ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - หลายคนอาจงงๆ ว่า ทำไมจู่ “พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ถึงออกมาเปิดฉากท้ารบกับ “สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)” ชนิด “ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง” จนแวดวงสาธารณสุขร้อนฉ่ากันไปทุกองคาพยพเลยทีเดียว
แน่นอน ต้นสายปลายเหตุของการ “ปะฉะดะ” มีที่มาที่ไปจากการที่ สปสช. ประกาศบังคับใช้กฎเกณฑ์สร้างความเหลื่อมล้ำสิทธิผู้ป่วยในการรักษาส่งผลให้ รพ.มงกุฎวัฒนะ “ผ่าตัดหัวใจฟรีคนไข้บัตรทองไม่ได้” เนื่องจากถูกตัดงบจาก สปสช. กระทบคนไข้ต้องจ่ายเงินเอง หรือส่งตัวไปเริ่มต้นรักษาใหม่ที่อื่นแทน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2560
สปสช.ให้เหตุผลเป็นเพราะรพ.มงกุฎวัฒนะมีปัญหาในเรื่องการตรวจประเมินเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยวิธีการผ่าตัดในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2560 ซึ่ง นพ.เหรียญทองไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงพร้อมทั้งออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจทบทวน ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทันทีต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ 40 - 50 ราย ที่กำลังรอคิวรักษา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิบัตรทองในความดูแลของ รพ.มงกุฏวัฒนะ จำนวนกว่า 200,000 คน
สัมภาษณ์พิเศษฉบับนี้ นพ.เหรียญทอง ผู้ก่อตั้ง “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” ที่ท้ารบกับกลุ่มล้มสถาบันอันลือลั่น จะมาตอบในทุกประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในฐานะ ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ
ประกาศของ สปสช. ส่งผลให้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 60 ทาง รพ. ไม่สามารถผ่าตัดหัวใจฟรีแก่คนไข้บัตรทอง
โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะเราเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ขึ้นทะเบียนอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ขึ้นทะเบียนรักษาทุกโรค เรียกว่า หน่วยบริการประจำ เข้ามาตั้งแต่ปี 2553เรารับคนไข้เข้ามา 120,000 คน ต้องอธิบายว่าโรงพยาบาลเรามีความสามารถขั้นสูงในการรักษาผ่าตัดหัวใจ ซึ่งมีก่อนระบบบัตรทองเสียอีก โรงพยาบาลของเราผ่าตัดหัวใจมานาน ก่อนจะเข้าร่วมบัตรทองรักษาทุกโรค ทีนี้ วันดีคืนดี สปสช. มาบอกโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะต้องขึ้นทะเบียนรักษาเฉพาะโรค เราบอกว่าเรารักษาทุกโรคไม่มีความจำเป็นต้องไปขึ้นทะเบียนเฉพาะโรค การขึ้นทะเบียนรับส่งต่อเฉพาะโรคเป็นเรื่องของหน่วยนอกระบบ ซึ่งโรงพยาบาลเราเป็นหน่วยประจำ
