xs
xsm
sm
md
lg

ป้องโล้นนอกคอก ลูกโนเบิลอัดผัวตั๊กแหล-ดีแทคผวา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทายาทหมื่นล้านค่ายโนเบิล อสังหาฯ รายใหญ่ อัด “เจ้าสัวบุญชัย” ไม่มีสิทธิ์แก้ต่างให้โล้นนอกคอก แก่แล้วอย่าหัดนิสัยตอแหล ชวนคนไปปฏิบัติธรรมบังหน้า หวังยุยงปลุกปั่นเรียกสาวกธัมมชโยชุมนุมขวางเจ้าหน้าที่ ส่วนค่ายมือถือดีแทคผวาคนย้ายค่ายหนี ออกโรงแจงไม่ฝักใฝ่การเมืองหรือศาสนาใด

จากกรณีที่ นายบุญชัย เบญจรงคกุล เจ้าสัวในกลุ่มธุรกิจสื่อสาร ผู้ก่อตั้งดีแทค และสามี “ตั๊ก บงกช คงมาลัย” นักแสดงชื่อดังได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ข่าวเคลียร์ ข่าวชัด วัดพระธรรมกาย” เครือข่ายสื่อสารของวัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ระบุว่าการที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำหมายค้นไปยังวัดพระธรรมกาย เพื่อขอตรวจและจับกุมหลวงพ่อพระธัมมชโย แต่ไม่สามารถเข้าตรวจค้นได้ จึงเรียนเชิญศิษย์วัดพระธรรมกายมาปฎิบัติธรรมนับล้านมาร่วมกันช่วยให้หลวงพ่อธัมมชโยพ้นมลทิน

วานนี้ (19 มิ.ย.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ซึ่งเป็นของทายาทธุรกิจในเครือโนเบิล บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ และแนวร่วมคนสำคัญของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) โพสต์ข้อความระบุกรณีที่ นายบุญชัย เบญจรงคกุล มหาเศรษฐีนักธุรกิจผู้สนับสนุนวัดพระธรรมกายคนสำคัญ และสามีของดาราสาว “ตั๊ก” บงกช คงมาลัย ออกมาเชิญชวนสานุศิษย์ทั่วประเทศร่วมกันปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย โดยอ้างว่า เพื่อแผ่เมตตา ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และเพื่อให้ทุกภพชาติได้อยู่ในวงบุญของ “พระเดชพระคุณหลวงพ่อ” หรือ ธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่เปรียบประดุจเหมือนแสงสว่างของชาวโลก

“โปรดอย่าลืม จะใหญ่จะรวยมาจากไหน ไม่ใหญ่ไปกว่าโลงฉันใด ก็ไม่ใหญ่ไปกว่ากฎหมายและอาญาแผ่นดินฉันนั้น
อาญาแผ่นดินมิใช่หน้าที่ของประชาชนที่จะโต้แย้ง ไม่ว่าจะรวยจะจน ชอบหรือชัง ก็ย่อมต้องยอมรับตามกฎหมาย นายบุญชัย ไม่มีสิทธิที่จะใช้ความคิดเห็นส่วนตัวแก้ต่างให้ โล้นนอกคอกอย่าง “หลวงพ่อ” ของนายบุญชัย นี่คือ ความผิดระหว่างรัฐและบุคคล บุคคลอื่นๆ ไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว

