ม้าโยก คือ ม้าเด็กเล่นที่โยกหน้า-หลังไปมา แต่มันไม่ได้เดินหรือวิ่งไปข้างหน้าเลย มันย่ำอยู่กับที่
ม้าโยกที่ทำเนียบขาวมีแต่สร้างข่าวสั่นสะเทือนได้แต่ละวัน แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนสหรัฐฯ ไปข้างหน้าอย่างที่หาเสียงเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงานหลายล้านคน, การยกระดับรายได้ของคนจน การปิดกั้นไม่ให้ผู้ก่อการร้ายเข้าประเทศ ฯลฯ อีกมากมาย
ตลอดเวลา 1 ปีครึ่งที่ทรัมป์หาเสียง เขาได้โจมตีว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ย่ำแย่ที่สุด เมืองอุตสาหกรรม ถิ่นสนิมก็ปิดร้างมีแต่ผีหลอก ผู้คนมีรายได้ไม่พอรายจ่าย
แม้ตอนที่ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์วันสาบานตนรับตำแหน่ง เขาก็ย้ำว่าเขามารับไม้บริหารสหรัฐฯ ขณะที่ประเทศชาติตกต่ำที่สุดในทุกด้าน เป็น American Carnage ที่ผู้คนล้มตาย, สิ้นหวัง, สิ้นเนื้อประดาตัว
และเมื่อครบ 1 เดือนในทำเนียบขาว เขาก็ฟ้องประชาชนว่าหน่วยงานต่างๆ ที่เขารับมา ซึ่งรวมทั้งที่ทำเนียบขาวนั้น มีลักษณะ Messy มาก คือเละเทะ ต้องมากอบกู้จัดทำระบบหมดทุกอย่าง
เขาโทษสื่อส่วนใหญ่ (แบบดั้งเดิม) ว่าบิดเบือน, สร้างแต่ข่าวโกหกมดเท็จและเฝ้าแต่โจมตีเขา ทรัมป์ประณามสื่อว่าเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของประชาชน (พูดเหมือนเหล่าเผด็จการทั้งหลาย เปี๊ยบเลย) และเขาเลือกพูดสื่อสารตรงกับผู้สนับสนุนเขาผ่านทางทวิตเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ หรือดูทีวีช่องที่วิพากษ์เขา
เขาโทษการรั่วข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ไปบอกสื่อ (ดั้งเดิม) เช่น วอชิงตันโพสต์, NYT, บลูมเบิร์ก, ซีเอ็นเอ็น ว่าเป็นข่าวเท็จทั้งหมด เพื่อสกัดการทำงานของเขา เช่นข่าวเท็จเรื่องเขาติดต่อกับรัสเซีย และทำให้คนดีๆ อย่างนายพลไมเคิล ฟลินน์ ทำงานไม่ได้ ต้องลาออก ซึ่งทำให้เขาดำเนินงานต่อไปช้าลง
เขาโทษผู้พิพากษา โดยดูถูกดูหมิ่นว่าอย่างนี้หรือเรียกว่าผู้พิพากษา (so-called “judge”) เพราะคำตัดสินของผู้พิพากษาทั้งชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ ได้แขวนคำสั่งฝ่ายบริหารของเขาที่ห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเข้าสหรัฐฯ
การตีฆ้องร้องป่าวเสียงดังลั่น ก็คือการโยกม้าแรงๆ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งทบทวนกฎหมาย Affordable Care Act (หรือ Obamacare) ตั้งแต่วันแรกเข้าทำเนียบขาวนั้น จะต้องใช้เวลาเพื่อเลิก หรือแก้ไขกฎหมายนี้ในสภา ซึ่ง ณ วันนี้ ทางพรรครีพับลิกันก็ยังไม่มีร่างกฎหมายที่จะมาแทนที่เลย
การป้องกันผู้ก่อการร้ายเข้าประเทศ ผ่านทางคำสั่งประธานาธิบดีก็ถูกปราบเซียนแล้วโดยผู้พิพากษา