โดยมีกฎข้อหนึ่งระบุว่าต้องมีศัลยแพทย์ 1 คน เต็มเวลาในราชการจันทร์ - ศุกร์ ผมบอกไปว่าเรามีทีมศัลยแพทย์หัวใจ24 ชม. ปฏิบัติงานทุกวันฟูลไทม์ทั้งวันคืนตลอดเวลาไม่ใช่แพทย์เวร แต่ สปสช. กฎออกมาว่าต้องมีศัลยแพทย์หัวใจเต็มเวลาราชการอย่างน้อย 1 คน แต่เรามีเต็มเวลา 24 ชม. ไม่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งมากกว่าเวลาราชการ นึกออกไหมครับ? ซึ่งเรามีครอบคลุมอยู่แล้ว แต่การตีความของ สปสช. กลายเป็นว่าโรงพยาบาลขาดคุณสมบัติ ต่อไปโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะจะผ่าตัดหัวใจไม่ได้นะ สวนหัวใจไม่ได้นะ เพราะไม่ยอมแขวนป้ายหมอเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงหมอคนไหนรักษาคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบคนไข้
สปสช.บอกว่าถ้าเราไม่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้าน เขาไม่สามารถจัดระบบจ่ายเงินได้ กลายเป็นว่าคนไข้โรคหัวใจจะรักษาไม่ได้เบิกไม่ได้ กลายเป็นว่าโรงพยาบาลของเราซึ่งเป็นหน่วยประจำรักษาทุกโรคต้องส่งคนไข้ไปที่อื่น โรงพยาบาลเรามีศักยภาพรักษาโรคหัวใจได้ แต่ต่อไปรักษาไม่ได้ต้องส่งต่อคนไข้โรคหัวใจไปเข้าคิวใหม่ที่อื่น รอคิวกันอีก 2 - 3 ปี แล้วโรคหัวใจมันเป็นเรื่องความเป็นความตายนะครับ อธิบายง่ายๆ โรงพยาบาลผมเป็นหน่วยหลักในระบบหน่วยประจำรักษาทุกโรค แต่หน่วยที่รักษาทุกโรคอย่างผมบางหน่วยไม่สามารถรักษาโรคหัวใจได้ ไม่สามารถผ่าสมองได้ ฉะนั้น บัตรทองก็มีหน่วยส่งต่อรักษาโรคเฉพาะด้าน นำโรงพยาบาลเอกชนที่รับผ่าตัดหัวใจ สวนหัวใจ เป็นต้น เข้ามาเป็นหน่วยรับส่งต่อโรงพยาบาลไหนมีปัญหาก็ส่งไป สมมติ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะไม่สามารถผ่าตัดสวนหัวใจได้เราก็ส่งต่อไปคนไข้ไปยังโรงพยาบาลอื่น แต่บังเอิญเรามีความสามารถสูง ตอนนี้กลายเป็นว่าระบบบัตรทองตัดหน่วยที่เก่งให้ง่อยเปลี้ยไปเลย ที่โกรธมากเพราะโรงพยาบาลผมมีความสามารถรักษาโรคหัวใจมา 20 ปีแล้ว แต่จู่ๆ มาช่วยคนไข้บัตรทองไม่ได้ หัวใจขาดเลือดไปเรื่อยๆ รอกว่าจะได้ผ่าตัดสวนหัวใจ ผมนึกภาพไม่ออกจริงๆ นี่เรื่องระดับชาตินะคนออกกฎก็หมอทั้งนั้น
หมายความว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ มีศัลยแพทย์หัวใจตลอด 24 ชม. แต่การตีความของ สปสช. ส่งผลให้ไม่ผ่านการประเมิน
ระบบแพทย์ 24 ชั่วโมง มันดูแลคนไข้ได้อย่างดีมาก ไม่มีปัญหา ราชวิทยาลัยยังบอกว่าผลตอบรับดีมาก การที่ สปสช. สร้างกฎเกณฑ์ว่า ต้องจัดหาศัลยแพทย์หัวใจมาประจำที่ รพ. วันจันทร์ - ศุกร์ ในเวลาราชการ อย่างน้อย 1 คน เป็นกฎเกณฑ์ที่ไม่ได้ผล ไม่ได้เรื่อง กฎเกณฑ์เหล่านี้ให้เอาไปใช้กับหน่วยนอกระบบแล้วกันอย่างยุ่งกับผม โรงพยาบาลเราขึ้นทะเบียนทุกโรค กฎประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา สปสช. ตีความไปเอง คุณสมบัติผมครบแต่มาตีความว่าผมไม่มีแพทย์ประจำมาอ้างเรื่องประสานงานในเวลาราชการมันไม่ตอบโจทย์ ผมแพทย์มีทุกวันตลอด 24 ชม.
