xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

กล้ามั้ย!?เปิดบัญชีทรัพย์สินกก.ปฏิรูปตำรวจ ไร้ “จ่า-ดาบ”เข้าร่วมทั้งที่เป็นหัวใจขับเคลื่อน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่รัฐบาล คสช. มองข้ามไม่ได้ก็คือ การปฏิรูปตำรวจ ผ่านไปเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วเพิ่งจะเห็นเป็นรูปเป็นร่าง แต่พอประกาศรายชื่อคณะกรรมการเท่านั้นแหละ ความหวังของประชาชน หรือกลุ่มที่เขาช่วยกันรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการตำรวจก็ต้องหงายท้องผลึ่ง หลายคนส่วยหัว หลายคนหมดความหวัง มีคำถามมากมายพุ่งไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ซึ่งถือว่ามีอำนาจมากที่สุดสามารถชี้เป็นชี้ตายได้ทุกเรื่อง แต่ทำไมไม่กล้าจัดการกับการปฏิรูปตำรวจอย่าจริงจัง

ขออนุญาตนำราชื่อคณะกรรมการมาแจ้งกับท่านผู้อ่านอีกครั้ง ก่อนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งมีข้อมูลความเหมาะสม ไม่เหมาะสม เพราะเหตุไรอยู่พอสมควร...รายชื่อคัดมาจากข่าวเว็บผู้จัดการออนไลน์ ดังนี้....

พล.อ.บุญสร้าง ปัจจุบันวัย 72 ปี เป็น เพื่อนรัก ตท.6 กับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก “เวสต์ปอยท์” สหรัฐอเมริกา และเป็นอาจารย์สอน พล.อ.ประยุทธ์ สมัยเรียนโรงเรียนนายร้อยจปร. และเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการเตรียมการสร้างสามัคคีปรองดองของกระทรวงกลาโหม รวมทั้งเป็นประธานมูลนิธิคลังสมอง วปอ. เพื่อสังคม

ส่วนรายชื่อ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ประกอบด้วย ข้าราชการตามตำแหน่ง 5 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงยุติธรรม, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และอัยการสูงสุด

กรรมการฝ่ายตำรวจ 15 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ อดีตรอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร., พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (รัฐบาลประยุทธ์ ), พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม, พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร)

พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, พล.ต.อ.บุญชัย ชื่นสุชน อดีตผู้ช่วยผบ.ตร., พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร,พล.ต.อ.สุพร พันธุ์เสือ อดีตรองผบ.ตร., พล.ต.อ.สมศักดิ์ แขวงโสภา อดีตผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผบ.ตร., พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ และพล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วยผบ.ตร.

กรรมการฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน ประกอบด้วย นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายมานิจ สุขสมจิตร ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, นางเบญจพรรณ สร่างนิทร อดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), นายศุภชัย ยาวะประภาษ นายกสมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

นายศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, นายธานิศ เกศวพิทักษ์ อดีตรองประธานศาลฎีกา, นายเข็มชัย ชุติวงศ์ รองอัยการสูงสุด, นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.), พล.อ.อ.อิทธิพร ศุภวงศ์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ, นายอมร วาณิชวิวัฒน์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และนายวรรณชัย บุญบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

รายละเอียดตามนั้นทั้งหมด คราวนี้ขอเจาะกันเป็นรายบุคคล และขอเน้นเฉพาะตำรวจที่มีรายชื่อทั้งหมดเริ่มด้วยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ อดีตรองผบ.ตร.และปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคู่ประเดิม

