xs
xsm
sm
md
lg

ส่งเสด็จยิ่งใหญ่ พระบรมฯพระราชทานเพลิง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน360-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์ พระราชทานเพลิงพระศพ "สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช" เผยริ้วขบวนพระอิสริยยศแห่เชิญพระโกศพระศพจากวัดบวรนิเวศวิหารไปวัดเทพศิรินทราวาสสุดยิ่งใหญ่ ประชาชนพร้อมใจแต่งชุดดำ ร่วมส่งเสด็จตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วานนี้ (16 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ทหาร ตำรวจ คณะศิษยานุศิษย์ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงาน ได้เข้าร่วมริ้วขบวนพระอิสริยยศแห่เชิญพระโกศพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) ที่หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ด้านถนนพระสุเมรุ จำนวนรวม 1,424 คน โดย พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล เป็นผู้แทนพระองค์ มาเป็นประธานในพิธีเชิญพระโกศพระศพสมเด็จพระสังฆราชลงจากพระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ประดิษฐานยังราชรถในริ้วขบวน

จากนั้น เวลา 08.00 น. ริ้วขบวนพระอิสริยยศพร้อมเคลื่อนขบวนจากวัดบวรนิเวศวิหาร ไปตามถนนพระสุเมรุเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปตามถนนหลานหลวง เลี้ยวขวาไปตามถนนกรุงเกษม เลี้ยวขวาถนนหลวง เข้าสู่พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส ทางประตูด้านใต้ รวมระยะทาง 3.38 กิโลเมตร

โดยขบวนพระอิสริยยศ ประกอบด้วย ขบวนทหาร 3 เหล่าทัพ 3 กองพัน มีธง 3ชาย นำริ้ว คู่แห่ กลองชนะ สังข์ แตร รถพระอ่านพระอภิธรรมนำราชรถทรงพระโกศพระศพ ข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นคู่เคียง แวดล้อมด้วยเครื่องสูงแห่นำเป็นพระเกียรติยศตามราชประเพณี ทั้งนี้ เมื่อขบวนแห่เชิญพระโกศพระศพเคลื่อนเข้าสู่พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส จะมีการเชิญพระโกศเวียนพระเมรุ แล้วเชิญพระลองในขึ้นประดิษฐานยังพระจิตกาธานบนพระเมรุ

สำหรับราชรถเชิญทั้ง 2 องค์ ได้สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 6 ใช้ในงานพิธีหรือพระราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับทางพระพุทธศาสนา เช่น นำอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) มายังท้องสนามหลวง และใช้ในกระบวนพระอิสริยยศเชิญพระโกศสมเด็จพระสังฆราชในอดีต ทั้งหมดรวม 8 พระองค์ ตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 11 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ในการพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส ในรัชกาลที่ 8 และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงศ์สุจิตโต) องค์ที่ 13 วัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2502 และสมเด็จพระอรินวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) องค์ที่ 18 วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในรัชกาลที่ 9 ปี 2531

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัดบวรนิเวศวิหาร ได้จัดซุ้มดอกไม้จันทน์บริเวณลานข้างโรงเรียนวัดบวรนิเวศ รองรับพุทธศาสนิกชนที่จะเดินทางมาร่วมพิธี อีกทั้งยังติดตั้งจอภาพแอลอีดีขนาดใหญ่ให้รับชมความสง่างามของริ้วขบวน ตลอดจนพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพทั้งหมด

โดยตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวน มีประชาชนแต่งชุดสีดำจำนวนมากมาจับจองพื้นที่ ตั้งแต่บริเวณหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดแนวเส้นทางที่ริ้วขบวนพระอิสริยยศเคลื่อนผ่านจนถึงบริเวณวัดเทพศิรินทราวาส เพื่อชมริ้วขบวนพระอิสริยยศ และส่งเสด็จสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ก่อนที่จะมีพิธีพระราชทานเพลิง ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส ในเวลา 16.30 น.

ทั้งนี้ พื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ได้มีนักเรียนโรงเรียนอนุบาลวัดปริณายกจำนวนหนึ่งมาร่วมส่งเสด็จสมเด็จพระสังฆราชด้วย

สำหรับในต่างจังหวัด วัดต่างๆ เช่น ที่จ.กาญจนบุรี เชียงใหม่ เชียงราย กาฬสินธ์ ได้มีการจัดพิธีวางดอกไม้จันทน์ตามโครงการ 1 วัด 1 จังหวัด ซึ่งมีประชาชนแต่งชุดดำเดินทางเข้ามาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