และกฎข้อนี้มีมาตั้งแต่ 2545 ตั้งแต่ยังไม่ร่วมบัตรทองเลย มีข้อบังคับนี้อยู่ในราชกิจฯ ผมไม่ได้รับเฉพาะโรคหัวใจไม่ใช่หน่วยรักษาเฉพาะโรค โรงพยาบาลเรารักษาคนไข้โรคหัวใจมาเป็นหมื่นกว่ารายแล้ว ยังช่วยโรงพยาบาลรัฐที่ทำการรักษาไม่ได้อีกจำนวนมากส่งคนไข้มาเราก็รับรักษาให้ เราช่วยทำช่วยแบ่งเบา เราช่วยจิตอาสา บางโรงพยาบาลอย่างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ คนไข้รอคิวนานก็ส่งมาให้เราช่วยทำก็ทำให้ เพราะเราไม่มีวันหยุด 24 ชม. เราผ่าตัดคนไข้โรคหัวใจเยอะนะครับ และผลลัพธ์ก็รับดีมากๆ
แต่ตอนนี้ สปสช. มาบอกเราคุณสมบัติไม่ครบไม่สามารถรับส่งต่อได้ โรงพยาบาลอื่นเดือดร้อน คนไข้เดือดร้อนนะครับ ไม่ให้ผมรักษาโรคหัวใจแต่อย่างอื่นรักษาได้ เมื่อตีความให้เราไม่ผ่านเกณฑ์เท่ากับว่ารักษาไปก็เบิกไม่ได้ สปสช. ไม่จ่ายตังค์ ผ่าตัดหัวใจแต่ละครั้งเป็นแสนๆ นะครับ แพงมาก เราไม่มีกำลังตรงนี้เราขาดทุนบัตรทองอยู่แล้ว เราไม่มีเงินที่ไหนมาช่วย ฉะนั้น 1 ต.ค. นี้ สปสช. ไม่จ่ายค่ารักษาผ่าตัดหัวใจ คนไข้จะทำอย่างไร คนไข้รอคิวผ่าตัดหัวใจตั้งเยอะ ใส่บอลลูนหัวใจ ปีละ 1,500 คน รอคิวกันอยู่จะทำอย่างไรก็ต้องส่งต่อถ้าไม่มีเงินจ่าย คิดดูคนนึงมีตังค์จ่ายโรงพยาบาลทำให้ อีกคนไม่มีตังค์จ่ายโรงพยาบาลไม่ทำให้ เขาก็โมโหโรงพยาบาลเลือกปฏิบัติ ซวยสิครับอย่างนี้ แล้วโรคนี้เป็นโรคความเป็นความตายเวลาเราส่งต่อไปมันส่งยากมาก โรคนี้รอนานๆ หัวใจขาดเลือดมันก็ตายผ่าแล้วไม่ฟื้นนะ อัตราการตายสูงมาก
ตามข่าวโรงพยาบาล 49 แห่งผ่านเกณฑ์ของ สปสช. ยกเว้น รพ.มงกุฎวัฒนะ แห่งเดียวเท่านั้น
ทำไมต้องเอาชื่อหมอไปแปะครับ กลายเป็นคนไข้ตายหรือมีประเด็นอะไรเขาก็มีหน้าที่รับผิดชอบ กฎหมาย พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม หมอคนไหนรักษาคนนั้นรับผิดชอบอยู่แล้ว นี่กลายเป็นว่าคนไม่ได้รักษาต้องมาแขวนป้าย มันไม่แฟร์กับหมอ ในเมื่อกฎมันไม่ถูกแล้วทำไมเราต้องยอมรับ ถูกต้องไหมครับ? ไม่มีกฎเกณฑ์นี้ ประชาชนเดือดร้อนตรงไหน? คิดกันเองมโนกันเองทั้งนั้น มาบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูก ไม่ใช่ผมไม่ยอมแต่วิธีนี้มันไม่ถูกต้อง ผมเป็นหน่วยประจำขึ้นทะเบียนรักษาทุกโรคอยู่แล้วไม่ต้องมาบังคับผม
