xs
xsm
sm
md
lg

ยึดผลิตภัณฑ์OHOกว่า50ล้าน เรียก"ปูนิ่ม"รับข้อหา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTVผู้จัดการรายวัน-ทหารพล ร.4 บุกยึดผลิตภัณฑ์ OHO สลิมพลัส มูลค่ากว่า 50 ล้าน กลางเมืองพิษณุโลก หลังตรวจพบ "ไซบูทรามีน" ห้ามนำเข้าตั้งแต่ปี 53 ในยาลดความอ้วน เสริมความงาม เผยอันตรายทำความดันสูง ใจสั่น สรรพากรเล็งเก็บภาษีย้อนหลัง เหตุขายไปกว่า 500 ล้าน แต่เพิ่งจดทะเบียน ตำรวจออกหมายเรียก "ปูนิ่ม" เจ้าของแบรนด์รับทราบข้อหาหลายกระทง เผยให้สัมภาณ์สื่อเตรียมจับมือ "น้ำเพชร" แบรนด์ MIQIskincare และ "พัชรพล" แบรนด์ IrealPlus ลุยตลาดอาเซียน ตั้งเป้ายอดขาย 1,000 ล้านบาทต่อปี

วานนี้ (26 พ.ย.) พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.พล.4 นำกำลังทหารชุดปฏิบัติการ 50 นาย พร้อมนพ.บุญเติม ตันสุรัตน์ สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก สรรพากรพื้นที่พิษณุโลก เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตำรวจสภ.เมือง จ.พิษณุโลก บุกค้นโกดังผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร "โฮ้โห บายปูนิ่ม" ของบริษัท โอ้โห สลิมพลัส จำกัด เลขที่ 918/54 หมู่ 7 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ท่ามกลางรถหรูที่จอดเรียงรายอยู่จำนวนมาก จากนั้นยึดและขนย้ายสินค้าใส่รถบรรทุกทหาร 2 คัน มายังกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีบางกล่องสามารถยึดได้จากไปรษณีย์พิษณุโลก ขณะกำลังเตรียมส่งให้ลูกค้า

ทั้งนี้ พล.ต.นพพรประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ก่อนออกปฏิบัติการตรวจยึด และเปิดเผยภายหลังว่า ได้สั่งการให้ยึดผลิตภัณฑ์อาหาร "โฮ้โห บายปูนิ่ม" และยุติเฟซบุ๊ก "ลดความอ้วนคลับโอ้โหบายปูนิ่ม" พร้อมแจ้งหน่วยงานสาธารณสุข เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคยุติการบริโภคอาหารเสริมของ "โอ้โห บายปูนิ่ม" เป็นการด่วน และยังให้ทหารตรวจสอบเฟซบุ๊กตัวแทนจำหน่าย และเครือข่ายบริษัท 3,000-4,000 คนทั่วประเทศ เพื่อให้สรรพากรตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย และให้ชุดสอบสวนสภ.เมือง เรียกให้ผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหา หลังพบว่าผลิตภัณฑ์อาหาร "โฮ้โห" มีสารต้องห้าม คือ "ไซบูทรามีน" ซึ่งยกเลิกใช้กันแล้วทั่วโลกตั้งแต่ปี 2553 แต่กลับมีการนำเข้า และปรากฏอยู่ในผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนและเสริมความงาม "โอ้โห สลิมพลัส" ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ กล่าวคือ ความดันโลหิตสูง ใจสั่น คอแห้ง

ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิษณุโลก ออกประกาศแจ้งผลตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในเครือ "โอ้โห บายปูนิ่ม" ว่าไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด คือ 1.ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโอ้โห บายปูนิ่ม มายสลิมมี่ รสมิกซ์ ฟรุ้ต ฉลากอย. 24-1-20555-0045 พบว่าแสดงสถานที่ผลิตไม่ตรงกับที่ขออนุญาต จึงเป็นอาหารที่มีฉลากลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดเรื่องสถานที่ผลิต ถือว่าเป็นอาหารปลอม

2.ยู-สลิม บูเบอร์รี่ 500 mg U-Slim U Berry Per Seving ที่ฉลากระบุอย. 24-1-20555-1-0098 ตรวจสอบพบว่าไม่มีข้อความแสดงรายสะเอียดและที่ตั้งของผู้ผลิต ผู้นำเข้า จัดเป็นอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง

3.OHO-U-Slim Berry Plus อย. 24-1-20555-1-0098 พบว่าเลข อย. เป็นของผลิตภัณฑ์อื่น จึงเป็นอาหารที่มีฉลากเพื่อลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดว่า ได้รับอนุญาตและมีเลขอย.แล้ว ถือว่าเป็นอาหารปลอม

โดยเจ้าหน้าที่ สสจ. เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั้ง 3 รายการ ส่งตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 2 พิษณุโลก พบสาร "ไซบูทรามีน" ซึ่งเป็นสารอันตรายต่อสุขภาพเจือปนอยู่ จึงจัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ โดยสารดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดโรคความดันสูง หัวใจเต้นเร็ว ปากแห้ง ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ และท้องผูก อีกทั้งส่งผลเสียต่อร่างกายของผู้มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจขาดเลือด ความดันสูง หลอดเลือดสมองตีบ ไต ต้อหิน รวมไปหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

4.แผ่นพับโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่พบเลขที่ ในอนุญาตอาหาร จึงเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารทางแผ่นพับเพื่อประโยชน์ในทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

5.เครื่องสำอางค์ Gluta Body Lotion Berry BtOHO ที่ฉลากไม่ระบุชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ครั้งที่ผลิต และเลขที่ใบรับแจ้ง จัดเป็นเครื่องสำอางที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง

6.เครื่องสำอาง Gluta Scrub Berry By OHO ที่ฉลากไม่ระบุชื่อ ที่ตั้งผู้ผลิต ครั้งที่ผลิต และเลขที่ใบรับแจ้ง จัดเป็นเครื่องสำอางที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง

ที่ทหารกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 นายวิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.พล.4 นพ.บุญเติม ตันสุรัตน์ สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก พ.ต.ต.วรณิน ศรีล้ำ ผผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ นางณิชชรีย์ ชินบุตร สรรพากรพื้นที่พิษณุโลก พ.ต.อ.สามารถ จูเทศ พนักงานสอบสวนผู้ทรวงคุณวุฒิ สภ.เมือง ตัวแทนบริษัท โอ้โห สลิมพลัส จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวตรวจยึดผลิตภัณฑ์แสริมอาหารและเครื่องสำอาง มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

พล.ต.นพพร กล่าวว่า การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "โอ้โห" ถือว่าผิดกฎหมาย ต้องให้ผู้ผลิตแจ้งทางเฟซบุ๊กไปยังตัวแทนที่มีอยู่ราว 3-4 พันราย ทราบว่าเป็นสินค้าต้องห้ามเพื่อยุติการจำหน่าย ส่วนผู้บริโภคที่ได้ซื้อสินค้าไปแล้ว สามารถส่งคืนศูนย์ดำรงธรรมหรือสสจ.พิษณุโลก

ด้านพ.ต.ต.วรณิน กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับแจ้งจากผู้บริโภคว่า มีบริษัทส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์วันละกว่า 3,000 กล่อง จึงเริ่มตรวจสอบจนนำมาสู่การจับกุมและตรวจยึดผลิตภัณฑ์ได้จำนวนมาก ส่วนด้านการดำเนินคดีให้ทางสภ.เมือง เจ้าของพื้นที่ดำเนินการ

ขณะที่นางณิชชรีย์ กล่าวว่า บริษัท โอ้โห สลิมพลัส จำกัด จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเดือนมิ.ย.2557 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท แต่ตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าสินค้าที่ขายไปแล้วน่าจะมากกว่า 500 ล้านบาท เพราะวิเคราะห์จากยอดสินค้าที่ตรวจยึดในวันนี้ มีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท ดังนั้น หากตรวจพบแจ้งเสียภาษีไม่ตรงข้อเท็จจริงจะเก็บย้อนหลัง เพราะที่ผ่านมาแจ้งยอดขายต่ำกว่าความเป็นจริงมาก

นายแพทย์บุญเติม ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ฉลากแสดงข้อมูลสถานที่ผลิตไม่ตรงกับที่ขออนุญาต เลข อย.เป็นของผลิตภัณฑ์อื่น จึงเป็นอาหารที่มีฉลากเพื่อลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดว่าได้รับอนุญาตและมีเลขอย.แล้ว ถือว่าเป็นอาหารปลอม ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 2 พิษณุโลก พบสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพเจือปน จึงจัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์