“บิ๊กแป๊ะ”คือคนที่ทำให้ “บิ๊กเอก”เจ็บปวดมากที่สุดคนหนึ่งแต่น่าจะเป็นแผลตกสะเก็ดกันไปแล้ว...ไม่เพียงพล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่คว้าพุงปลาไปกินแต่ก่อนหน้าพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.ก็แซงทางโค้งขับปาดหน้า พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ไปทั้งคู่....ผลงานทะลายขบวนการปราบปรามการค้ามนุษย์ซึ่งมี พล.ท.มนัส คงแป้น ตกเป็นผู้ต้องหาถูกจองจำอยู่นั้นไม่ทราบว่าเป็น “ผลงาน”หรือความผิดพลาดประการใด เพราะนอกจากจะปิ๋วจากตำแหน่งแล้วยังทำให้พล.ต.ต.ปวีณ พงษ์สิรินทร์ อดีตรองผบช.ภ 8 ลูกน้องคนสนิทของ “บิ๊กเอก”ต้องลาอกจากราชการและขอลี้ภัยไปอยู่ประเทศออสเตรเลีย
             
    พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ จะมีแนวคิดการปฏิรูปตำรวจอย่างไร เอาเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นธรรม หรืออะไรที่เห็นว่าไม่ชอบมาพากลในชีวิตรับราชการที่ผ่านๆมาก็ขอให้ฉวยโอกาสนี้ อย่าให้พลาดอย่างเด็ดขาด เว้นแต่ว่าท่านยังมีไฟอยู่หรือไม่ อยากใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบๆหรือไม่ หรืออยากสู้กันสักตั้งเพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมไทยอันนี้ท่านต้องเป็นคนตอบเองแต่ขอตั้งข้อสังเกตเอาไว้

ต่อไปคือพล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ อดีตรอง ผบ.ตร.ซึ่งก่อนหน้านี้ท่านเคยเป็นคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือก.ตร. เป็นเจ้าของผลงานที่สร้างความปั่นป่วน สับสนให้กับระบบแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนั่นคือการยกความสำคัญความรู้-ความสามารถ-ความเหมาะสมมาเป็นอันดับแรก ส่วนอาวุโสให้เป็นคุณสมบัติหลัง ซึ่งต่อมาได้กำหนดไว้ที่ 31 %
               
  ถามว่าท่านจะมาแก้ไขความผิดพลาดในอดีตหรือจะมีวิธีใดให้การแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการตำรวจปราศจากการซื้อขายตำแหน่ง และให้โอกาสผู้มีอาวุโสได้เติบโต มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพราชการอย่างพอเหมาะพอควร....ท่านทำได้หรือไม่ และท่านมีความเหมาะสมกับการร่วมปฏิรูปตำรวจหรือเปล่าอันนี้ท่านผู้อ่านลองคิดดู รวมทั้งข้าราชการตำรวจที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด

สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจของพล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ อีกด้านหนึ่งนั้นมีฐานะความเป็นอยู่ในระดับมีจะกินคนหนึ่ง ถ้ามีโอกาสตรวจสอบผู้ถือหุ้นในสหกรณ์ตำรวจอาจจะตะลึงในความล่ำซำของท่าน

พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกสร อดีต ผบช.ปปส.เป็นนายตำรวจนักบู๊ ไปที่ไหนคุยที่นั่น...ผลงานตอนอยู่ จ.กาญจนบุรี วิสามัญฯไปกว่า 30 ศพ เป็นมือปราบที่พกปืนที่ละ 2-3 กระบอก ถนัดแต่เรื่องบู๊ล้างผลาญแต่ก็หวังว่าท่าจะมีแนวคิดที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชนเพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลือกมากับมือแล้วนี่
                
     อีกท่านคือ พล.ต.อ.สุพร พันธ์เสือ อดีตรอง ผบ.ตร. อดีต สว.ทะเบียนพล ผบก.ส่งกำลังบำรุง ซึ่งพอดิบพอดีกับช่วงที่เกิดโครงการ จยย.ไทเกอร์....ฐานะความเป็นอยู่ไม่ดีเท่าไหร่ เฉพาะบ้านที่พุทธมณฑลสาย 2 น่าจะไม่ต่ำกว่า 30 ล้าน !!??