ผมจะเล่าให้ฟังเรื่องคล้ายๆ กัน ปีก่อนเรื่องการสลายนิ่วซึ่งไม่ใช่โรคคอขาดบาดตาย แต่มีข้อกำหนดว่าต้องมีศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะในเวลาราชการอย่างน้อง 1 คน ปรากฎว่าโรงพยาบาลไม่ขึ้นทะเบียน สปสช. ไม่จ่าย ให้ส่งต่อ แต่ทำอยู่ได้ 6 เดือน คนไข้เดือดร้อนไปที่อื่นรอคิวนาน สปสช. ก็ส่งหมอผู้ใหญ่กลับมาขอร้องให้ช่วยหน่อย เหตุการณ์นั้นทำไมยอมรับได้แล้วโรคหัวใจทำไมยอมรับไม่ได้ กฎอย่างเดียวกันเลยครับ
สปสช. เกิดปัญหาเกิดอย่างนี้เยอะมาก หน่วยงานนี้มีปัญหาเยอะมาก บุคลากร สปสช. ใช้งบประมาณเงินเดือนสูงๆ ทั้งนั้น แล้วมีขู่ด้วยถ้า สปสช. ยอมหมอเหรียญทอง จะมีหมอบางท่านลาออก ผมว่าออกไปเถอะครับเงินเดือนเป็นแสนๆ จะได้เอาเงินไปผ่าตัดคนไข้โรคหัวใจได้อีกหลายราย
ได้ร่วมหารือทางออกโดยตรงกับทาง สปสช. หรือไม่
พูดกับ เลขาฯ สปสช. ท่านเห็นด้วย และทำหนังสืออย่างเป็นทางการด้วย ก่อนหน้านี้ สปสช. ออกมาแถลงข่าวเรื่องการส่งต่อคนไข้โรคหัวใจ พูดง่ายครับ คนไข้ส่งต่อโรคหัวใจตายกันกลางทาง ตายบนรถพยาบาลเยอะมาก แต่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลอื่นไม่ใช่โรงพยายาลของเรา กว่าจะส่งตัวมาถึงเราก็รอดแล้ว พวกนี้มันโรคหนักมาก สปสช. แย่มากครับ เขียนไปเลย... “หมอเหรียญทอง ด่า สปสช..... แย่มาก” เอาชีวิตคนมาสู้กับเรื่องทิฐิเพราะไม่ยอมผมเท่านั้นเอง ผมแพ้ได้ แต่คนไข้ตาย คนไข้โรคหัวใจเคยรักษาผ่าตัดได้ที่โรงพยาบาลผมไม่ต้องส่งต่อที่อื่น คนไข้อยู่ในมือเราไม่เป็นไรขาดทุนก็ได้ช่วยๆ เขาไป แต่ต่อไปนี้กลายเป็นว่าผมทำไม่ได้ คนไหนมีตังค์จ่ายก็ทำ คนไหนไม่มีตังค์จ่ายก็ส่งต่อ ผมตกก็เป็นจำเลยสังคม แล้วคนที่ตายญาติเขามาก็ฟ้องร้องผมอีกว่าผมไม่ช่วยชีวิตเขา ผมโดนประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง พ.ร.บ.วิชาชีพฯ มีความสามารถทำได้แต่กลายเป็นใจจืดใจดผมไม่ทำ แล้วเคสนึงค่ารักษาเป็นแสนๆ เกิดขึ้นทุกวัน วันๆ นึงเข้ามาเป็น 10 เคส กลายเป็นว่า สปสช. ออกกฎตีความโรงพยาบาลผมไม่ผ่านเกณฑ์ เมื่อไม่ขึ้นทะเบียนรับส่งต่อต่อไปนี้ก็เบิกไมได้ มาเล่นอย่างนี้ผมก็ตายสิ 1 ต.ค. นี้จะทำอย่างไร กลายเป็นว่าต่อไปนี้ คนไข้บัตรทองต้องจ่ายเงินเอง ทั้งที่เราเป็นเราเป็นหน่วยประจำรักษาทุกโรคกลายเป็นเราไม่ใช่หน่วยรักษาทุกโรคต่อไปแล้ว คนไข้โรคหัวใจต้องผ่าตัดต้องสวนหัวใจเราต้องส่งต่อเรารักษาไม่ได้ แล้วส่งต่อคนไข้ก็ต้องตาย จะตายอีกกี่คน จะตายอีกกี่ศพ สปสช. ถึงคิดได้ว่ากฎนี้มันใช้ไม่ได้
