ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - แผนลับตามเก็บตามล้างตามเช็ด “แดง ฮาร์ดคอร์” ที่มีมาเป็นระลอก ล่าสุด “โกตี๋” - นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ อดีตแกนนำวิทยุเสื้อแดงปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอาญา มาตรา 112 และคดีก่อการร้าย ปรากฏข่าวถูกอุ้มหาย ซึ่งมาพร้อมๆ กับวันใกล้นัดชี้ชะตา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตจำนำข้าวที่งวดเข้ามาทุกขณะ
ทางหนึ่ง คล้ายๆ กับเป็นการส่งสัญญาณล้างพรรคใหญ่และเครือข่ายเสื้อแดง โดยเฉพาะสายฮาร์ดคอร์ ชนิดที่ว่าจะเอาให้อยู่ก่อนวันชี้ชะตา
แต่อีกทางหนึ่งก็มีรายการสาวไส้กันในหมู่ แดง ฮาร์ดคอร์ ที่เม้าท์มอยกันสนุกปากว่า ข่าวใหญ่อุ้มหายโกตี๋ เป็นแค่เรื่องแหกตาในฉากละครพีเรียดของกลุ่มสหพันธรัฐไท ที่ “โกตี๋” หรือ “สหายหมาน้อย” อำนวยการสร้างและแสดงนำ จนสาวกแดงติดกันงอมแงม ดาราขาบู๊แห่งเมืองปทุมฯ จึงขยันสร้างข่าวเรียกเรตติ้งไม่ให้กระแสตก เพราะยิ่งใกล้วันชี้ชะตาคดีทุจริตข้าว ขาบู๊ต้องมา ดรามาเรียกน้ำตาต้องมี ท่อน้ำเลี้ยงก็ต้องเปิด งานเร่ขายฝันถึงวันประชาธิปไตยเบ่งบานก็ขาดไม่ได้
สำหรับ “โกตี๋” หรือ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ ได้ตั้งกลุ่มสหพันธรัฐไท โดยใช้ชื่อว่า “สหายหมาน้อย” ร่วมกับ นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ “ลุงสนามหลวง” พร้อมสมาชิกอีก 4 - 5 คน เป็นแกนนำ
ถึงตอนนี้ “โกตี๋” ถูกอุ้มหายจริง หรือว่าเป็นแผนลวงข้ามชาติเพื่อฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ป่วนผสมโรงในวันตัดสินคดีจำนำข้าว 25 สิงหาคม 2560 นี้ อาจจะยังไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนต่อสาธารณชนได้ แต่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและระดับแกนนำแดง ฮาร์ดคอร์ ด้วยกัน เขาพอจะรู้คำตอบแล้ว
แม้ว่าคำบอกเล่าของเครือข่ายคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศ ทั้ง ชูพงค์ ถี่ถ้วน แกนนำคนเสื้อแดงในสหรัฐอเมริกา หรือ จอม เพชรประดับ คนสื่อสายแดงที่กลายเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ไปแล้วในเวลานี้ ต่างประโคมข่าวว่าโกตี๋ถูกอุ้มหายไปจริง และยังไม่รู้ชะตากรรมเป็นตายร้ายดีเช่นใด ก็ตาม
กรณี “โกตี๋” ถูกอุ้มหาย นอกจากจะไม่ส่งผลสะเทือนใดๆ ต่อรัฐบาลทหารแล้ว เวลานี้ ยังส่งผลข้างเคียงต่อกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยกันเอง ซึ่งนอกจากจะกลายมาเป็นประเด็น “แดงฟัดแดง” ระหว่าง “จอม” กับ “หนุ่ม เรดนนท์” ที่พลิกผันไปทำงานสื่อที่ “ลาวสตาร์ทีวี” นัวเนียกันยกใหญ่แล้ว
