xs
xsm
sm
md
lg

คารวะ “หม่อมอุ๋ย” ยอดคุณพ่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ริมฝั่งเจ้าพระยา
โดย...สุนันท์ ศรีจันทรา

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล แม้สวมบทอะไรมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นนายธนาคาร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรองนายกรัฐมนตรี แต่ไม่เคยสร้างผลงานที่ควรค่าแก่การยกย่องได้มากเท่ากับ การสวมบทบาทครั้งล่าสุดบทบาทความเป็นพ่อที่มีความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมของลูกชาย

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ม.ร.ว.ปรีดิยาธรหรือหม่อมอุ๋ยได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อพฤติกรรมของลูกชาย ม.ล.ณัฎฐกรณ์ เทวกุล หรือ “ปลื้ม” ผู้ดำเนินรายการทีวีดิจิตอลช่องวอยซ์ทีวี ซึ่งอาละวาดประณามใครไปทั่ว เพราะไม่พอใจที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ถูกศาลตัดสินจำคุก 13 ปี 4เ ดือน และถูกสังคมกดดันให้หยุดดำเนินรายการทางช่อง 3

นายปลื้มกล่าวหาว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)คลั่งที่จะเชือดไก่ให้ลิงดู อยากให้คนดังคนเด่นที่เป็นสื่อร่ำรวยถูกสังเวยต่อหน้าสาธารณชน และอ้างว่าสังคมไม่เรียนรู้ที่จะเชิดชูคนที่ประสบความสำเร็จ ทำให้ประเทศไม่พัฒนา

นอกจากนั้นยังโจมตีอ.ส.ม.ท.ว่า ผูกขาดคลื่นความถี่ และนำรายการมาขาย ขณะที่สัญญาการจัดรายการที่ทำกับนายสรยุทธไม่เป็นธรรม และค่าโฆษณากว่า100ล้านบาทที่บริษัท ไร่ส้มโกงไปนั้น ควรเป็นของบริษัท ไร่ส้ม

ไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมคนทั่วบ้านทั้งเมือง จึงรับไม่ได้กับความคิดและท่าทีของนายปลื้ม และพากันรุมประณาม เพราะแม้แต่หม่อมอุ๋ยยังทนไม่ไหว

คนที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ และสติยังดีอยู่ ไม่ได้บ้า ไม่น่าเชื่อว่า จะมีความคิดบ้องตื้นได้ถึงเพียงนี้

นายสรยุทธเป็นญาติฝ่ายไหนของนายปลื้มมิอาจทราบได้ แต่การที่นายปลื้มแสดงตัวปกป้อง และเที่ยวด่ากราดใครไปทั่ว ไม่เพียงทำให้นายปลื้มถูกมองว่า “บ้า” ไปแล้วเท่านั้น แต่ยังถูกดูหมิ่นว่า เป็นคนมีความคิดที่บ้องตื้นบรรลัยด้วยซ้ำ

ป่านนี้นายปลื้มจะรู้สึกตัวบ้างหรือยังว่า พฤติกรรมที่แสดงออกในกรณี “สรยุทธ” นั้น เป็นความก้าวร้าว เป็นการแสดงความคิดที่โง่เขลา ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี โตจนอายุ 40 แล้ว ยังแยะผิดแยกถูกไม่ได้ และหลงตัวเองเป็นศาสดาผู้วิเศษหรืออย่างไร จึงด่ากราดทั้งสังคม และรู้ตัวหรือยังว่า การทำเป็นปากสามหาว อาจต้องขึ้นโรงขึ้นศาล และมีสิทธิ์ติดคุกเหมือน “สรยุทธ” ได้ ในข้อหาหมิ่นประมาทป.ป.ช.และละเมิดศาล

พฤติกรรมของนายปลื้มอยู่ในข่ายที่จะถูกรุมสาปแช่งได้ แต่อย่าประณามว่า เป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่ยอมสั่งสอน เพราะการที่หม่อมอุ๋ยออกมากล่าวตำหนิลูกชาย เป็นการยืนยันว่า พ่อพยายามสั่งสอนแล้ว แต่นายปลื้มไม่รักดีเอง

การที่นายปลื้มทำตัวเหมือนคนบ้า ไล่กัดใครต่อใคร แสดงความคิดโง่ๆ อย่างน่าอับอายขายขี้หน้าวงศ์ตระกูลนั้น หม่อมอุ๋ยจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่ต้องออกมากำราบลูกชายก็ได้

แต่เพราะหม่อมอุ๋ยเป็นคนไทยที่เคร่งครัดในจารีตประเพณี ยึดมั่นขนมธรรมเนียมอันดีงาม ได้รับการปลูกฝังเรื่องวัฒนธรรม รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี และมีสำนึกในฐานะพ่อ จึงต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของลูก

แม้ไม่ได้กล่าวขอโทษประชาชน แต่การออกมาอบรมนายปลื้มที่คิดตื้น เป็นการยอมรับว่า ลูกชายประพฤติตัวไม่เหมาะสม ไม่มีความเข้าใจในเรื่องจริยธรรมแม้แต่น้อย และอาจจะไม่เข้าใจว่า อะไรผิดอะไรถูกเสียด้วยซ้ำ

พ่อบางคนเมื่อลูกทำผิดอาจอับอายจนไม่กล้าโผล่หน้าออกสังคม พ่อบางคนอาจกลัวลูกโกรธ กลัวลูกไม่รัก หรือเกรงใจลูก จนไม่กล้าว่ากล่าวตักเตือน