อาจเป็นคำที่คุณได้ยินไม่บ่อย แต่ผม ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย จะบอกคุณว่า คุณไม่มีสิทธิ์ คุณทำไม่ได้ แก่แล้วอย่าหัดนิสัยตอแหลครับ นี่ไม่ใช่การเชิญชวนไปปฏิบัติธรรม แต่เป็นการชักชวนไปชุมนุม ที่มีนัยทางการเมือง (ผิด พ.ร.บ. ชุมนุมฯ) การกระทำเช่นนี้มีความผิดฐาน “ยุยงปลุกปั่น ปลุกระดม” (อาญา มาตรา 116 วรรค 2, 3) หนำซ้ำยังเป็นการขัดขวางการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่" นายธนัตถ์ ระบุ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการโพสต์คราวนี้ทายาทเศรษฐีหนุ่มวัย 25 ปี ใช้คำพูดที่ค่อนข้างรุนแรง อย่างเช่น โล้นนอกคอก และ แก่แล้วอย่าหัดนิสัยตอแหล ซึ่งเป็นที่น่าจับตาว่าจะมีการตอบโต้จากฝั่งสานุศิษย์วัดพระธรรมกาย และ นายบุญชัย อย่างไรต่อไป

***ค่ายมือถือดีแทคชี้แจงผวาถูกแบน

นอกจากนี้หลังจากคลิปนายบุญชัยถูกเผยแพร่ มีกระแสในโซเชียลมีเดียบางส่วนระบุว่าจะเลิกใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือดีแทค เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 มิ.ย. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ดีแทค ได้ส่งข่าวชี้แจงว่า “ดีแทคชี้แจงกรณีที่ถูกพาดพิงในข่าว โดยระบุว่า ต่อกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวพาดพิงถึงดีแทคเร็วๆ นี้ นั้น ดีแทคขอเรียนให้ทราบว่าดีแทคเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มุ่งให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า โดยไม่มีวัตถุประสงค์ฝักใฝ่การเมือง หรือศาสนาใด โดยดีแทคยึดมั่นในความเป็นกลางและในหลักบรรษัทภิบาลที่จะไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับความเห็นต่างระหว่างบุคคล การแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไม่ว่าของบุคคลใด ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล มิได้เกี่ยวข้องกับดีแทคแต่อย่างใด จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน

สำหรับ นายบุญชัยถือหุ้นในบริษัท ไทย เทลโค โฮลดิ้งส์ จำกัด ที่ถือหุ้นใหญ่ในดีแทคประมาณ 22% ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเจ้าสัวรายนี้ ศรัทธาหลวงพ่อธัมมชโยมานานและถือเป็นอัครสาวกของวัดพระธรรมกาย

“.... เรารู้แล้วว่า บุญที่เราสร้างด้วยความตั้งใจ กับความดีที่เราทำ เราเชื่ออย่างยิ่งว่าเราไปสวรรค์ เราอยากไปสวรรค์ชั้นที่สี่ คือ ชั้นดุสิต สวรรค์ชั้นดุสิต ต่างจากสวรรค์ชั้นอื่น ๆ ทั้งหมดหกชั้นก็ตรงที่จะลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างกุศลเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องรอให้จุติเมื่อหมดบุญ อันนั้นคือสิ่งที่เราเชื่อ และบุญที่เราทำ ก็เชื่อว่ามันจะทำให้เราไปถึงชั้นดาวดึงส์ได้ คือ ชั้นที่สองที่พระอินทร์อยู่ แล้วก็มีการปฏิบัติธรรมที่ชั้นนั้นด้วย

“ดังนั้น ตายพรุ่งนี้เลยก็ดี เราจะได้ไปสวรรค์ชั้นดุสิต สวรรค์มันไม่มีเหงื่อ ไม่ต้องปวดท้องเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องมายกกล้ามเข้าฟิตเนส ไม่มีป่วย ไม่มีแก่ หน้าเด้งตลอด แล้วก็อยู่อย่างนั้นประมาณ 36 ล้านปี ทุกคนหล่อหมด สวยหมด แต่หน้าตาเหมือนกันหมดเลยนะ .... นั่นคือ กฎของสวรรค์ คนทำดีมันก็หน้าตาดีเหมือนกันหมด ต่างกันแค่รัศมีหรือออร่า” นายบุญชัยเคยกล่าวเอาไว้

