xs
xsm
sm
md
lg

ติดโบแทนแต่งดำได้ ปชช.ยืนหยัดกลางสายฝน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ขณะที่ประชาชนหลั่งไหลลงนามถวายความอาลัย ยืนหยัดท่ามกลางสายฝน โฆษกรัฐบาลเผยใส่เสื้อสีพื้น ติดโบ หรือริบบิ้นดำขาว แทนแต่งชุดดำขาวได้

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 59 เป็นวันที่สามของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

เวลา 07.00น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหารสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จำนวน 8รูปสวดพระอภิธรรม ในการนี้ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมด้วย

ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ตลอด100วัน จะมีพระพิธีธรรมจากวัดพระอารามหลวงในกรุงเทพ ผลัดเปลี่ยนมาสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วันละ 9 รอบ ระหว่างเวลา 06.00-21.00น. โดยแต่ละรอบมีพระพิธีธรรมจำนวน 8รูปขึ้นสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
ต่อมาเวลา 09.40 น. สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ และทรงร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้รทรงพระดำเนินไปทรงลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง แล้วเสด็จฯ กลับในเวลา 10.17 น.

จากนั้นในเวลา 11.00 น. พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคลทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
เมื่อเวลา 15.00 น.พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ต่อมาเวลา 19.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

***ประชาชนแห่ลงนามถวายความอาลัย

สำหรับบรรยากาศที่ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง เมื่อเวลา 06.00 น.เหล่าพสกนิกร ปวงชนชาวไทยผู้ภักดีต่อองค์พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกหมู่เหล่า แห่แหนกันเดินทางมาต่อคิวรอ เข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย แก่ พระเจ้าอยู่ในพระบรมโกศ โดยทางสำนักพระราชวัง เปิดศาลาสหทัยสมาคม ให้ประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธี ที่มีความสำคัญต่อจิตใจคนไทยทั้งชาติ

ทั้งนี้ตลอดในช่วงเช้า คลื่นมหาชนผู้จงรัก เริ่มทยอยเข้ามาปักหลัก จับจองพื้นที่บนฟุตบาทบนถนนหน้าพระลาน เพื่อเฝ้ารอรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่เสด็จมาร่วมในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นเวลา ประมาณ 08.10 น.สำนักพระราชวัง เริ่มประกาศให้ประชาชนที่มาร่วมถวายความอาลัย ทั้งหมดตั้งแถวตอนเรียง 6 บริเวณหน้ากรมศิลปากร ฝั่งตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี โดยเป็นแถวยาวเหยียดไปวัดมหาธาตุ อย่างไรก็ตามระหว่างตระเตรียมสถานที่ และจัดระเบียบประชาชน เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เชิญประชาชน 2 ราย ที่เป็นหญิงชราที่นั่งบนรถเข็น และหญิงสวมเผือกที่ขา ได้สิทธิ์เข้ามาลงนามถวายความอาลัยบนศาลสหทัยสมาคมได้เป็นกรณีพิเศษ โดยไม่ต้องเข้าแถว เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก

เวลา 08.22 น.สำนักพระราชวัง เปิดให้พสกนิกรกลุ่มแรก ได้เข้าพระบรมมหาราชวัง ผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี เพื่อร่วมกันลงนามถวายความอาลัย แด่พระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ บนศาลาสหทัยสมาคม พร้อมขอความร่วมมือ ผู้ที่จะเข้าพื้นที่พระบรมมหาราชวัง ให้แต่งกายสุภาพ โดยพิจารณาให้เหมาะสมกับงานพระราชพิธีสำคัญ ที่กำลังดำเนินอยู่ ชุดที่สวมไว้ทุกข์ สุภาพสตรี ไม่ควรสวมเสื้อแบนกุด กางเกงสามส่วน กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น กางเกง หรือกระโปรงยีนส์

ตลอดเวลาของการเปิดให้ร่วมลงนามถวายความอาลัย บรรยากาศทั้งด้านบนและด้านล่างศาลาสหทัยสมาคม เป็นไปด้วยความโศกเศร้า เคล้าด้วยน้ำตา และเสียงสะอื้น ประชาชนเดินทางมาต่อแถวกันเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าว แต่ไม่สามารถต้านทานพลังศรัทธาพสกนิกรในรัชกาลที่ 9 ได้ ทุกคนปักหลักเฝ้ารอด้วยใจภักดิ์อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