หมายความว่า สปสช. ต้องยุติเพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ
เขาต้องหยุดมาตรฐานขึ้นทะเบียนหน่วยรักษาเฉพาะโรค ไปบังคับที่อื่นแล้วกัน อย่ามายุ่งกับหน่วยประจำอย่างผม อย่ามาบังคับผม! ผมไม่ใช่หน่วยส่งต่อไปบังคับหน่วยส่งต่อโรคหัวใจ ผมรักษาทุกโรค! ซึ่งโรคหัวใจเป็นหนึ่งในโรคที่ผมรักษา โรงพยาบาลมี 50 แห่ง 49 แห่งผ่าน โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะไม่ผ่าน เพราะเราไม่เอา พวกนั้นเขาไม่กล้าหืออย่างผมไง ยอมเอาแพทย์มาแขวนป้าย 9 แห่งโรงพยาบาลเอกชนรับส่งต่อเฉพาะโรคหัวใจ นั่นเรื่องของพวกเขา แต่ผมเป็นหน่วยประจำรักษาทุกโรค
สถานการณ์ของผู้ป่วยสิทธิบัตรทองเป็นอย่างไรบ้าง
เรามาร่วมบัตรทองขณะโรงพยาบาลอื่นเขาเลิกกัน สถานการณ์โรงพยาบาลมีแนวโน้มจะถอนตัวได้อีก ผมเข้าปี 2553 รับคนไข้ 200,000 กว่าคน ต.ค. นี้ก็มีโรงพยาบาลเลิกอีก รพ.มเหสักข์ รพ.แพทย์ปัญญา ฯลฯ สปสช. มาขอให้ผมรับคนไข้ 60,000 กว่าคน ไม่มีใครเขารับกันแม้แต่ โรงพยาบาลรัฐก็รับไม่ไหวเต็มแล้ว ผมแยกแยะไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน และผมจะทะเลาะกับพวกคุณ แต่คนไข้ต้องไม่เดือดร้อน โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะของเราช่วยแก้ปัญหาคนไข้ลอยแพ 60,000 กว่าคน ต.ค. นี้ แต่ สปสช. สร้างภาระปัญหาให้ผมคนไข้โรคหัวใจไม่ให้เบิก แต่เราต้องรักษาทุกโรคแล้วไม่รู้หรอกว่าคนไข้เป็นโรคหัวใจต้องรักษาวันไหน เราไม่ได้กำไลเลย ขาดทุนด้วย
ที่ผ่านมามีโรงพยายาลเอกชนเข้ามาช่วยเยอะมาก แต่การที่เขาถอนตัวไม่ไหวเนี่ย ขาดทุนเรื่องหนึ่งก็ทนได้ แต่ไปสร้างกฎเกณฑ์จนเขาอึดอัด สปสช. เป็นหน่วยงานที่มีปัญหา นี่ผมก็ขาดทุนแต่จะอยู่กับพวกคุณ วันหนึ่งเมื่อไหร่ที่พัฒนาระบบจนมีโรงพยาบาลเพียงพอ วันนั้นไม่มีความจำเป็นโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะเราจะออก แต่ตอนนี้ไม่ออกถ้าออกประชาชนเดือดร้อน 200,000 กว่าคนนะครับ
ภาระขาดทุนเป็นเรื่องที่ รพ. แบกรับมาโดยตลอด
จริงๆ แล้วเราแบกรับทุกโรคครับ ไม่เฉพาะโรคหัวใจ เรื่องการขาดทุนมันไม่ได้เป็นประเด็นเท่าไหร่ เราคิดว่าคิดถึงพระบรมราโชวาท ขาดทุนคือกำไร ทำให้เราเก่ง คนไข้โรคหัวใจรอผ่าตัดประมาณ 40-50 ราย หมอก็ช่วยผ่าตัดให้หมดไป ยังมีเคสตกค้างอยู่เยอะ คนไข้ไม่ใช่สามารถผ่าได้เลยต้องเตรียมความพร้อม ต้องรักษาอาการอื่นๆ ถึงจะผ่าได้ ยกเว้นเคสฉุกเฉิน คนไข้ยังรออยู่อีกหลายราย มีคนไข้เข้ามาทุกวัน มีคนไข้เป็นโรคหัวใจมาทุกวัน