การสร้างกำแพงกั้นระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโกก็ยังไม่ได้เริ่มขึ้น เพราะต้องรอการอนุมัติโดยสภา ซึ่งจะต้องใช้งบก้อนโตมหาศาล เป็นแสนล้านดอลลาร์
การลดภาษีรายได้อย่างฮวบฮาบ ก็ต้องรอผ่านสภาเช่นกัน และตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Mnuchin ก็เพิ่งผ่านการรับรองจากสภามาหมาดๆ ยังไม่ได้เริ่มงานใดๆ ทั้งสิ้น
รวมทั้งการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก หรือจากจีน เพื่อตอบโต้การค้าที่ไม่เป็นธรรม ก็ต้องผ่านสภาเช่นกัน มีแต่ราคาคุย เพราะตอนหาเสียงขึงขังมาก พอจริงๆ ก็เห็นหวานเจี๊ยบกับผู้นำจีน ส่วนข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ NAFTA, สหรัฐฯ จะไปละเมิดข้อตกลงนี้โดยขึ้นภาษีสินค้าจากเม็กซิโกได้อย่างไร คงต้องรอผ่านสภาเช่นกัน
การทุ่มงบสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างใหม่และซ่อมแซมสาธารณูปโภคเก่าแก่ ก็ต้องผ่านสภาด้วยเช่นกัน
รวมทั้งการยกเลิกหรือทบทวนกฎหมาย Dodd+Frank ที่เป็นกฎหมายพันธนาการให้ Wall Street อยู่กับร่องกับรอย โปร่งใส และพิทักษ์ประโยชน์ของผู้บริโภค, ประชาชน ก็ต้องคอยผ่านจากสภาเช่นกัน
การโยกม้าโยกแรงๆ ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ที่ Wall Street ทำลายสถิติไปอยู่เกิน 20,000 จุดไปแล้ว, วิ่งฉลุยอย่างไม่หยุด ; แม้การปฏิรูปใดๆ หรือการทุ่มงบก้อนโตยังไม่เกิดขึ้นจริง ขณะที่ Main Street ให้คะแนนความนิยมแก่ทรัมป์ (จากสื่อแบบดั้งเดิม) แค่ 36-39% เท่านั้น
1 เดือนผ่านไป โดยเขายังไม่มีขุนพลมาช่วยทำงาน ทรัมป์ โทษเดโมแครตที่คอยสกัดไม่ให้รัฐมนตรีของเขาผ่านการรับรองจากสภา ทั้งๆ ที่ ส.ว.เดโมแครตมีจำนวนน้อยกว่ารีพับลิกันก็ตาม
แม้เหล่าขุนพลที่ไม่ต้องผ่านการรับรองจากวุฒิสภา เช่นที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นายพลไมเคิล ฟลินน์ ก็ถูกกดดันให้ต้องจำใจลาออก แม้จะทำงานได้เพียง 3 อาทิตย์เท่านั้น และขณะนี้ ทรัมป์ก็มีปัญหาในการหาคนมาแทน เพราะอดีตนายทหารฝีมือดีที่เขาไปทาบทาม ก็เกิดขยาดกับความโอหังที่เขายกตนข่มท่าน และไปเปิดศึกกับสื่อ หลายคนปฏิเสธคำทาบทามไปแล้ว
ทรัมป์ยังขาดมือทำงานระดับรองขุนพล (Council of Deputies) ที่ไม่ต้องผ่านการรับรองจากวุฒิสภา ก็ยังไม่มีการแต่งตั้ง (มีปัญหาการทาบทามบุคคลมาทำงานร่วม)
เรื่องที่ปรึกษาความมั่นคงที่ทำเนียบขาว อดีตนายพลบางคนบอกกับสื่อว่า “ไม่อยากไปทำงานที่ทำเนียบขาว เพราะมีนาย Steve Bannon ตั้งกลุ่มมาดูงานด้านความมั่นคงด้วย”
ม้าโยกทำให้งานเพื่อประเทศชาติที่รออยู่ไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ว่าจะโยกม้ารุนแรงแค่ไหน ม้าก็วิ่งไปไม่ได้อยู่ดี.