นางอัสนีย์ องค์วานิช หญิงชราวัย 83 ปี ชาวอ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ที่เดินทางมาด้วยรถเข็นวีลแชร์ จนได้รับสิทธิ์พิเศษอนุญาตให้ขึ้นไปลงนามถวายความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เป็นคนแรก กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนมารักษาตัวอยู่ที่รพ.จุฬา วันที่อัญเชิญพระบรมศพ ไม่สามารถมาร่วมได้เพราะร่างกายไม่อำนวย วันนี้จึงตั้งใจถวายความอาลัย โดยเดินทางมาตั้งแต่ก่อน 6 โมงเช้า เจ้าหน้าที่วัง เห็นคงสงสาร จึงให้เข้ามาลงนามก่อน เพราะเห็นว่าไม่สะดวกที่จะต่อคิว แต่เมื่อได้ลงนามอาลัยแล้ว ก็ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ที่มุ่งหวัง แต่ถ้ามีเปิดให้ถวายสักการะพระบรมศพ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก็จะเดินทางมาอีก ครั้งหนึ่งชีวิต ได้เคยมีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จ พระองค์ท่าน ที่จ.สุโขทัย รู้สึกปลาบปลื้มที่สุด เมื่อพระองค์สวรรคต ส่วนตัวจึงถือความสูญเสียครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต หากตัวเองแทนได้อยากขอตายแทน หลังจากจากนี้อยากขอให้คนไทยได้ร่วมกันรักสามัคคีเพื่อพ่อหลวงผู้จากไปของเรา

ขณะที่นางจินตนา ประทุมศิริ วัย 58 ปี ผู้ป่วยสวมเผือกที่เท้า ซึ่งเดินทางมาจากย่านลำลูกกา บอกว่า ตนเป็นหนึ่งในพสกนิกรที่เคยเฝ้ารับเสด็จ ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่วัดเชิงหวาย กทม. รู้สึกดีใจที่สุดในชีวิตในขณะนั้น ตลอดเวลาทีทรงครองราชย์พระองค์ห่วงใยและดูแลพสกนิกรโดยไม่เหน็ดเหนื่อย ดังนั้นความรู้สึกวันแรกที่ทราบข่าวร้ายจึงอัดอั้นตันใจไปหมดพูดไม่ถูก วันนี้จึงเดินทางมาถึงหน้าพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ 6 โมงเช้า และดีใจมากที่ได้เข้ามาถวายความอาลัย อยากขอให้คนไทยรักกันมากๆเพื่อพ่อหลวง ส่วนตัวจะตามรอยด้วยการประหยัดพอเพียงตามที่ท่านสอน

นายชนาธิป ทองคำ หรือแชมป์ นักแสดงละครช่อง 3 จากเรื่องสายเลือดมังกร ที่เดินทางมาร่วมถวายความอาลัย กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆพี่ๆในกลุ่ม ได้รวมเงินทุนกันไปหาซื้อหาน้ำดื่ม และขนม ใส่รถมาช่วยกันแจกจ่ายประชาชนที่มาถวายความอาลัย และสักการะพระบรมศพ ถือว่าเป็นการช่วยกันทำความดีเพื่อพ่อในช่วงเวลาที่ทุกคนยังโศรกเศร้า ยอมรับว่าครั้งแรกที่ทราบข่าวร้ายรู้สึกใจหาย เหมือนเราเดินผ่านที่เดิม แต่ชีวิตไม่สดชื่นเหมือนเดิม จากนี้จะน้อมนำคำสอนพ่อมาปฏิบัติ ด้วยการเริ่มจากการทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด และทำดีต่อคนรอบข้าง แต่อยากให้คนไทยรักสามัคคีกันในช่วงเวลานี้ เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นเวลาแห่งความเศร้าไปด้วยกันได้

ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต เผยว่า เมื่อวานเดินทางมาสักการะพระบรมศพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามถวายความอาลัยแล้วแต่เข้ามาไม่ทันเนื่องจากประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก วันนี้จึงตั้งใจออกเดินทางมาตั้งแต่ตั้งแต่ 06.30 น. ยืนต่อคิวกว่า 2 ชม. จึงได้สักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัยอย่างที่ตั้งใจไว้ โดยตั้งจิตอธิษฐานขอให้จิตวิญญาณและพระบารมีของพระองค์ท่านอยู่กับคนไทยไปนาน ๆ การเสด็จสวรรคตของในหลวงเป็นเรื่องของจิตใจ แม้ตัวเองจะทำใจได้บ้างแต่ก็เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนไทยทั้งประเทศ ตลอดทั้งชีวิตตัวเองไม่เคยได้เข้าเฝ้าใกล้ ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมัยที่ท่านยังมีพระชนมชีพอยู่ ครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่พอจะสามารถถวายความเคารพต่อพระองค์ได้ อย่างไรก็ตามคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศนั้นสามารถนำมาใช้ได้หลากหลายข้อ แต่ที่ตนนำมาใช้บ่อย ๆ คือเรื่องของการพูด ที่พระองค์เคยรับสั่งว่าอะไรที่ไม่เป็นความจริงก็อย่าไปพูด เพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น.

