xs
xsm
sm
md
lg

สมเด็จพระบรมฯทรงซ้อมจักรยาน พร้อมนำ"ปั่นเพื่อแม่" สธ.ส่ง200ทีมแพทย์ดูแล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTVผู้จัดการรายวัน-สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงซักซ้อมจักรยานเพื่อกิจกรรม “Bike for Mom” ก่อนนำพสกนิกรชาวไทยปั่นเพื่อแม่ถวายพระราชสดุดี แม่ของแผ่นดิน 16 ส.ค.นี้ ด้าน สธ. เตรียมทีมบุคลากรทางการแพทย์ ดูแลนักปั่นกว่า 200 ทีม เผยมีพยาบาลประจำจุดทุก 100 เมตรคู่กับตำรวจ และยังมีชุดจักรยานแพทย์เคลื่อนที่เร็วเข้าประเมินอาการผู้ป่วย ส่วนในต่างจังหวัดจะใช้มาตรฐานดูแลเดียวกัน แพทย์แผนไทยเตรียมมะขามป้อมหมักน้ำผึ้งแจกจุดเริ่มต้น 10,000 ชุด ช่วยชุ่มคอ ไม่กระหายน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงซักซ้อมปั่นจักรยาน เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2558 เวลา 17.00 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนนำพสกนิกรชาวไทย เข้าร่วมกิจกรรม Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่ เพื่อถวายพระราชสดุดี แม่ของแผ่นดิน ในวันที่ 16 ส.ค.นี้

ทั้งนี้ ในการทรงซักซ้อมปั่นจักรยานดังกล่าว ได้มีการบันทึกเป็นคลิปวีดิโอออกเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ ซึ่งสร้างความปลื้มปีติให้กับประชาชนที่ได้รับชมเป็นอย่างมาก

วันเดียวกันนี้ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่าสธ. ได้รับมอบหมายให้จัดบริการการแพทย์และสาธารณสุขแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ "Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่" ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ เพื่อดูแลสุขภาพผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้ดีที่สุด ทั้งการปฐมพยาบาลและประเมินอาการก่อนส่งต่อสถานพยาบาลดูแล หากเกิดอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ. กล่าวว่า การเตรียมพร้อมบริการทางการแพทย์ในการจัดกิจกรรมในต่างจังหวัด ได้มอบหมายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นผู้บัญชาการประสานความร่วมมือกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โดยพื้นที่ของจุดพักใหญ่จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลทางการแพทย์ชั้นสูงประจำทุกจุด และมีทีมจักรยานเคลื่อนที่เร็วที่เป็นทีมแพทย์ขั้นพื้นฐานปั่นพร้อมขบวนด้วย

ทั้งนี้ จากการฝึกซ้อมที่ผ่านมา พบข้อกังวลในเรื่องความเจ็บป่วยส่วนตัวของผู้ที่ปั่นจักรยาน เพราะเป็นผู้สูงอายุ ร่างกายไม่มีความพร้อมที่เพียงพอ และความไม่พร้อมของจักรยาน เป็นต้น

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า พื้นที่ กทม. มีการจัดทีมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวม 200 ทีม เจ้าหน้าที่จำนวน 1,200 คน มีทั้งทีมแพทย์ประจำพระองค์ ทีมจากกรมการแพทย์ กทม. มหาวิทยาลัย รพ.เอกชน และมูลนิธิ มีกองบัญชาการร่วมอยู่ที่กองทัพภาคที่ 1

โดยการดำเนินการแบ่งได้ ดังนี้ 1.แพทย์ประจำจุด ประกอบด้วย จุดเริ่มต้นที่ลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า จุดพักคอย สนามกีฬากองทัพบกและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจุดปลายทาง กรมทหารราบที่ 11 2.แพทย์ประจำจุดบริการในเส้นทาง 57 ทีม ปฏิบัติภารกิจร่วมกับทีมทหาร ณ จุดตำบลส่งกำลังบำรุง 11 จุด ร่วมกับตำรวจที่กำหนดพื้นที่ทำงานเป็น 21 โซน 3.ชุดจักรยานแพทย์เคลื่อนที่ ประกอบด้วยชุดติดตามขบวนตลอดเส้นทาง และชุดเคลื่อนที่เร็วระหว่างเส้นทางขบวน และ 4.โรงพยาบาลเพื่อรับส่งต่อ

นอกจากนี้ ทุก 100 เมตรจะมีพยาบาลยื่นคู่กับตำรวจ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย หากมีผู้ป่วยก็จะมีทีมแพทย์จักรยานเข้าประเมินอาการว่าจำเป็นต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลหรือไม่ ซึ่งจะมีรถพยาบาลประจำจุดต่างๆ โดยได้ประสานทุก รพ.ตลอดเส้นทางปั่นจักรยานให้เตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ป่วยกรณีเกิดเหตุรุนแรง

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมก่อนปั่นจักรยาน คือ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมง ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานก่อนการปั่นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง อบอุ่นร่างกายอย่างน้อย 5-10 นาที ก่อนปั่นจักรยาน หากมีโรคประจำตัวควรเตรียมยาพกติดตัวตลอด และตรวจเช็กจักรยานให้พร้อม

ส่วนการปฏิบัติตัวขณะปั่นในช่วงที่มีอาการร้อน เสื้อผ้าที่สวมใส่ต้องไม่รุ่มร่าม ระบายอากาศได้ดี รองเท้าต้องกระชับ และเตรียมน้ำดื่ม 1 ขวดพร้อมผงเกลือแร่ 1 ถุง เพราะการปั่นจักรยานอาจทำให้เสียเหงื่อได้ จิบน้ำบ่อยๆ ทุก 15-30 นาที นำผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัว จะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ดีขึ้น และควรสวมแว่นกันแดด ช่วยลดแสงกระจายและความจ้าเข้าสู่ดวงตา ทั้งนี้ หากมีอาการเพลีย ไม่มีแรง ปากแห้ง น้ำลายเหนียว และกระหายน้ำ เป็นข้อสังเกตว่าร่างกายเสียเหงื่อมากเกินไป

พญ.อัญชลี ไชยสัจ ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมฯ สนับสนุนกิจกรรมด้วยการเตรียมมะขามป้อมหมักน้ำผึ้งนาน 6 เดือน ซึ่งจะช่วยให้มีความชุ่มคอ ไม่กระหายน้ำ แจกให้กับนักปั่นที่ออกจากจุดเริ่มต้น จำนวน 10,000 ชุด จัดน้ำดื่มผสมน้ำยาอุทัยทิพย์ตำรับโบราณในจุดปฐมพยาบาล และจุดสิ้นสุด และแจกยาดมตำรับเจ้าพระยาอภัยภูเบศรจำนวน 1,000 หลอดให้บริการในจุดปฐมพยาบาลของกรมการแพทย์ด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...