xs
xsm
sm
md
lg

ออกหมายจับ"ป๋าชื่น"-“น้องธาริต” แอบอ้างเบื้องสูงฮุบที่ลำตะคอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ศาลอนุมัติหมายจับ "ป๋าชื่น" เจ้าของบริษัทเขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ และเสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์ น้องชายอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ “ธาริต เพ็งดิษฐ์” ฐานะกระทำผิดม. 112 แอบอ้างเบื้องสูงซื้อที่ลำตะคองเพื่อนำไปสร้างวัง กลับนำไปหาผลประโยชน์ขายต่อในราคาสูง ระบุโยงเครือข่าย"พงศ์พัฒน์"

วานนี้ (19 ก.พ.) เมื่อเวลา 15.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วยผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(โฆษก ตร.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผกก. กก.2 บก.ป.และพ.ต.อ.ปรากรม วารุณประภา สว.ปอท. ร่วมกันแถลงข่าวกรณี พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ได้ขออนุมัติหมายจับกุม นายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือ ป๋าชื่น อายุ 65 ปี กรรมการบริษัทบ้านชุมทอง จำกัด และบริษัทเขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด และนายเสฏฐวุฒิ หรือติ๊ก เพ็งดิษฐ์ ซึ่งเป็นน้องชายของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินิ รัชทายาทฯตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หลังจากร่วมกันเป็นนายทุนแอบอ้างเบื้องสูง ใช้อุบายหลอกซื้อที่ดินในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง บริเวณเขาหนองเชื่อม และยังเป็นพื้นที่ทับซ้อนของทหารหน่วยรบพิเศษหนองตะกู ตำบลขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จากชาวบ้าน ในราคาถูก ไปขายต่อในราคาสูง โดยใช้อุบายแอบอ้างต่อข้าราชการที่เกี่ยวข้องในการออกเอกสารสิทธิว่าจะซื้อที่ดินดังกล่าวไปสร้างวังฯ โดยนายเสฏฐวุฒิ ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว ให้การเป็นประโยชน์

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า กรณีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ชาวบ้านตำบลชนงพระ กว่า 50 คน เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม ว่าถูกกลุ่มนายทุนหลอกให้ ออกเอกสารสิทธิที่ดิน นค.3 ก่อนออกเป็นโฉนดแล้วขายต่อนายทุนในราคาถูก แต่ต่อมากลับถูกเรียกเก็บภาษีจากการขายที่ดินเป็นเงินหลักแสนบาทจนได้รับความเดือดร้อน จากนนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร.เป็นประธานคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ จนพบว่าที่ดินบนเขาหนองเชื่อม นับ700 ไร่ ออกโฉนดโดยมิชอบ เนื่องจากเป็นที่สูงชัน เป็นพื้นที่ป่า ไม่สามารถออกโฉนดได้ตามกฎหมาย แต่กลับมีการแอบอ้างเบื้องสูงจนออกโฉนดก่อนลวงชาวบ้านขายกรรมสิทธิ์ให้นายทุนนำไปจัดสรรขายต่อในราคาไล่ละหลักล้านบาท

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า นายบุญธรรม ซึ่งเป็นนายทุน และเจ้าของบริษัททั้ง 2แห่ง และเป็นเจ้าของสถานบริการอาบอบนวดโคลอนเซ่ ย่านพระราม 9 ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเปิดบ่อนการพนัน ในเครือข่ายของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบช.ก.ไปแล้วก่อนหน้านี้ ได้ติดต่อไปยังนายเสฏฐวุฒิ ซึ่งมีอาชีพเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดินในพื้นที่จ.นครราชสีมาอยู่แล้ว ว่าต้องการซื้อที่ดินดังกล่าวจำนวนมาก อ้างว่าเอาไปสร้างวังฯ นายเสฏฐวุฒิ จึงไปกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านในนิคมสร้างตนเองลำตะคอง โดยว่าจ้างให้ชาวบ้านหลายคนใช้สิทธิครอบครองที่ดินจนได้รับเอกสาร นค.3 จากนั้นรอเวลา 5 ปี จนสามารถออกเป็นโฉนดได้ เมื่อได้โฉนดก็ให้บริษัทของนายบุญธรรมเช่า ก่อนมีการ ขายต่อให้บริษัทของนายบุญธรรมในราคาถูก

จากการสอบสวนพบว่าในกระบวนการออก นค.3 และโฉนดของที่ดินดังกล่าวนั้นเป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง โดยพบว่าข้อเท็จจริงในการออกเอกสารตามกฎหมายไม่ถูกต้องทั้งลักษณะของที่ดินที่สูงชัน พื้นที่ป่า และไม่มีการทำการการเกษตรแต่นายเสฏฐวุฒิ ได้แอบอ้างกับเจ้าหน้าที่อบต.และเจ้าหน้าที่ที่ดินว่าเกี่ยวข้องกับเบื้องสูง เป็นผลให้เจ้าหน้าที่เหล่านั้นยอมออกเอกสารสิทธิให้ และให้ความร่วมมือ เช่น การเดินไฟฟ้าเพื่อพัฒนาพื้นที่ ใช้งบประมาณกว่า 60 ล้านบาท

