เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั่วโลกได้เห็นถึงฤทธิ์เดชกระบวนการยุติธรรมของฮ่องกง ที่สามารถลากคอผู้ทรงอำนาจสูงสุดของฮ่องกงเข้าคุกได้ นั่นคือท่าน Sir Donald Tsang อดีตผู้บริหารสูงสุดของเกาะฮ่องกง ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก 20 เดือน ในความผิดฐานประพฤติมิชอบต่อราชการ โดยรับสินบนแลกกับการเซ็นอนุมัติใบอนุญาตเปิดบริษัทสื่อวิทยุ Digital เมื่อปี 2010 โน่น
Sir Donald Tsang ได้รับเครื่องราชย์ชั้นอัศวินจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ (มกุฎราชกุมารอังกฤษ) ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่อังกฤษส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนแก่จีนเมื่อ 30 มิถุนายน 1997 และเคยรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง (เป็นคนจีนคนแรกในตำแหน่งนี้ ใน 150 ปี ใต้อาณานิคมอังกฤษ) ภายใต้ผู้ว่าการเกาะฮ่องกงที่ส่งมาจากอังกฤษ คือ (Lord) Chris Pattern และเข้ารับตำแหน่งปลัดสูงสุด (Chief Secretary for Administration)ควบคุมข้าราชการทั้งหมด หลัง Anson Chan ลาออก (2001)
เขาเป็นผู้บริหารสูงสุด (Chief Executive) ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (SAR-Special Administrative Region) ภายใต้ One country-Two Systems ถึง 2 สมัย สมัยแรกเป็นเวลา 2 ปี หลัง Tung Chee Hwa ลาออกด้วยปัญหาสุขภาพ ช่วงนั้น Donald Tsang เข้ามารักษาการโดยได้ลาออกจากตำแหน่ง Chief Secretary for Administration (ตำแหน่งปลัดสำนักนายกฯ) เพื่อมาเป็น Chief Executive ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมือง และต่อมาได้ลงสมัครและได้รับเลือก (จากสภาที่จีนตั้งขึ้น 800 คน) เข้าดำรงตำแหน่ง Chief Executive ของฮ่องกงเป็นเวลา 5 ปี (2007-2012)
เขาได้บริหารเกาะฮ่องกงอย่างโปร่งใส และนำความเจริญมากมายมาสู่ฮ่องกง ทั้งการก่อสร้างสาธารณูปโภคสำคัญๆ เช่น รถไฟขนส่งมวลชนสายต่างๆ, รถไฟสายกวางเจา-เซินเจิ้น-ฮ่องกง, ต่อสู้กับมลพิษ “Action Blue Sky”, การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ, รวมทั้งการรวมพลังกับผู้ว่าการธนาคารกลางฮ่องกงต่อสู้กับการโจมตีฮ่องกงดอลลาร์ โดยเหล่า Hedge Funds (ช่วงปี 1997-1998) วิกฤตต้มยำกุ้งจนได้ชัยชนะ
ในเดือนท้ายๆ ก่อนหมดวาระตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด มีการซุบซิบในสื่อถึงความไม่ชอบมาพากลในการบริหาร สำหรับท่าน Sir Donald Tsang สุภาพบุรุษที่มีประวัติรับราชการพลเรือนอย่างขาวสะอาด โปร่งใส เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานจากระดับเล็กๆ เติบโตขึ้นมาอย่างมั่นคง จากครอบครัวคุณพ่อเป็นนายตำรวจระดับล่างที่มีลูกถึง 6 คน ชาย 5 หญิง 1 ตัวเขาได้ฟันฝ่าด้วยความอุตสาหะ จนได้รับทุนไปศึกษาระดับปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์ที่ J.F.Kennedy School of Government ที่มหาวิทยาลัย Harvard
ข่าวซุบซิบในทางไม่ดี เช่น มีพวกเจ้าพ่อธุรกิจให้เขาบินเครื่องบินส่วนตัวได้ในหลายวาระในกิจกรรมส่วนตัว หรือได้รับบริการเลี้ยงดูบนเรือ Yacht ของเหล่าเจ้าพ่อธุรกิจหลายครั้ง บางครั้งเริ่มมีการเรียกชื่อเขาว่า “Greedy Tsang” คือเริ่มมีความโลภมาก
ก่อนหมดวาระบริหารเกาะฮ่องกง เขาได้ให้สัมภาษณ์เรื่องชีวิตหลังเกษียณ ว่าจะปลีกไปหาความสงบให้ห่างจากชีวิตวุ่นวายที่ฮ่องกง โดยจะไปใช้ชีวิตที่เซินเจิ้น หนังสือพิมพ์รายวัน Oriental Daily ได้ติดตามและนำมารายงานถึง Penthouse เป็นอาคารหรูหรา 3 ชั้นที่เซินเจิ้น หนังสือพิมพ์รายงานว่าเป็นของที่ Sir Donald ได้รับหลังจากที่เขาลงนามอนุมัติการเปิดสื่อ (วิทยุ Digital) ให้กับเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง Bill Wong Cho-Bau โดยชื่อสื่อขณะนั้นคือ Wave Media (ขณะนี้ได้ปิดกิจการกระจายเสียงแล้ว) เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Digital Broadcasting Corp- DBC