***หลั่งไหลและยืนหยัดกลางสายฝน

ต่อมา เวลา 10.47 น.ระหว่างที่ประชาชนกำลังต่อแถวรอเข้าลงนามถวายสักการะพระบรมศพ บนศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง จู่ๆได้เกิดฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้การเปิดเข้าลงนามถวายความอาลัย บนศาลสหทัยสมาคม มีอันต้องยุติลงชั่วขณะ สำนักพระราชวัง ต้องตัดสินใจตัดแถวประชาชน ด้านนอกวัง ที่ยังยืนรออีกหลายพันคน และมีแถวยาวเหยียดไปถึงวัดมหาธาตุ เพื่อไม่ให้ต้องเดินเข้าไปต่อคิว ด้วยเกรงว่าจะเปียกฝน อย่างไรก็ตามแม้หลายคนจะเปียกปอนจากสายพิรณที่กระหน่ำลงมาไม่หยุด แต่กลับไม่ได้ลดทอนความตั้งใจและความภักดี ของพสกนิกรในพระองค์ โดยต่างหยิบร่มที่เตรียมไว้มากาง ไม่ให้เปียกไปมากกว่าเดิม บ้างนำเสื้อกันฝนมาสวมใส่ และบางคนก็นำผ้าพลาสติกปูพื้น มากางไว้เป็นร่มเงา ประทังความหนาวและสายลม ทำให้ภาพที่เห็นหน้าพระบรมมหาราชวัง กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์แห่งความรักในสถาบัน เมื่อประชาชนผู้ภักดีกับรัชกาลที่ 9 นั่งและยืนตากฝนเปียกปอน เพื่อรอเพียงให้สายฝนหยุดลง จะได้สามารถเข้าไปถวายความอาลัยพ่อหลวง ได้ตามที่ตั้งใจ

จากนั้นเวลา 16.00 น. สำนักพระราชวัง ปิดการถวายสักการะและลงนามเพื่อถวายความอาลัย ในวันที่ 16 ต.ค.2559 ซึ่งเป็นวันที่สอง ของการสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระมหาราชวัง มีจำนวนทั้งสิ้น 18,364คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นจำนวนเงิน 67,122 บาท รวม2 วันเป็นจำนวนเงิน 140,221 บาท

**ติดโบดำ-ริบบิ้นดำ แทนแต่งดำได้

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เทิดทูนและจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และต้องการแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่าน ด้วยการแต่งชุดดำขาว อย่างไรก็ตาม ท่านนายกฯ เข้าใจดีว่า ช่วงเวลานี้เสื้อขาว ดำ เป็นที่ต้องการมาก อาจจะขาดตลาด ทำให้หลายๆ ท่านอาจไม่สามารถสวมเสื้อขาว ดำ ได้ทุกวันตามที่ใจมุ่งมั่นปรารถนา รวมทั้งพี่น้องประชาชนบางส่วนอาจอยู่ในภาวะลำบากขัดสน ที่จะจัดหาเสื้อผ้าชุดใหม่

"ท่านนายกฯ อยากขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจกัน ถึงปัจจัยและข้อจำกัดของแต่ละบุคคล อย่าตีความเกินเลย กลายเป็นความไม่เข้าใจ หรือกลายเป็นเรื่องใหญ่โดยไม่จำเป็น เวลานี้ควรเป็นเวลาแห่งความรัก ความสามัคคี และการดูแลให้สังคมมีความสงบสุข"

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถจัดหาเสื้อผ้าชุดสีดำ หรือสีขาว สำหรับสวมใส่ได้ทุกวัน ท่านสามารถแสดงสัญลักษณ์ของความอาลัยด้วยการติดริบบิ้น หรือ โบสีดำ บนหน้าอกเสื้อ หรือที่แขนเสื้อ บริเวณต้นแขนได้เช่นกัน เพราะสิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือ การคิดดี ทำความดี ดำรงตนตามแนวพระราชปณิธาน และคำสอนของพระองค์ ซึ่งถือเป็นการแสดงความอาลัยและจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวอย่างดีที่สุด

**ขอบคุณประชาชนที่ร่วมทำความดี

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ยังฝากขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน เนื่องจากท่านได้รับรายงานข้อมูลที่น่าซาบซึ้งใจเข้ามาตลอดเวลาว่า ประชาชนทุกหมู่เหล่า ต่างร่วมกันทำความดี เพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ในพระบรมโกศ