พ.ต.อ.สามารถ กล่าวว่า ได้สอบสวนผู้กล่าวหา คือ สาธารณสุขจังหวัด ซึ่งมีหลักฐานจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 2 พิษณุโลก ชัดเจนว่าพบสารไซบูทรามีนที่เป็นสารต้องห้ามปนอยู่ในผลิตภัณฑ์ จึงออกหมายเรียก น.ส.ศิรินทรา เส็งสิน และนายวรกร ยิ้มอยู่ เจ้าของและผู้บริหารบริษัท มารับทราบข้อกล่าวหาผิดพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ฐานจำหน่ายอาหารปลอม โทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท ฐานจำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง โทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท ฐานจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐานโฆษณาคุณประโยชน์และคุณภาพหรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีความผิดตามพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 ฐานขายเครื่องสำอางแสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นคดีอาญา แต่จะจำหรือปรับขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ส่วนคดีฉ้อโกงหรือหลอกลวง ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความ หากมีเจ้าทุกข์ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ภายในแบรนด์โอ้โห หรือ OHO เป็นของบริษัท โอ้โห สลิมพลัส จำกัด มีน.ส.ศิรินทรา หรือปูนิ่ม เส็งสิน เป็นประธานกรรมการบริษัท ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย คอลัมภ์ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 287 ประจำวันที่ 1-15 พ.ย.2557 ว่าแบรนด์โอ้โห ถือกำเนิดในปี 2010 หรือ พ.ศ. 2553 เริ่มต้นขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผ่านเฟซบุ๊ค จากการขายสินค้าผ่านแบรนด์โอ้โห 3 ปี ทำยอดขายกว่า 300 ล้านบาท มียอดแฟนเพจกว่า 3,000,000 ไลค์ มีรีวิวมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 100,000 วิว จัดส่งสินค้าวันละกว่า 3,000 ชุด

นอกจากนี้ โอ้โหยังผนึกกำลังกับ น้ำเพชร-สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ อดีตรองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เจ้าของแบรนด์ MIQI skincare และ "พัชรพล สุทธิธรรม" กรรมการบริหารไอเรียล พลัส (ประเทศไทย) เจ้าของแบรนด์ Ireal Plus ผลิตสินค้าขายผ่านเครือข่ายโอ้โห เพื่อบุกตลาดอาเซียน โดยบริษัทตั้งเป้าหมาย ขยายตัวแแทนได้ถึง 2,000 คนและทำยอดขายได้ถึง 1,000 ล้านบาท ภายใน 1 ปี เพื่อขึ้นเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักและความงามของอาเซียน ภายในเวลา 5 ปี ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบใหม่ ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ล่าสุดน.ส.ศิรินทรา เส็งสิน ประธานบริษัท โอ้โห สลิมพลัส จำกัด ได้ออกมากล่าวว่า ยังงง และสับสนว่ามันคืออะไร สินค้าที่ถูกจับ โรงงานเพิ่งเอามาส่งตอนสี่ทุ่ม พอตอนเช้ากำลังแพ็กของ บ่ายก็มีตำรวจมาขอตรวจสอบ โดยสินค้าที่ตรวจพบว่ามีสารต้องห้าม ไม่ทราบจริงๆ เพราะตอนตกลงผลิตกับโรงงาน ก็คุยกันแล้ว ไม่มีสารตัวนี้อยู่ ช่วงแรกๆ ที่ตรวจ ก็ไม่มีปัญหา แต่อยู่ดีๆ มีสารตัวนี้เข้ามาในผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร ไม่รู้ เพราะไม่ได้ผลิต เป็นเพียงผู้จำหน่าย และที่ผ่านมา โรงงานก็แสดงมาตรฐานการผลิตให้ดูตลอด ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งก็คงต้องระงับการผลิตสินค้าทุกตัวจากโรงงานนี้ไปก่อน ส่วนตัวอื่นที่ไม่มีปัญหา จะพิจารณาว่าจะขายต่อหรือยกเลิก

ส่วนปัญหาเรื่องฉลาก อย. ไม่ถูกต้อง เกิดจากความเข้าใจในเรื่องฉลากว่าต้องใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับชื่อที่ขอ อย. แต่เป็นเรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยงาม จึงไม่ได้ใส่ชื่อเต็มที่ถูกต้อง และกรณีการตรวจสอบบัญชีย้อนหลังของสรรพากร ยืนยันว่าทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการเสียภาษีตามปกติ
กำลังโหลดความคิดเห็น...