xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“บิ๊กใหม่-เดอะปั๊ด-บิ๊กโจ๊ก” 3 นายพลคนดังมาแรงแซงทางโค้ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“วีคเอนท์ คนยุติธรรม”

..สัปดาห์นี้ยังเกาะติดอยู่กับการแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจระดับ รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) - ผู้บังคับการ (ผบก.) ประจำปี 2560 ถึงตอนนี้ฝุ่นยังตลบอบอวล แม้ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ คุม สตช.สั่งดีเดย์นัด ก.ตร.ถกโผแต่งตั้งในวันที่ 24 ส.ค. แต่ก็มีโรคเลื่อนออกไป เป็นเก้าโมงเช้าวันที่ 30 ส.ค.แทน ท่ามกลางกระแสข่าวแพร่สะพัดว่าโผยังไม่ลงตัว อีกทั้งมีปัญหาติดขัดข้อกฎหมายบางประการ ขณะที่ทีมจัดโผกำลังสุมหัวเร่งแบ่งเค้กกันในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งกลางกรุงอย่างขมีขมัน 

การแต่งตั้งระดับนายพลครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ใช้กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งฯ พ.ศ.2559 ซึ่งเป็นฉบับใหม่ โดยให้พิจารณายึดหลักอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ฤดูกาลนี้ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ว่างลง 2 ตำแหน่ง คาดว่าจะโยก พล.ต.อ.กวี สุภานันท์ ที่ปรึกษา (สบ10) นรต.33 อาวุโสอันดับ 1 เข้าไลน์ตำแหน่งหลัก อีก 1 ตำแหน่งเป็นการช่วงชิงกันระหว่าง 3 แคนดิเดต "บิ๊กใหม่" พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ นรต.36 เพื่อนร่วมรุ่น "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่มีผลงานคดีความมั่นคง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา นรต.37 สร้างชื่อกับแชร์ยูฟัน และ พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชารยะ นรต.32 ที่มีผลงานเด่นกับคดีค้ามนุษย์ อีกทั้งได้แรงหนุนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อีกด้วย ใครจะคว้าเก้าอี้ รอง แม่ทัพสีกากีอีกตัวที่เหลือไปครองไม่กี่อึดใจรู้กัน

ส่วนเก้าอี้ระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.นั้น คาดว่า พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ

ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.)  พล.ต.ท.ชนสิษฏ์ วัฒนวรางกูร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) สามี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) นรต.37 น่าจะเข้าวิน

ขณะที่ระดับ ผู้บัญชาการ ( ผบช.) ยังคละคลุ้งไปด้วยฝุ่น อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แต่ที่น่าจับตามองคือตำแหน่ง "แม่ทัพนครบาล" คาดว่าจะมีการเสนอชื่อ "เดอะปั๊ด" พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) นรต.36 และ "เดอะหยม" พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พี่ใหญ่ นรต.36 เป็นตัวสอดแทรก ทั้งนี้หากหวยไปออกที่ "เดอะหยม" "เดอะปั๊ด"ก็จะได้รางวัลปลอบใจไปนั่งเก้าอี้ ผบช.ภ.1 แทน เพื่อหลีกทางให้ พล.ต.ต.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบช.ส. นรต.40 ลูกหม้อสันติบาลขึ้นเป็น ผบช.ส. พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร( ผบช.สทส.) นรต.38 โยกเป็น ผบช.ภ.3 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 นรต.35 ขยับมาเป็น ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 นรต.36 โยกเป็น ผบช.สตม. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น.นรต.40 "มือปราบผู้พันตึ๋ง"เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.ภคพงษ์ พงศ์เภตรา รอง ผบช.น.ขึ้นเป็น ผบช.ภ.8 คุมภาคใต้ตอนบน

ส่วน "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล "ผู้การ 191" นายพลอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ สตช.เด็กในคาถา พล.อ.ประวิตร ก็แรงไม่เบา เพราะโผทุกสำนักต่างฟันธง ชนิดไม่กลัวธงหักว่าเจ้าตัวเตรียมแต่งตัวขยับขึ้นเป็น "รอง แม่ทัพนครบาล" แซงเพื่อนร่วมรุ่น นรต.47 ชนิดไม่เห็นแม้แต่เศษฝุ่นผง

..กระแสแรงเหลือเกินในช่วงนี้สำหรับ "เดอะเซ้ง" พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผบก.ปคบ.นรต.36 เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร.ทั้งยังเป็นน้องเลิฟ "บิ๊กหมู" พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. จะหวนคืนถิ่นเก่าโยกนั่งเก้าอี้ "ผู้การประเทศไทย" โดยเจ้าของเก้าอี้ ตัวเดิม "เดอะทิน" พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. นรต.37 หลีกทางขยับขึ้น รอง ผบช.ก.ให้ ที่จริงแล้วโผแต่งตั้งครั้งก่อนนายตำรวจสองท่านนี้ก็เบียดกันมาคู่คี่สูสี ชนิดหายใจรดต้นคอ แต่เป็น พล.ต.ต.สุทิน ที่แซงไปในโค้งสุดท้ายเพราะลูกบู๊ดุดันที่เหนือกว่านิดหน่อย 