ยังมีรายการเติมเชื้อใส่ไฟ โกตี๋ จาก สุรชัย แซ่ด่าน หรือด่านวัฒนานุสรณ์ เพราะจากเรื่องที่โกตี๋และก๊วนพยายามสร้างพล็อตให้ดูลึกลับซับซ้อน มีกองกำลังนักรบนิรนามนับสิบไปอุ้มโกตี๋ข้ามฝั่งโขงจากลาวมาไทย สุรชัย กลับเม้าท์และเม้นท์จนกลายเป็นแหกตาข้ามชาติไปเสียแล้ว
นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หนึ่งในแนวร่วมเสื้อแดง ที่หลบหนีไปต่างประเทศ ตั้งข้อสังเกตหลายประการให้ชวนสงสัยถึงการหายตัวไปของโกตี๋ โดยกล่าวผ่านช่องทางยูทูปว่า เกิดเหตุอย่างนี้ต้องมีการแจ้งตำรวจ แต่ไม่มี เจ้าหน้าที่กลับไม่รู้เรื่องเลย ถ้าเรื่องไม่จริง แจ้งความจะเจอข้อหาแจ้งความเท็จ แต่กลับไปแจ้งสื่อแทน แจ้งไปยังนายชูพงศ์ (ถี่ถ้วน) ซึ่งสัมพันธ์กับโกตี๋ เพราะออกรายการด้วยกัน แล้วก็ไปสัมภาษณ์นายจอม (เพชรประดับ) ซึ่งต้องการให้เป็นข่าว ไม่ใช่ต้องการให้เป็นเรื่องทางกฎหมาย ถ้าเป็นเรื่องจริงต้องแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจกลับไม่รู้ เมื่อผ่านมา 3-4 วัน เรื่องจริงหรือละคร ปรากฏว่าเหลือไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ที่คิดว่าเป็นเรื่องจริง
นายสุรชัย ยังกล่าวว่า ถ้ามีการอุ้มอย่างที่เป็นข่าว การใช้กำลังคน 10 คนแต่งชุดดำ คลุมหัวไอ้โม่ง มีอาวุธครบมือ ถ้าทำอย่างนั้น คงมีปัญหาระหว่างประเทศ เพราะมีข้อตกลงในอนุสัญญาลุ่มน้ำโขง 6 ประเทศ มีข้อหนึ่ง ห้ามส่งกำลังไปประเทศอื่น ถ้าติดตามคนทำผิดกฎหมาย ต้องขอให้ประเทศนั้นส่งกลับมา การส่งกำลังไล่ล่า เท่ากับรุกล้ำอธิปไตย เหมือนกรณีน้องเปรี้ยว หรือกรณีไซซะนะ ต่างต้องขอตัวทั้งนั้น วันนี้เขากำลังจะเอาเรื่องทั้งรัฐบาลไทยและประเทศที่ถูกกล่าวถึง เพราะเขาเสียหาย มีข่าวลงว่าเจ้าของประเทศยืนยันไม่มีชายชุดดำเข้ามา และ รมว.กลาโหมจากไทยก็บอกยังไม่ทราบข่าว ระยะหลังโกตี๋เป็นข่าวดัง ตั้งแต่ขู่ฆ่านายกฯ บุคคลสำคัญ ตั้งกองกำลัง ถูกจับอาวุธ เป็นเป้าหมายที่ถูกขอตัวมาหลายครั้ง ถ้าพาตัวมาก็ต้องเป็นข่าว
“ถ้าเขาจะอุ้มฆ่าต้องไม่มีหลักฐาน เหมือนกรณี ดีเจซุนโฮ ก็ไม่มีหลักฐาน ถ้าอุ้มฆ่า คงไม่มากัน 10 คนแล้วก็ทิ้งหลักฐาน ถ้าอุ้มต้องอุ้มเงียบ ก็ต้องมีไส้ศึก ปัญหาคือถ้าส่งคนมาอุ้ม แม้แต่พวกเราที่อยู่ด้วยกัน เรายังไม่รู้เลยว่าโกตี๋อยู่ตรงไหน แล้วทางการไทยจะรู้หรือ เหมือนดีเจซุนโฮ ก็ส่งคนมาแฝงในเสื้อแดง แล้วค่อยอุ้ม ถ้าจะอุ้มเงียบต้องแบบนั้น ขอฝากกลับไปยังคุณชูพงศ์ คุณจอมด้วย ทำไมเชื่อแหล่งข่าว ในฐานะสื่อถ้ามันผิด จะอธิบายอย่างไร แล้ววันนี้แนวโน้มจะเป็นละครสูง" นายสุรชัย กล่าว
