ไฉนถึงไม่มีอยู่ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน ที่ยื่นเอาไว้ต่อ ป.ป.ช.
ตรงนี้หลายคนมองว่า มันจะกลายเป็นหลักฐานมัด “ป๋าป้อม ซ่อมไม่ตาย” แต่จะมา “ตกม้าตาย” ด้วยข้อหา “แจ้งบัญชีเท็จ” เอาง่ายๆ
แต่เรื่องนี้ สำหรับ “พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์” แล้วคงเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว
ดังจะเห็นได้จากจังหวะพลิ้วของ “ป๋าป้อม” ที่ยืนขาแข็งประจันหน้ากับสื่อมวลชนที่รุมซักถามความสงสัยเกี่ยวกับ “นาฬิกาเซเลบ” แต่ก็ตอบคำถามแบบ “ถามช้างตอบม้า” ถามเรื่องนาฬิกา ดันไปจบที่ประโยค “ผมไม่เคยทุจริต” พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้นักข่าว ยืนกระต่ายขาเดียวว่า “ผมไม่ตอบ จะไปตอบป.ป.ช.เขานู้น”
ประกาศโต้งๆ คนอื่นห้ามตรวจสอบ เว้นก็แต่คนมีหน้าที่อย่างป.ป.ช. แต่ก็ต้องเป็น ป.ป.ช.ยี่ห้อ “สายตรงวงษ์สุวรรณ” เสียด้วย ก็ ป.ป.ช.วันนี้ ประธานท่านชื่อ“บิ๊กกุ้ย”พล.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ก่อนมาครองอาณาจักรสนามบินน้ำ ก็เคยเป็นเลขาฯ รองนายกฯ ที่ชื่อ “ประวิตร วงษ์สุวรรณ” มาก่อน
วงใน ยังเมาต์ให้แซ่ดว่า ได้ดิบได้ดีสมัยรับราชการตำรวจ จนขึ้นชั้นรักษาราชการแทน ผบ.ตร. ก็ด้วยแรงผลักดันของศิษย์พี่ “บิ๊กป๊อด”พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายป๋าป้อม ที่ยอมหลีกทางให้อีกต่างหาก
ไม่ใช่แค่ตัวประธานเท่านั้น กรรมการ ป.ป.ช.ที่เหลืออีก 8 คน อย่างน้อย 5 คน ก็ได้รับการแต่งตั้งในยุค คสช.
จึงคาดหวัง “บรรทัดฐาน” ของ ป.ป.ช.ชุดนี้เทียบกับ ป.ป.ช.ชุดเก่า ที่เคยบรับลูกไล่เบี้ย“นาฬิกาเรือน 2.5 ล้าน”ของ “คุณหนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมัยที่ไปหลุดปากในชั้นศาลฎีกา ในการพิจารณาคดียึดทรัพย์ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายเลย
แม้ล่าสุด “ท่านประธานกุ้ย” จะออกมาเปิดเผยว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้รับรายงานของสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมืองแล้ว โดยสำนักงานฯ ได้เสนอข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่ “บิ๊กป้อม” ครอบครองนาฬิกาและแหวนเพชรตามที่ปรากฏออกมาเป็นข่าว และไม่ได้ปรากฏอยู่ในรายงานการแสดงบัญชีทรัพย์สินตอนเข้ามาดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2557 ซึ่ง ป.ป.ช.จะส่งหนังสือให้ “บิ๊กป้อม” ทำการชี้แจงต่อไป
มองได้ว่าเป็น “ไฟต์บังคับ” ที่ทำให้ประธาน ป.ป.ช.ต้องออกมาแอ็กชันตามหน้าที่ พร้อมสวมหมวก “ทนายหน้าหอ” แก้ต่าง-ชี้ช่องให้เสร็จสรรพด้วยว่า “กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเฉพาะตอนเข้ามาดำรงตำแหน่ง และตอนออกจากตำแหน่งเท่านั้น” ส่วน “การได้ทรัพย์สินมาระหว่างดำรงตำแหน่งนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องแสดงต่อ ป.ป.ช”
ยังไม่ทันไร “ป.ป.ช.สายตรงวงษ์สุวรรณ” ก็แบะท่าแล้วว่า เอาผิดกับ “ลูกพี่ป้อม” ไม่ได้ พร้อมทั้งยังปูพรมแดงหาทางลงให้อย่างสวยงาม ประมาณว่า แค่ชี้แจงมา เรื่องก็จบ
แต่จะไปชี้แจงกันตอนไหนอย่างไร ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป
...ก็บอกแล้วไง “ไม่ต้องห่วงป๋า(ป้อม)”