คิดว่าอะไรคือปัญหาของ สปสช. สร้างกฎเกณฑ์กระทบสิทธิต่อประชาชน
อันนี้ก็ไม่รู้ เรื่องงบประมาณจำกัดก็ไม่ใช่ มันมีกฎข้อนี้ตั้งแต่ปี 2545 แต่ทำไมคุณไม่ใช้บังคับเรา แล้วเรามีหมอครอบคลุม 24 ชม.อยู่แล้ว กลายเป็นต้องตีความว่าคนเดียวนายแพทย์ชื่อเดียว ประจำวันจันทร์ - ศุกร์ ในเวลาราชการ แต่เรามี 3 ชื่อ ซึ่งมันมากกว่า แต่ สปสช. กลายเป็นตีความอีกอย่าง หน้าด้านๆ แถไปอีก ผมบอกผมยอมแพ้ได้ แต่ประชาชนตายในมือเราซึ่งเป็นญาติพี่น้องใครก็ไม่รู้ ต่อไปคนไข้บัตรทองจะมีปัญหากลายเป็นบัตรทองต้องเสียตังค์ว่าไม่มีเงินโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะไม่รักษา กลายเป็นความด้วยพัฒนาในวิวัฒนาการบริการของ สปสช. คนไข้ต่างชาติบินมารักษาหัวใจที่ศูนย์โรคหัวใจที่นี่ แต่คนไข้บัตรทองเราต้องส่งต่อ อย่างนี้มันไม่ใช่ เรารักษาได้รู้อยู่แก่ใจเราใจจืดใจดำไม่เป็น
เห็นโรงพยาบาลถอนตัวเยอะใช่ไหมครับ และไม่เข้าใหม่ด้วย สาเหตุมาจากขาดทุนเรื่องหนึ่งครับ อย่างที่ผมเรียนไปข้างต้น ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการจำกัดงบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียว ปัจจัยหนึ่งเกิดจากหน่วยงานนี้เอง สปสช. อย่างเช่นเรื่องที่เกิดขึ้นคุณจะสร้างกฎเกณฑ์เฮงซวยจนโรงพยาบาลหลายๆ แห่งอยู่ไม่ได้ เช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลผมเจอแต่ผมไม่ออก เพราะผมจะอยู่ให้สังคมได้รับรู้กันไปเลย สรุปว่าหน่วยงานนี้มีปัญหา หน่วยการบริหารจัดการมีปัญหา
มีประเด็นอยากกล่าวทิ้งท้ายไหม
กราบเรียนเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ท่านต้องการให้คนไข้บัตรทองโรคหัวใจเสี่ยงตาย จากการส่งต่อจากทิฐิของท่านที่ออกกฎเกณฑ์แล้วมาบังคับอีกกี่ชีวิต ท่านถึงคิดได้ว่าหลักการของท่านผิด ผมทุกข์ใจมากที่ต้องมาเจอสถานการณ์อย่างนี้ต้องส่งต่อการรักษา แต่ถ้าผมเลิกถอนตัวไปประชาชนก็เดือนร้อนไร้ที่พึ่ง ผมไม่ได้ออกพูดเพราะต้องการความเห็นใจไม่ดรามาครับ แต่ผมทำเพื่อประชาประชาชนจริงๆ มันเหลืออด จะต้องให้คนไข้ตายอีกกี่ชีวิตถึงจะรู้ว่าหลักเกณฑ์ของท่านมันผิด