ส่วนอีกคู่ก็คือ จอม เพชรประดับ กับ หนุ่ม เรดนนท์ นั้น เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ของนายจอม ซึ่งก่อนหน้านี้โพสต์เรื่องโกตี๋ถูกอุ้มหายไป ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการตอบโต้คนเสื้อแดงกันเองอย่าง “หนุ่ม เรดนนท์” หรือ นายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดม อดีตนักโทษที่ถูกตัดสินจำคุก 13 ปี ด้วยข้อหามาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อมาได้รับพระราชอภัยโทษในปี 2557 โดยหลังการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 “หนุ่ม เรดนนท์” ลี้ภัยไปอยู่ในประเทศลาว ที่ออกมากล่าวหาว่านายจอมเป็นต้นเหตุการถูกอุ้มหายของนายวุฒิพงศ์ หรือ โกตี๋
ในรายละเอียดของการตอบโต้ นายจอม ระบุว่า หนุ่ม เรดนนท์ สามารถลงหลักปักฐานทำงานในบริษัท ลาวสตาร์ทีวี ซึ่งมีชีวิตที่มั่นคงขึ้นแล้ว แต่ไม่ควรมากล่าวหาว่าตนสัมภาษณ์โกตี๋ เพราะหวังสร้างเรตติ้ง เนื่องจากรายได้ของตนจากการทำยูทูปก็ไม่ได้มากมายอะไร นอกจากนี้ เงินบริจาคทางสาธารณะในช่วง 3 ปีที่มาลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาก็ไม่ถึง 3000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1 แสนบาทเสียด้วยซ้ำ
“คุณไปเอาข้อมูลมาจากไหนว่าผมอยู่อย่างสบายในอเมริกา ถ้าคุณอยากรู้ว่าผมอยู่อย่างไร ส่งใครมาดูหรือ รู้จักกับใครในอเมริกาก็ให้มาดูด้วยตาก็ได้ แล้วคุณจะรู้ว่าผมอยู่อย่างไร ชีวิตผู้ลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศมีชะตากรรมไม่แตกต่างกันมากนักหรอก ในลาวอาจจะเสี่ยงในเรื่องการอุ้มหาย แต่หากไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองแล้วก็สามารถทำงานประกอบอาชีพได้ง่าย เหมือนอย่างที่คุณเป็นอยู่เวลานี้ แต่ในอเมริกา หรือในยุโรป แม้จะปลอดภัย แต่ด้วยภาวะค่าครองชีพที่สูง เงินช่วยเหลือไม่มากพอที่จะให้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายได้ และการหางานทำก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด” นายจอม ระบุ และว่าจากความขัดแย้งครั้งนี้ตนขอลบ “หนุ่ม เรดนนท์” ออกจากการเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก
ขณะที่ปฏิกิริยาจากฟากฝั่งผู้มีอำนาจกรณีโกตี๋ถูกอุ้มหายนั้น ไล่มาตั้งแต่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้ง “บิ๊กป้อม” พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึง ผบ.เหล่าทัพ ฝ่ายความมั่นคงของชาติ หรือแม้แต่ ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต่างประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่รู้ ไม่เห็น ยังไม่ได้รับรายงาน” ยังไม่มีการยืนยันว่ามีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่
“ทูตดอน” ถึงกับมีความโน้มเอียงไปในทางที่ว่านี่เป็นข่าวลวง “....ไม่มีรายงาน และมีการข่าวว่าโกตี๋ไม่ได้อยู่ในประเทศลาว เชื่อว่าเป็นการปล่อยข่าวมากกว่า” พร้อมยืนยันว่า ทางลาวจะไม่ยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงข่าวลือที่ออกมาตลอดเวลาเท่านั้น