โฆษก ตร. กล่าวว่า นายบุญธรรม บอกนายเสฏวุฐวุฒิ สนิทสนมกับ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก. และ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของอดีตหม่อมศรีรัศมิ์ พระวรชายาในพระบรมโอรสาธิราชฯ และบอกนายเสฏฐวุฒิ ว่าหากมีปัญหาหรือขั้นตอนใดๆในการขอออกโฉนดที่ดินดังกล่าว ให้บอกนายบุญธรรมได้ทันที และเมื่อประมาณปลายปี 2551 เวลากลางวัน ระหว่างที่นายเสฏฐวุฒิ ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินชุดที่สองจำนวน 6 แปลง นายบุญธรรม ได้แจ้งว่าหากมีปัญหาเกี่ยวกับทหารจากค่ายหนองตะกูซึ่งมีพื้นที่ดินติดกันกับที่ดินดังกล่าว เข้ามาตรวจสอบ โดยสงสัยว่าที่ดินดังกล่าวทับซ้อนกับพื้นที่ของฝ่ายทหารว่า ไม่ต้องกลัวหรอกเดี๋ยวจะให้น้าของหม่อมดำเนินการ โดยจะเอาที่ดินส่วนที่อยู่บนเขาไปให้น้าของหม่อม เพื่อทูลถวายหม่อมศรีรัศมิ์ พระวรชายา เพื่อนำไปสร้างวังถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ นายเสฏวฐวุฒิ เข้าใจว่าเหตุที่พูดเช่นนั้นก็เพื่อให้ฝ่ายทหารหยุดการตรวจสอบ และในช่วงเวลานั้นหม่อมศรีรัศมิ์ ก็ได้มีการเสด็จผ่านมาบริเวณใกล้เคียงกับที่ดังกล่าวนั้นบ่อยๆ ต่อมานายเสฏฐวุฒิได้บอกเล่าเรื่องที่นายบุญธรรมอ้างเบื้องสูงกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ จนสามารออกโฉนดให้นายบุญธรรมจัดสรรขายโดยไม่ได้มีการสร้างวังแต่อย่างใด

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับการกระทำครั้งนี้ของนายบุญยืน เป็นไปได้ว่ามีการใช้นอมินีในการดำเนินการเพื่อกว้านซื้อที่ดิน ซึ่งซื้อมาถูกและขายแพง แอบอ้างเบื้องสูงหาประโยชน์ให้ตนเอง โดยชุดสืบสวนสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานหากพบพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์เกี่ยวข้องก็จะออกหมายจับแจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้ด้วยอีกคดีหนึ่ง ส่วนนายบุญธรรมนั้นสนิทสนมกับพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็นอย่างดี ถูกดำเนินคดีร่วมกันในกรณีเปิดบ่อนการพนัน ขณะนี้อยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาล ตอนนี้ยังไม่ทราบหลักแหล่งที่อยู่ที่ชัดเจน แต่เชื่อว่ายังอยู่ในประเทศไทย จากนี้ก็ต้องเข้ามอบตัว หากไม่มาก็ต้องตามจับกุมในคดีนี้ ขณะที่นายเสฏฐวุฒิ นั้นแม้เป็นน้องชายของนายธาริต แต่จากการสืบสวนทราบว่านายธาริตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็น เรื่องนี้ และจากการสอบสวนนายเสฏฐวุฒิให้ข้อมูลอย่างดี ทั้งนี้ที่ดินทั้งหมดจะถูกยึดเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่ป่าต่อไป สำหรับผู้ที่หลงซื้อที่ดินของบริษัททั้ง 2 แห่งนี้ ซึ่งมีข้าราชการระดับสูงหลายคน ก็ต้องฟ้องร้องกับบริษัทดังกล่าวเพื่อเรียกค่าเสียหายคืน

ด้านพ.ต.อ.ไพโรจน์ กล่าวว่า กระบวนการในการลวงชาวบ้านให้ขายกรรมสิทธิ์ที่ดิน และแอบอ้างเบื้องสูงนี้ดำเนินการต่อเนื่องหลายปี เนื่องจากกระบวนการในการแปรจาก นค.3 เป็นโฉนดนั้นใช้เวลามากกว่า 5 ปี จึงจะโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ได้ จากการสอบปากคำชาวบ้านทราบว่าได้ค่าตอบแทนน้อยมาก เวลานายหน้ามาติดต่อให้ลงชื่อในเอกสารก็ได้ค่าตอบแทนหลักหมื่น บางรายได้ข้าวสาร 5กระสอบ แต่ภายหลังที่ดินกลับเป็นของบริษัทบ้านขุมทองที่มีนายบุญธรรม เป็นกรรมการ และชาวบ้านบางรายต้องเสียภาษีการซื้อขายที่ดินนับแสนบาท ซึ่งโดยหลักการแล้วพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ใดๆ