พ่อบางคนเลวร้ายถึงขั้น เพราะเมื่อลูกทำผิด ไล่ชกปากชาวบ้าน รุมยำทำร้ายคนอื่น ทานที่จะตักเตือน กลับออกมาปกป้อง ยกหางว่าลูกตัวเองเก่ง เป็นนักเลงสู้คน ทั้งที่เวลาไปไหนพาพวกไปเป็นสิบคน แถมอาวุธครบมืออีกต่างหาก

แต่คนเป็นพ่ออย่างหม่อมอุ๋ยรักศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลมากกว่าจะปกป้องลูกชายเพียงคนเดียว

การออกมากำราบนายปลื้ม เหมือนกับการนำไม้เรียวมาตีก้นนายปลื้มต่อหน้าสาธารณชน และเป็นการประจานลูกต่อหน้าธารกำนัน ซึ่งนายปลื้มคงต้องเจ็บและได้อาย

อย่างไรก็ตามคนที่เจ็บกว่าคือหม่อมอุ๋ย ซึ่งออกมาสารภาพว่า ลูกประพฤติตัวไม่ดี และจำเป็นต้องอบรมกันเสียบ้าง เพราะถ้าไม่ลงโทษ สังคมจะด่าถึงวงศ์ตระกูล ด่าพ่อว่าไม่ได้สั่งสอนลูก

ถ้านายปลื้มยังไม่ปรับพฤติกรรมตัวเอง ไม่เปลี่ยนแนวคิด ไม่รู้ผิดรู้ถูก แยกดีแยะชั่วไม่ได้ หม่อมอุ๋ยคงเหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะต้องทนเห็นลูกชายกลายเป็นตัวตลกในสังคม ต้องทนกับเสียงดูถูกดูแคลน และต้องเสียใจที่ลูกชายเป็นอีกคนที่ “หลงผิด” ในหลักคิดด้านคุณธรรม เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองแนวคิดทางการเมือง

การที่นายปลื้มเห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เป็นเพราะทำงานสังกัดวอยซ์ทีวี สื่อในเครือข่ายระบอบทักษิณหรือไม่

และเป็นไปได้หรือเปล่าที่นายปลื้ม พาตัวเองเข้าไปตกอยู่ในวงล้อมของพวกจริยธรรมต่ำ พวกนักวิชาการสติฟั่นเฟือน พวกบูชาคนโกง พวกต่อต้านคุณธรรม พวกทำลายล้างคนดี พวกชอบตะแบง พวกที่พร้อมจะพูดดำให้เป็นขาวโดยไม่อายใคร พวกที่กล้าพูดผิดให้เป็นถูกโดยไม่กลัวการประณาม และพวกคลั่งประชาธิปไตยภายระบอบทักษิณ

เป็นไปได้หรือไม่ว่า นายปลื้มถูกพวกสมุนขี้ข้านายทักษิณ ชินวัตร “ล้างสมอง” จนเสียผู้เสียคน

ถ้าขอร้องได้ หม่อมอุ๋ยคงอยากขอให้นายปลื้มถอนตัวออกจากวอยซ์ทีวี ถอยออกจากวงล้อมของพวกจริยธรรมต่ำ และออกมาทบทวนตัวเองใหม่ เพื่อกลับมาเป็นลูกที่พ่อมีความภาคภูมิใจ ไม่ต้องเจ็บช้ำเพราะพฤติกรรมลูก

แต่นายปลื้มโตแล้ว จะเคี่ยวเข็ญได้ขนาดไหน และหม่อมอุ๋ยได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว คิดได้หรือไม่ กลับตัวกลับใจได้หรือเปล่า สุดแต่เวรแต่กรรมแล้ว เพราะคนเป็นพ่อคงทำได้แค่นี้ แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้เพียงเท่านี้แหละ

หม่อมอุ๋ยได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีอย่างสมบูรณ์แล้ว ทำหน้าที่พ่อที่ไม่ต้องการเห็นลูกสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่ต้องการเห็นลูกมีส่วนทำให้สังคมเสื่อมทรามลง และถ้าพ่อทุกคนมีสำนึกความรับผิดชอบเหมือนหม่อมอุ๋ย สังคมไทยคงอยู่กันอย่างสงบร่มเย็นขึ้น

นายปลื้มน่าจะหาเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง ถอยห่างจากวอยซ์ทีวีสักพักก็ได้ และหาฤกษ์หายามสักวัน ถือดอกไม้ธูปเทียนไปกราบคารวะพ่อ เปิดใจกว้างน้อมรับคำอบรมสั่งสอนสักครั้ง เผื่อจะคิดอะไรดีๆ ได้

เพราะถ้าจมปรักกับหลักคิดเดิมๆ คงจะต้อง “หลงผิด” ต่อไป และถ้าลูกหลงผิด ไม่มีใครจะเสียใจมากไปกว่าพ่อบังเกิดเกล้าของนายปลื้มเอง

วันนี้แม้นายปลื้มยังคิดไม่ได้ ไม่มีดอกธูปเทียนไปกราบคุณพ่อ แต่เชื่อว่า คนจำนวนไม่น้อยพร้อมจะก้มคารวะหม่อมอุ๋ย ในฐานะคุณพ่อตัวอย่างที่ตระหนักในประเพณีวัฒนธรรมไทย และมีสำนึกความรับผิดชอบในพฤติกรรมของลูก

หม่อมอุ๋ยทำหน้าที่พ่อที่เป็นแบบอย่างของสังคมไทยแล้ว เหลือแต่นายปลื้มที่จะต้องทำหน้าที่ลูกอันน่าภาคภูมิใจ โดยเป็นคนดีของสังคมเท่านั้น


กำลังโหลดความคิดเห็น