..ปิดคดีสะเทือนขวัญได้อีกคดี เป็นการบูรณาการกำลังกันระหว่าง 3 หน่วยงาน นำโดย "บังพงษ์" พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 บก.ป.ศิษย์เอกค่าย "เดอะยนต์" พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ตำนานมือปราบชื่อดัง ร่วมกับ พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ ปะดุกา หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล และ เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ (บก.รน.) กว่าครึ่งร้อยเปิดยุทธการปิดล้อมเกาะทุ่งนางดำ จ.พังงา ไล่ล่า "ไอ้ซา" หรือ นายนพดล สันเต๊ะ วัย 21 ปี มือปืนโหด หลังหนีคดีร่วมกับพวกใช้เอ็ม16 ยิงถล่ม พ.ต.ท.จีรภาส เซ่งเส้ง รอง ผกก.สืบสวน สภ.มะนัง และ จ.ส.ต.ธนะศักดิ์ ทรพิศ ลูกน้องเสียชีวิต ขณะตั้งจุดสกัดแก๊งยาเสพติดในพื้นที่ แถมยังก่อคดีใช้อาวุธสงครามบุกถล่มบ้านพักของ นายจำรูญ สงด้วง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล จนบ้านพรุนเกือบทั้งหลัง ทำให้ลูกชายเสียชีวิต ส่วนภรรยาและบุตรสาวได้รับบาดเจ็บ

พฤติกรรมอุกอาจของคนร้ายแก๊งนี้สร้างความอกสั่นขวัญหายให้คนในพื้นที่มะนังเป็นอย่างมาก ตำรวจกองปราบปรามจึงแกะรอยตามล่ามาสองปี กระทั่งสืบทราบว่า ไอ้ซา หนีไปกบดานในสวนยางบนเกาะ  จึงสนธิกำลังปิดล้อมเกาะจับกุมมาดำเนินคดีได้ โดยไม่สูญเสียเลือดเนื้อแม้สักหยด นำความผาสุกกลับคืนสู่คนมะนังอีกครั้ง

..สร้างผลงานให้หน่วยงานไม่หยุดหย่อน สำหรับ "ผู้กำกับทู" พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.หลังร่วมกับ นายทิวา วัชรกาฬ รอง ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี นายครรชิต ศรีนะวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  นายสมศักดิ์ ภู่เพ็ชร์ ผอ.ส่วนยุทธการป้องกันและปราบปราม นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ (สนอ.ที่ 1 ปราจีนบุรี) นายชาติชาย ศรีแผ้ว หน.สปป.ที่ 1 ภาคกลาง กรมอุทยานฯ พ.อ.วินัย บุตรรักษ์ รอง ผอ.รมน.ปราจีนบุรี นำกำลังกว่า 100  นายพร้อมอาวุธครบมือเข้าปิดล้อม "สวนสุนทร" ซึ่งเปิดเป็นสวนน้ำมหึมาในพื้นที่กว่า 200 ไร่ ใกล้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ใน ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี หลังทราบว่าสวนน้ำดังกล่าวซึ่งเป็นของ อดีต ส.ส.ปราจีนบุรีรายหนึ่ง รุกล้ำพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตั้งแต่ปี 2550 ที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานไหนกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะเกรงกลัวบารมีอดีตนักการเมืองคนดัง แม้แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ถึงจะเข้าไปตรวจสอบเมื่อปี 2555 แล้วพบว่ามีการรุกล้ำเขตอุทยานจริง แต่เรื่องก็เงียบหายไป ทำให้อดีต ส.ส.ได้ใจรุกป่าเพิ่มเติมรวมแล้วกว่า 68 ไร่ 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ในกรณีที่มีการผ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ เป็นเหตุให้มีสิ่งปลูกสร้างขึ้นใหม่ หรือมีสิ่งอื่นใดในอุทยานแห่งชาติผิดไปจากสภาพเดิม จากนั้นจะขยายผลว่า "ผู้ใหญ่บ้าน- กำนัน- นายกฯ อบต. -เจ้าหน้าที่รัฐ" คนไหนรู้เห็นเป็นใจให้รุกป่าก็จะถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน

..มาถึงกลิ่นเน่าคละคลุ้งในกรมเจ้าท่ากันบ้าง หลังกลุ่มพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย สาวไส้ผู้บริหารโดยการยื่นหนังสือร้องเรียนกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ.เมื่อปี 2556 เพื่อให้ตรวจสอบปมการทุจริตการเบิกจ่ายค่าโอทีแบบเหมาจ่ายแก่พนักงาน กระทั่งพบว่าคดีมีมูล ปีต่อมาคณะกรรมการคดีพิเศษจึงมีมติรับเป็นคดีพิเศษ เบื้องต้นพบมีผู้เกี่ยวข้องจำนวน 1,200 คน แต่คดีค่อนข้างสลับซับซ้อน จึงต้องใช้เวลาตรวจสอบรายละเอียดทางคดีหลายปี จากนั้น ดีเอสไอ.ก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานส่ง ฟ้อง ป.ป.ช.ให้ฟันผู้เกี่ยวข้องในคดี 560 ราย มีทั้งคนที่เกษียณไปแล้วและคนที่ยังทำงานอยู่ ฐานทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 300-400 ล้านบาทต่อปี 

