xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อคนไทยและพี่ตูน ก้าวคนละก้าว สปสช. ก็ควรถอยไปอีกก้าวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

เผยแพร่:   โดย: อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์


อาจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
ผู้อำนวยการศูนย์คลังปัญญาและสารสนเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


พี่ตูนก้าวคนละก้าว พยายามช่วยชีวิตคนไทยทุกคน ช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดทุนบักโกรกมานานจนจะเจ๊งล้มละลายเพราะการบริหารเงินบัตรทองของ สปสช. ที่ไม่อยู่บนพื้นฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่เป็นประชานิยม ที่น่าเกลียดมากสุดคือ ผู้บริหารและพนักงานของ สปสช ไม่ได้ใช้บัตรทอง และมีสวัสดิการรักษาพยาบาลที่ดีกว่าข้าราชการทั้งแผ่นดิน คือสำหรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่เป็นผู้บริหาร/พนักงาน สปสช เบิกจ่ายตามจริงทั้งหมดหรือ Fee for service และสร้างความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรงในแผ่นดินไทย เพราะมีอภิสิทธิ์สวัสดิการรักษาพยาบาลอย่างดีที่สุด สูงกว่าข้าราชการ ประกันสังคมและบัตรทองเองเหตุใด โปรดอ่านได้ใน พนักงาน-ผู้บริหาร สปสช. จึงไม่ใช้สิทธิบัตรทอง? https://mgronline.com/daily/detail/9600000062758 และ การควบคุมค่าใช้จ่ายและความเหลื่อมล้ำในระบบประกันสุขภาพของไทยhttp://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9600000070380

สปสช. เองยังคงมีจิตสำนึกบ้าง เพราะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนข้าราชการ ต่างไม่พอใจในการกระทำดังกล่าว และล่าสุด สปสช. เอง ยอมถอยไปหนึ่งก้าว โดยลดความเป็นอภิสิทธิ์ชนของตนลงไป ให้มีเท่ากับข้าราชการ ยอมใช้วิธีการจ่ายเงินผู้ป่วยในแบบกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (DRG) เท่ากับสวัสดิการราชการ ซึ่งดีกว่า น่าประหลาดใจที่ NGO ตระกูล ส มองไม่เห็นความเหลื่อมล้ำเช่นนี้แต่อย่างใด ราวกับตามืดบอดหากเป็นพวกตัวเอง ไม่ทักท้วงหรือทำอะไรทั้งสิ้นในประเด็นนี้ ทั้ง ๆ ที่เรียกร้องให้มีการรวมกองทุนสุขภาพสามกองทุนมาโดยตลอด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และต้องการให้ สปสช. เป็นผู้ดูแลเงินกองทุนดังกล่าวทั้งประเทศ (รวมข้าราชการและประกันสังคม) แต่ สปสช. เองกลับได้สวัสดิการรักษาพยาบาลที่สร้างความเหลื่อมล้ำมากที่สุด

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงเหตุการณ์หนึ่งที่นักโทษชายทักษิณ ชินวัตรไปรอเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ริมทางเดินในโรงพยาบาล เพื่อถวายบัตรทองของสปสช ให้ทรงใช้ ทรงรับไว้ เรื่องนี้ คุณวิลาศ มณีวัต นักเขียนชื่อดังผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้บันทึกไว้ว่า

ในขณะที่ในหลวงท่านทรงประชวรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุด แห่งนึง มีข้าราชบริพารเข้าเยี่ยมจำนวนมาก ทุกคนคงจำได้ที่เป็นข่าวใหญ่โตที่นายกฯคนปัจจุบัน บังอาจถวายบัตร 30 บาท ให้พระองค์ เพื่อใช้สิทธิ์ สร้างความแค้นเคืองใจให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน แต่ไม่มีใครรู้เบื้องหลังว่าพระองค์ทรงตอบว่าอย่างไร ในหลวงทรงตรัสว่า "ไม่เป็นไรหรอก หากข้าพเจ้าไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ แต่คงสามารถใช้บัตรผู้สูงอายุได้ หรือจะใช้สิทธิข้าราชการของบุตรี (ฟ้าหญิง) ก็ได้" ท่านพูดเสียงเรียบๆ ไม่ได้รู้สึกว่าถูกลบหลู่เลย พูดเสร็จก็ยื่นบัตรทองใบนั้น ให้นายกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ว่าท่านตอบได้น่ารักมาก เคยมีคนถามผมว่า นับถือใครมากที่สุด คิดถึงคนแรกและคนเดียวเลยคือ ในหลวง ท่านเหนือกว่ากษัตริย์ใดในโลกหล้า ยิ่งใหญ่กว่าวีรบุรุษคนใดในตำนาน มีคุณธรรมประเสริฐล้ำเทียบพระโพธิสัตว์ ขอถวายความจงรักภักดีจนกว่าชีวีจะหาไม่