นางวรรณรัตน์ บุญภูพัฒน์ ชาว จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตนและสามี ตั้งใจมาร่วมชมริ้วขบวน และวางดอกไม้จันทน์ที่วัดบวรฯ เพราะประทับใจสมเด็จพระสังฆราช ทรงมีจริยวัตรงดงาม เป็นพระสงฆ์ที่ไม่มีทรัพย์สิน สมถะ ในสมัยที่พระองค์มีพระชนม์ชีพเคยใส่บาตร ฟังธรรมะหลายครั้ง และยังมีญาติหลายคนมาบวชมี่วัดบวรฯ โดยมีพระองค์ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ด้วย ตนและครอบครัว อ่านหนังสือที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งคำสั่งสอนนั้นเข้าใจง่าย สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันทำให้ครอบครัวมีความสุขและอยู่กันอย่างราบรื่น

นายสัญญา เกษเดช ข้าราชการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า ตนเดินทางมาตั้งแต่ 06.00 น. เพื่อมาส่งเสด็จสมเด็จพระสังฆราช ในฐานะเป็นชาวพุทธคนหนึ่ง เนื่องจากตนมีความศรัทธาในองค์สมเด็จพระสังฆราช และได้ศึกษาธรรมะมาอย่างต่อเนื่อง และอยากให้เยาวชนรุ่นใหม่ศึกษาธรรมะ แล้วนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เปรียบเสมือนการเรียนหนังสือ เรียนคณิตศาสตร์ หากเราทำความเข้าใจก็จะรู้อย่างถ่องแท้ ธรรมะก็เช่นกัน จะต้องศึกษาให้เข้าใจและนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน จะทำให้มีความสุข และประเทศชาติก็จะสงบสุขด้วย

นางประไพ แซ่เบ้ เจ้าของร้านบวรไตรรง กล่าวว่า ครอบครัวของตนได้ตั้งโต๊ะพร้อมเครื่องสักการะเพื่อน้อมระลึกถึงสมเด็จพระสังฆราช ขอเล่าย้อนไปกว่า 30 ปีที่แล้ว พระองค์มีเมตตา มีความห่วงใยชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งหลายครั้งในช่วงกลางดึกจะพบสมเด็จพระสังฆราช ออกมาเดินตรวจชุมชนรอบวัด เพราะห่วงใยความปลอดภัยของประชาชนว่าจะมีขโมยและเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้

“ครอบครัวดิฉันอาศัยที่ดินของวัดบวร เปิดร้านขายธง และพระบรมฉายาลักษณ์ มากว่า 50 ปี จึงใกล้ชิดสมเด็จพระสังฆราช ยิ่งได้เห็นความเมตตา ความห่วงใย ออกมาเดินตรวจชุมชนเพียงพระองค์เดียว พร้อมทั้งได้เห็นจริยวัตร เห็นความสมถะ ไม่มีทรัพย์สิน ที่สำคัญครอบครัวของตนได้นำคำสั่งสอนของพระองค์มาประพฤติปฏิบัติ โดยเฉพาะความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครู อาจารย์ ผู้มีพระคุณ รวมถึงการแบ่งปั้นให้ผู้อื่น” นางประไพกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อเวลา 16.29 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยเสด็จด้วย

โอกาสนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จขึ้นพลับพลาอิศริยาภรณ์ ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกแด่สมเด็จพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ 15 รูป ที่สวดศราทธพรตคาถา เสด็จฯ ไปที่หน้าพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์ ทรงศีล สมเด็จพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนา พระสงฆ์สวดศราทธพรตคาถาจบแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์พร้อมด้วยตู้สังเค็ดที่ระลึกงานพระเมรุก่อนลงจากพลับพลาอิศริยาภรณ์

ต่อมาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จทอดผ้าไตรพระที่ถวายพระธรรมเทศนา ทรงหลั่งทักษิโณทก จากนั้นเสด็จขึ้นพระเมรุ ทรงจุดไฟพระราชทานเพลิง ทรงวางดอกไม้จันทน์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางดอกไม้จันทน์ส่วนพระองค์ ทรงกราบสามครั้ง เสด็จลงจากพระเมรุไปประทับที่พลับพลาอิศริยาภรณ์

ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระสงฆ์ต่างประเทศ พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ และข้าราชการ ขึ้นถวายพระเพลิงเสร็จแล้ว ทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับ จากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงพระศพ (จริง) ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส ในเวลา 20.00 น.

ในการนี้ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดการแสดงมหรสพหน้าพระเมรุ ช่วงที่ 1 เวลา 17.30-19.30 น. เป็นการแสดงโขนชุดศึกแสงอาทิตย์ และศึกพรหมมาสตร์ จำนวน 120 คน และจากนั้นได้มีการแสดงมหรสพโขนชุดนางลอยหน้าพระเมรุในเวลา 20.30-22.00 น.

ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงพระศพในวันที่ 16 ธ.ค.2558 แล้ว จะมีพิธีเก็บพระอัฐิ และนำมาประดิษฐานยังตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระอัฐิได้ในวันที่ 18 ธ.ค.2558 เวลา 08.00-18.00 น. และวันที่ 19 ธ.ค.2558 เวลา 08.00-14.00 น. จากนั้นจะเป็นพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิและบรรจุพระสรีรางคาร ในวันที่ 20 ธ.ค.2558
กำลังโหลดความคิดเห็น...