เท่านั้นยังไม่พอพนักงานการท่าเรือยังสาวไส้ผู้บริหารองค์กรจนหมดพุงเมื่อนำหลักฐานเป็นเอกสารค่าเบิกจ่ายเงินทำงานล่วงเวลาไปยื่นฟ้องศาลแรงงานกลาง ตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 กรณีเปลี่ยนค่าจ่ายล่วงเวลาจากเหมาจ่ายมาเป็นรายชั่วโมง ยอดเสียหายมหาศาลกว่า 3,300 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าความเสียหายนั้นเป็นเงินคนละกระเป๋ากับเงินค่าโอทีที่ถูกงุบงิบอีกด้วย 

..นับถอยหลังไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. นี้แล้วที่ นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม จะพ้นจากวาระ ต้องกลับไปดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาศาลฎีกา สองปีที่ได้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรมก็สร้างผลงานไว้มากมาย 

ส่วนใครจะมานั่งเก้าอี้ “แม่บ้านศาลยุติธรรม” คนต่อไปนั้น ตอนนี้คนที่กระแสแรงสุดไม่พ้น นายสราวุฒิ เบญจกุล รอง เลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม ที่มีโปรไฟล์ดี จบปริญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยม) ม.รามคำแหง เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และปริญญาโทด้านกฎหมายจากต่างประเทศพ่วงอีกหลายใบ นอกจากนี้ยังเป็น รอง เลขาธิการฯ มาหลายวาระกว่า 18 ปี มีประสบการณ์เป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และนายทะเบียนเนติบัณฑิตยสภา ที่สำคัญมีความเชี่ยวชาญด้านงบประมาณ การพัฒนาหน่วยงานศาลยุติธรรม หรือแม้แต่ด้านการปฏิรูปศาลยุติธรรม ถือว่าเหมาะสมทุกประการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการชี้ขาดของประธานศาลฎีกาคนใหม่ว่าจะเลือกใครมาเป็น"แม่บ้านศาลยุติธรรม”คนต่อไป

..เกือบติดคุกเพราะเฟซบุ๊กไลฟ์สำหรับ "เสี่ยไก่" นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย หลังนัดหมายกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อมารายงานตัวฝากขังต่อศาลอาญากรณีได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Watana Muangsook” ถึงกรณีที่ศาลฎีกาพิจารณาคดีโครงการรับจำนำข้าวนัดสุดท้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในลักษณะยุยงให้เกิดความปั่นป่วนอีกทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์คณะ คสช.จึงโดนตำรวจสันติบาลแจ้งจับข้อหากระทำการปั่นป่วนและกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ระหว่างพักเที่ยง นายวัฒนา พร้อมทนายความคนดัง ไปนั่งรอตำรวจยื่นคำร้องฝากขังที่ห้องรับฟ้องและงานฝากขัง บริเวณชั้น 2 ของศาลอาญา ด้วยอารมณ์คิดถึงแฟนคลับ นายวัฒนา เลยหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมาไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ถ่ายภาพบรรยากาศบริเวณห้องชั้น 2 ของศาลอาญา ความยาวประมาณ 5 นาที เพื่อให้บรรดาแฟนๆ ที่ติดตามตนเองผ่านเฟซบุ๊กรับชมความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนั้นศาลท่านห้ามแม้กระทั่งนักข่าวศาลเพราะถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยภายในบริเวณศาลเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล 

ต่อมาเมื่อศาลอนุญาตฝากขังและให้ประกันตัว "เสี่ยไก่" ในคดีกระทำการปั่นป่วนฯ และ พ.ร.บ.คอมฯ เรียบร้อยแล้ว ศาลจึงเปิดห้องพิจารณาคดีไต่สวน นายวัฒนา เรื่องละเมิดศาลต่อ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับเสียงอ่อยว่าเป็นผู้ไลฟ์สดเฟซบุ๊กจริงโดยอ้างว่า "รู้เท่าไม่ถึงการณ์"  สุดท้ายศาลอาญาพิเคราะห์พฤติการณ์แล้วสั่งลงโทษจำคุกนายวัฒนา เป็นเวลา 1 เดือน ปรับ 500 บาท และสั่งให้ลบโพสต์ดังกล่าว แต่โชคดีศาลท่านยังปราณีโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี  เกือบสูญเสียอิสรภาพ ต้องไปนอนคุกในวัยแซยิดเสียแล้วไหมล่ะ!


กำลังโหลดความคิดเห็น...