ต่อจากตำรวจนอกราชการก็คือตำรวจในราชการ คือ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น (คู่กัดครูจอมทรัพย์) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา และ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม นายตำรวจเหล่านี้โดยมารยาทแล้วไม่ควรตั้งเป็นกรรมการ และไม่ควรรับเป็นกรรมการ...เหตุผลง่ายๆ คือมีผลประโยชน์ทับซ้อน มีส่วนได้ส่วนเสียกับการปฏิรูปดังนั้นในทางปฏิบัติโดยเฉพาะในยุคที่ชอบพูดกันว่าต้องมีธรรมาภิบาล ต้องสุจริตและคำนึงถึงความถูกต้องแต่สิ่งที่ปรากฏคืออะไร...ใครจะเป็นคนตอบ

นายตำรวจหลายคนในชีวิตที่ผ่านมามีทั้งด้านเทา ด้านมืด ด้านสว่าง บางคนเป็นเจ้าตำรับ “เปิดหลุม” ให้ลาออกและซื้อขายตำแหน่ง...บางคนย้ายไปที่ไหนมีนายบ่อนเดินตามตูดยุ่บยั่บแต่ท่านผู้นำประเทศกลับมองไม่เห็น
                
  จึงเป็นที่มาของคำถามของประชาชนที่ว่าทำไมนายตำรวจดีๆ สังคมให้ความเชื่อถือเช่นพล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ พล.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร ใครคนใดคนหนึ่งถึงไม่มีโอกาสเข้ามาร่วมการปฏิรูปตำรวจ ส่วนภาคประชาชนมีมากมายที่เป็นข่าวมองเห็นกันอยู่ทั้งบ้านทั้งเมืองแต่ผู้มีอำนาจกลับทำเป็นมองไม่เห็น

อนาคตการปฏิรูปตำรวจไทยจึงมืดมน ไม่อาจคาดหวังได้เลยว่าจะเกิดสิ่งดีๆหรือประชาชนคนไทยจะหลุดพ้นจากการใช้อำนาจตำรวจเลวๆบางคนข่มขู่รีดไถ

การแสดงออกของนายกฯลุงตู่ ค่อยๆเห็นความชัดเจนเรื่อยๆแล้วแต่ถึงกระนั้นผมก็ยังว่ายังไม่สาย (แม้จะใกล้เพลเต็มที) ความหวังต่อไปขอเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.สั่งให้คณะกรรมการทุกคนเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ทั้งตัวเอง ภรรยาและบุตรตลอดชีวิตการรับราชการตำรวจมามีบ้านกี่หลัง รถกี่คัน นาฬิการาคาแพง พระเครื่อง เงินฝาก หุ้นตลาดหลักทรัพย์ หุ้นสหกรณ์ตำรวจ มีเท่าไหร่ให้เปิดเผยต่อสาธารณะ และหากสามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้ก็จักขอบพระคุณอย่างสูง
                
   ขอฝากไว้ว่าใครก็ตามที่จะเข้ามาปฏิรูปตำรวจ จะต้องสุทธิ์ผุดผ่องไร้วาระซ่อนเร้น ทุกคนต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง...นายกฯลุงตู่ครับ...ท่านจะจิ้มเอาใครก็ไม่อยากขัดใจกันแล้ว แต่ขอตรวนสอบประวัติกันซักหน่อยได้ไหม..เอากันง่ายๆแบบนี้ถ้าใครมีปัญหา ทำไม่ได้ก็เปลี่ยนตัวเลือกคนใหม่...สำคัญปฏิรูปตำรวจทั้งระบบแต่กลับลืมพวกดาบ-จ่า....เอาเขาไปทิ้งไว้ไหน...เขาคือตำรวจที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนและมีมากเกือบ 2 แสน

เสียเวลาอีกสักนิด...แต่งตั้งมาให้เหมาะแล้วเดินหน้าอย่างสุดตัว...อย่าทำแบบนี้เพราะมันไม่เป็นผลดีกับท่านครับ...นายกฯลุงตู่


กำลังโหลดความคิดเห็น...