เป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกันว่าในเมื่อไปถวายบัตรทองให้ทรงใช้ ทำไม พนักงาน/ผู้บริหาร สปสช. กลับมีสวัสดิการรักษาพยาบาลที่ดีกว่าแม้ข้าราชการ ถึงแม้จะลดลงมาแล้วจนเท่าข้าราชการ ในเมื่อ NGO ตระกูล ส และ สปสช. ชอบพูดคำว่าเหลื่อมล้ำ อยู่สม่ำเสมอมายาวนาน ก็ควรเริ่มต้นลดความเหลื่อมล้ำที่ตัวเองลงไปก่อน การที่ผู้คุมนโยบายจะทราบได้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ดีหรือไม่ดีสำหรับประชาชนอย่างไรก็ควรต้องเสียสละความเป็นอภิสิทธิชนที่เหลื่อมล้ำของตนเองลงไปก่อนมิใช่หรือ? พนักงาน/ผู้บริหาร สปสช. ต้องใช้สิทธิบัตรทองจึงจะได้ทราบว่าสิทธิรักษาพยาบาลบัตรทอง ที่ สปสช. เที่ยวไปโฆษณาว่าดีนักดีหนา แต่ตัวเองไม่ยอมใช้ แต่ใช้ของที่ดีที่สุดเหนือกว่าทุกคน ดีนักดีหนา ทำไมไม่ใช้เอง ลดความเหลื่อมล้ำด้วย พนักงาน/ผู้บริหาร สปสช ต้องเสียสละมากกว่านี้ เพื่อให้เข้าใจว่าสิ่งที่ตนเองทำส่งผลกระทบอย่างไรกับประชาชน และจะได้ทำเพื่อประชาชนมากขึ้นดีขึ้นกว่าเดิม

ประการแรก กรรมการหลักประกันสุขภาพทุกคน ผู้บริหาร/พนักงาน สปสช. ต้องลงนามในจดหมายขอสละสิทธิรักษาพยาบาลอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิรักษาพยาบาลราชการ สิทธิประกันสังคม และสิทธิรักษาพยาบาล สปสช. ที่มีอยู่เดิม ผู้บริหาร สปสช. ในอดีต ไปนอนป่วยในโรงพยาบาล และใช้สิทธิรักษาพยาบาลราชการเดิม เพราะพวกนี้ย้ายมาจากข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข เวลาไปพบแพทย์ใช้สิทธิราชการ และขอใช้ยา brand name ซึ่งเป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติหรือไม่? เรื่องเช่นนี้ในวงการแพทย์ทราบดี ทำไมถึงต้องใช้ของดีกว่าคนอื่น ความเสียสละอยู่ที่ไหน?

ประการสอง กรรมการหลักประกันสุขภาพทุกคน ผู้บริหาร/พนักงาน สปสช. ให้ลงมาใช้บัตรทองเท่านั้นไปจนตาย ในเมื่อเชื่อและโฆษณานักหนาว่าบัตรทองดี ก็ถอยลงมาอีกก้าวสิครับ สิทธิรักษาพยาบาล สปสช. ที่ดีเลิศเหลื่อมล้ำนั้นก็ลดลงมาพอๆ กับข้าราชการแล้ว แต่สิทธิรักษาพยาบาลราชการก็ยังดีกว่าบัตรทอง มียอดจ่ายเงินต่อหัวต่อคนหมื่นสองพันบาท ในขณะที่บัตรทองเพียงสามพันสองร้อยบาท ก่อนจะไปเรียกร้องกับข้าราชการหรือลดความเหลื่อมล้ำโดยการรวมกองทุนก็เริ่มที่ตัวเองก่อน ถอยไปอีกก้าวให้เท่ากับประชาชน อย่าเป็นอภิสิทธิชนเหนือประชาชน ประชาชนใช้อะไร ผู้บริหาร/พนักงาน สปสช. ก็ต้องใช้เช่นนั้นถึงจะเป็นความเท่าเทียมไม่เหลื่อมล้ำและเข้าใจว่าคุณภาพและบริการของบัตรทองที่ตนเองบริหารอยู่นั้นเป็นเช่นไร เมื่อเจอด้วยตัวเองก็จะได้เข้าใจและไปแก้ไขให้ดีขึ้น

เมื่อคนไทยและพี่ตูน ก้าวคนละก้าว สปสช. ก็ควรถอยไปอีกก้าวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
กำลังโหลดความคิดเห็น...