ขณะที่ “ตั๊ก” บงกช นั้น ก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายครั้งว่าตนเองกำลังศึกษาด้านพุทธศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธรรมกาย ส่วนโดยขณะที่สามีอยู่ที่วัดพระธรรมกาย ตนก็จะอยู่ที่วัดปากน้ำซึ่งเป็นสายเดียวกัน

***นายกฯ วอนศิษย์ธรรมกายยึดหลักพระพุทธเจ้า


พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย รวมตัวไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวพระธัมมชโย เจ้าอาวาสว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ทุกฝ่ายยึดหลักคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือ การรับฟังเหตุและผลซึ่งกันและกัน ไม่วู่วาม ต้องรู้จักใคร่ครวญอย่างมีสติว่าสิ่งใดถูกหรือผิด เพื่อร่วมกันหาทางออกของปัญหาให้ดีที่สุด
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีเข้าใจดีถึงความเลื่อมใสศรัทธาของคณะศิษย์ที่มีต่อพระธัมมชโย แต่อยากให้เปิดใจกว้างอย่างพินิจพิเคราะห์ในเรื่องของกฎหมายบ้านเมืองด้วย ทุกสังคมในโลกล้วนมีกฎกติกา และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขเรียบร้อยภายใต้การปฏิบัติตามกฎหมาย อย่างเท่าเทียมกัน

ส่วนกรณีมีบุคคลที่มีชื่อเสียงประกาศเชิญชวนให้ศิษยานุศิษย์ออกมาร่วมปฏิบัติธรรมแผ่เมตตาที่วัดพระธรรมกายให้มากที่สุด เพื่อเรียกคืนความยุติธรรมให้พระธัมมชโยพ้นมลทิน อาจถูกสังคมมองได้ว่า เป็นการปลุกระดมมวลชนที่มีนัยแอบแฝง เมื่อมีคนออกมาจำนวนมาก อาจเกิดการกระทบกระทั่งกับประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดขึ้น จึงขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการดังกล่าว

***DSIส่งข้อมูลให้ สภ.คลองหลวงเอาผิดลูกศิษย์

แหล่งข่าวระดับสูงจากดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าหลัง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่สามารถเข้าจับกุม พระธัมมชโย ได้ เนื่องจากศิษยานุศิษย์ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ว่า ดีเอสไอ เตรียมใช้มาตรา 189 ดำเนินคดีกับลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ขัดขวางไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ภายในวัด และได้มีการบันทึกภาพของผู้ขัดขวางชัดเจน แม้จะมีการปิดบังใบหน้า รวมทั้ง มีบางคนที่ทราบชื่อแล้ว ดังนั้นจะส่งรายระเอียดให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีต่อไป เนื่องจากเห็นได้ชัดเจนว่า ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ไม่ได้ตั้งใจมาปฏิบัติธรรมจริงๆ แต่จงใจมาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งร้อยวันพันปีไม่เคยมานั่งสมาธิ แต่พอ ดีเอสไอ นำหมายค้นเข้าไป กลับไม่ให้ความร่วมมือ โดยทาง ดีเอสไอ จะค่อยดำเนินการไปทีละคน

"ดีเอสไอ ยังดำเนินการสืบสวนและประเมินสถานการณ์โดยตลอดเพื่อรอความพร้อมในการเข้าจับกุมตัวอีกครั้งแต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอ จะไปขอหมายค้นวัดพระธรรมกาย จากศาลอีกวันใด ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้ไปชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดคดีให้ทางอัยการพิเศษเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้วขณะนี้รอฟังอัยการว่ามีความเห็นสั่งคดีอย่างไร นอกจากนี้ ดีเอสไอ ได้ส่งเรื่องให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการตามความผิดทางแพ่งแล้ว ซึ่งเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการดำเนินการในคดีตามความผิดมูลฐาน" แหล่งข่าวระดับสูงจาก ดีเอสไอ กล่าว.
กำลังโหลดความคิดเห็น...