"ท่านนายกได้รับทราบว่า หน่วยแพทย์ หน่วยสาธารณสุข กู้ชีพกู้ภัย ทุกพื้นที่ทำงานอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เพื่อดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจของพี่น้องประชาชน ท่านชื่นชมนิสิตนักศึกษาที่รวมตัวกันช่วยกันรักษาความสะอาด ช่วยเก็บขยะพื้นที่ที่มีพี่น้องประชาชนเดินทางมารวมกันอย่างหนาแน่น ถือเป็นจิตสาธารณะที่ดี
ท่านฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานความปลอดภัย ที่ปฏิบัติงานดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มแข็งในทุกพื้นที่ ท่านนายกฯ ยังฝากชื่นชมน้ำใจของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านที่แสดงน้ำใจนำอาหาร น้ำดื่ม สิ่งของจำเป็นมาแจกจ่ายแบ่งปันให้กับประชาชนที่มาร่วมถวายสักการะ โดยเฉพาะให้แก่พี่น้องที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจอย่างที่สุด

ท่านนายกฯ ฝากขอบคุณภาคเอกชน ผู้ประกอบธุรกิจ ห้างร้าน ศิลปินทุกแขนง ที่พยายามรวมตัวกันทำกิจกรรมดีๆ เพื่อประเทศของเรา ท่านยังรับทราบว่า บางร้านอาหารยังทำข่าวกล่องมาแจกจ่าย โดยไม่คิดสตางค์ ในเวลานี้คือเวลาของการแสดงพลังแห่งความดี และความอาลัยร่วมกัน ท่านนายก ฝากขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ที่ได้ร่วมกันเสนอข่าวสารอันเหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน รวมทั้งงดเว้นการเสนอข่าวสารความขัดแย้ง ถือว่าสื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการรักษาบรรยากาศของข่าวสารในประเทศเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า แม้ในยามที่เราทุกคนอยู่ในช่วงแห่งความทุกข์โศกเศร้า ก็ยังมีเรื่องราวดีๆ ที่ช่วยปลอบประโลมหัวใจ ท่านนายกฝากขอบคุณชาวไทยทุกคนที่ทำหน้าที่ของท่านอย่างเต็มกำลังไม่ย่อท้อในช่วงเวลายากลำบากเช่นนี้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการทำดีถวายพ่อ ที่แม้นไม่มีใครเห็น แต่ตัวท่านเองรับรู้ได้ และสุขใจกับผลการกระทำของตนเอง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทำดีเพื่อถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศตลอดไป "

***กทม.ตั้งเต็นท์แถมจอภาพขนาดใหญ่

เมื่อเวลา 11.30 น. วานนี้ (16ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงภายหลังการประชุม ศตส.ว่า ที่ประชุมหารือถึงการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในส่วนพื้นที่กทม.ได้มีการดำเนินการเพิ่มเติมทั้งติดตั้งเต็นท์ที่ท้องสนามหลวง โดยประสานงานกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้อำนวยความสะดวกกรณีฝนตกหนักให้ประชาชนสามารถเข้าไปหลบฝนในพื้นที่มหาวิทยาลัยได้

นอกจากนี้ กทม.ยังได้ติดตั้งจอภาพเพิ่มเติมขนาด 4X6 เมตร จำนวน 6 จอ เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามการถ่ายทอดพระราชพิธีต่างๆ นอกจากนี้ยังเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัยในช่วงค่ำคืน และได้รับความร่วมมือจากกรมแพทย์ทหารบก ที่ส่งแพทย์สนามจำนวน 60 คน เพื่อประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขดูแลประชาชนในเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้อย่างทั่วถึง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีปัญหาด้านการจราจร ที่ต้องปรับแผนอยู่เล็กน้อย จึงขอความร่วมมือประชาชนที่จะเดินทางเข้าในพื้นที่ตรวจสอบเส้นทาง และยานพาหนะที่ให้บริการให้ชัดเจน นอกจากนี้ในต่างจังหวัด ผวจ.ทุกจังหวัด ยังได้เข้ามามีส่วนร่วมอำนายความสะดวกให้ประชาชน ได้ถวายความอาลัยในจังหวัดตนเองสะดวกมากขึ้น
ในส่วนมิติทางด้านความมั่นคง ขณะนี้ยังถือว่าเป็นปกติมีความสงบเรียบร้อย ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ซึ่งอาจจะมีปัญหาเล็กน้อย แต่ผวจ.ก็รับไปแก้ไขโดยมีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับที่ยึดการปฏิบัติเหมือนเดิม

นายสุวพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่ผู้นำจากประเทศได้ทยอยแสดงความเสียใจร่วมกับชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง อยากเรียนกับประชาชนว่า เวลานี้คนไทยควรจะร่วมมือร่วมใจกันช่วยให้ประเทศชาติได้เดินฝ่าฟันอุปสรรคต่อไปข้างหน้า.
กำลังโหลดความคิดเห็น...