Penthouse แห่งนี้ ได้มีการตกแต่งภายในใหม่หมด โดย Interior Designer ชื่อดัง ใช้เงินทุ่มเข้าไปตกแต่งเนรมิตตามความต้องการภรรยาของ Sir Donald Tsang และ Donald Tsang ได้ทำเรื่องเสนอต่อทางการฮ่องกงเพื่อให้รางวัลเกียรติยศและอิสริยาภรณ์แก่สถาปนิกชื่อดังผู้นี้
เรื่องไม่ชอบมาพากลรับใต้โต๊ะนี้ ทำให้สภา (LegCo) นิติบัญญัติโดยคณะกรรมาธิการสภา ได้ทำการไต่สวนเป็นที่ครึกโครมในฮ่องกง ; ในวันที่ 1 มิถุนายน 2012 ก่อนหมดวาระในอีก 29 วัน Sir Donald ได้ออกมาเผชิญหน้ากับสื่อ ด้วยการกลั้นน้ำตาสะอื้นไว้ โดยกล่าวขอโทษที่การปฏิบัติหน้าที่ของเขาในตำแหน่ง Chief Executive อาจขาดตกบกพร่อง และทำให้สังคมฮ่องกงได้เสียความน่าไว้วางใจในระบบของฮ่องกงที่น่าเชื่อถือ และทำให้เพื่อนๆ ข้าราชการอาจรู้สึกผิดหวัง
ช่วงนั้น หน่วยงานอิสระต่อต้านการโกงชาติ ICAC (Independent Commission Against Corruption) ที่ทรงพลังได้เข้ามาตรวจสอบ ก่อนที่เขาจะลงจากตำแหน่ง
วันที่หมดวาระ Sir Donald ต้องเป็นจำเลยต่อข้อกล่าวหา ซึ่งต่างกับ Tung Chee Hwa ที่ได้รับแต่งตั้งทันทีเป็น Vice- Chair ของ Chinese People’s Political Consultative Conference จากทางการจีน
5 ตุลาคม 2015 หลังการเดินหน้าสอบอย่างเข้มข้นของ ICAC เขาถูกตั้งข้อหา :1. ปฏิบัติมิชอบต่อทางราชการ ไม่มีที่มาที่ไปของทรัพย์สิน Penthouse หรู ที่แลกกับใบอนุญาตเปิดสื่อ 2. ประพฤติมิชอบ ในการเสนอต่อราชการที่ฮ่องกง เพื่อรับรางวัลเกียรติยศดีเด่นด้านการตกแต่งภายใน โดยไม่แจ้งว่านาย Barrie Ho Chow Lai เป็นสถาปนิกที่ทำงานให้กับ Donald Tsang นั่นเอง
เขาปฏิเสธทุกข้อหา และคดีได้นำขึ้นสู่ศาลเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2017
17 กุมภาพันธ์ ลูกขุน 9 คนลงมติว่าเขาผิดในข้อหาที่ 1 ให้ยกฟ้องในข้อหาที่ 2ท่านผู้พิพากษา Andrew Chan อ่านส่วนหนึ่งของคำพิพากษาว่าไม่เคยมีในช่วงประวัติการทำงานของท่าน ที่จะได้พิจารณาคดีบุคคลที่ต้องตกลงมาจากจุดที่สูงมากของประเทศเช่นในครั้งนี้
โทษของเขาคือจำคุก 30 เดือน แต่ได้มีการผ่อนผันลดโทษ 10 เดือน เหลือจำคุก 20 เดือน (หลังจากมีบุคคลจำนวนมากได้มาเขียนถึงผู้พิพากษาอย่างเปิดเผย เพื่อให้ระลึกถึงความดีต่อชาติที่ได้ทำในอดีต) ซึ่งผู้พิพากษาก็ได้ย้ำว่าบุคคลที่มีอิทธิพลอำนาจ หรือมีบทบาทสำคัญนั้น จะหนีโทษไม่ได้ เพราะต้องเคารพกฎหมายยิ่งกว่าคนธรรมดาด้วยซ้ำ
เขาหลับตาขณะยืนฟังคำพิพากษา และถูกนำเข้าคุกทันที
หมดสิ้นสำหรับประวัติอันดีงามในการรับใช้ชาติมามากมาย เพียงไม่กี่เดือนก่อนหมดวาระ ก็อดใจไม่ไหว เป็นการรับกรรมในยามอายุ 70 กว่าปีแล้ว กับชื่อเสียงป่นปี้ที่ไม่มีโอกาสแก้ไขกลับคืนมาได้อีก
แต่เหตุการณ์นี้กลับพิสูจน์ถึงระบบตุลาการที่เที่ยงตรง, เสมอหน้า และทำให้Rating ของ Hongkong ในการจัดอันดับของ Transparency International ยังคงลำดับที่ดีสืบต่อไป เพราะฮ่องกงจะอยู่ใน TOP 10 ของ TI เสมอ และเป็น TOP 3 ของเอเชียด้วยซ้ำ
นี่ถ้าประเทศไทยมีหน่วยงานที่เข้มแข็งอย่าง ICAC ที่ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม เราคงไม่มีข้อโต้แย้งว่า “บกพร่องโดยสุจริต” หรือมีอดีตปลัดกระทรวงที่ยังลอยนวล หลังถูกจับคาหนังคาเขาว่ามีการรับเงินใต้โต๊ะกองอยู่เต็มตู้เสื้อผ้า และกำลังรอเวลาให้ “หมดอายุความ” เหมือนดังอดีตหลายๆ คดีที่รัฐทำหน้าที่แทนประชาชน แต่กลับปล่อยให้คนชั่วลอยนวลไปอยู่ดูไบ หรือคดีหมดอายุความกลายเป็นเรื่องปกติเช่นทุกวันนี้.


