ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ -มีความสุขล้นปรี่จนผู้คนค่อนโลกอิจฉากันทีเดียว !! หลังจากเที่ยวบิน TG930 จากกรุงเทพฯ แตะสนามบินกรุงปารีส ในช่วงค่ำของวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็ปรากฏภาพการโผเข้ากอดกันกลางสนามบินของสองพี่น้องตระกูลชิน 'นช.ทักษิณ ชินวัตร' และ 'น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร'
ความปลาบปลื้มยินดีครั้งนี้คงมิใช่เพียงได้เพราะ 'น้องปู' กับ 'หลานไปป์' ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์ครบรอบ 65 ปีของ 'พี่แม้ว' ซึ่งมีฐานะเป็นนักโทษหนีคดีเท่านั้น แต่คงเพราะปลาบปลื้มยินดีที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตัดสินว่ามีความผิดในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และกำลังส่งเรื่องให้อัยการยืนฟ้องต่อศาล สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้แบบไม่แคร์สื่อ
อย่างไรก็ดี สำหรับคนไทยอีกหลายสิบล้านคนแล้วภาพลั่ลล้า ณ กรุงปรารีส ของ 'พี่น้องตระกูลชิน' กลับเป็นภาพที่แสลงใจอยู่ไม่น้อย เนื่องเพราะบุคคลทั้งสองล้วนเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีคอร์รัปชั่นซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติอย่างมหาศาล แต่กลับลอยนวลเสวยสุขใช้ชีวิตอู้ฟู้หรูหราในต่างประเทศได้อย่างสบายใจ
ในกรณีของ นช.ทักษิณนั้นดูเหมือนจะอยู่เหนือกฎหมายมานานหลายปี เขาหนีไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ ก่อนหน้าที่จะถูกรัฐประหารยึดอำนาจ 19 ก.ย.2549 เพียงไม่กี่วัน โดยให้เหตุผลว่าถูกเชิญไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันมหกรรมโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในขณะนั้น ชงเรื่องให้ จากนั้นไม่นานเขาก็ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในกรณีทุจริตประมูลซื้อที่ดินรัชดา ซึ่งสุดท้ายศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตัดสินว่าทักษิณมีความผิด และให้ลงโทษจำคุก 2 ปี พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์มูลค่า 4.6 หมื่นล้านให้ตกเป็นของแผ่นดิน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่เคยกลับมาสู้คดี แต่หนีไปเสวยสุขเยี่ยงมหาเศรษฐี มีทั้งคฤหาสน์หรูและธุรกิจมากมายในหลายประเทศ โดยที่ไม่มีรัฐบาลไหนสนใจที่จะติดตามจับกุมตัวเขามาดำเนินคดีในไทย หนำซ้ำยังมีทั้งนายตำรวจ ข้าราชการ และนักการเมืองแห่แหนกันไปเยี่ยมเยียนคารวะกันอย่างเอกเกริก ขณะที่คนไทยได้แต่นั่งมองปรากฎการณ์ 'โกงแล้วรอด โกงแล้วรวย' กันตาปริบๆ
จึงไม่แปลกที่เมื่อ คสช.พิจารณาอนุมัติให้อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติถึง 5.5 แสนล้าน เดินทางออกนอกประเทศได้ จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสังคมไทย ด้วยคนส่วนใหญ่ต่างเกรงว่าการอนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้จะซ้ำรอยกับกรณีของ นช.ทักษิณ ที่หนีคดีลอยนวลมาจนถึงทุกวันนี้
ผู้คนต่างรู้สึกว่าการขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ในระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม ถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2557 นั้นเป็นเพียงการหาเหตุออกนอกประเทศ ไม่ได้ความจำเป็นเร่งด่วนอะไร เพราะนอกจากจะหาที่เรียนให้ 'น้องไปป์'ลูกชายแล้ว กิจกรรมอื่นๆก็เป็นล้วนแต่เป็นเรื่องลั่ลล้าฮาเฮ ไม่ว่าจะเป็นการไปร่วมงานเบิร์ธเดย์ของ นช.ทักษิณ การเดินทางทัวร์ยุโรปและอเมริกา รวม 5 ประเทศ อันได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน เบลเยี่ยม และสหรัฐอเมริกา แต่ที่หลายคนสงสัยและอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้คือทริป นี้อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวอาจไปนานกว่า 10 วันตามที่ร้องขอไว้ต่อ คสช. เนื่องจากหากนับจำนวนกระเป๋าเดินทางใบมหึมาที่เธอนำขึ้นเครื่องไปด้วยจะพบว่างานนี้เธอขนกระเป๋าไปถึง 15 ใบ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติธรรมดา
สอดคล้องกับข่าวที่ออกมาจาก 'นายสิงห์ทอง บัวชุม' สมาชิกพรรคเพื่อไทย และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ที่หลุดปากว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทำเรื่องขอขยายเวลาเดินทางกลับประเทศ แม้ภายหลังเขาจะออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวก็ตาม
อย่างไรก็ดี งานนี้นับว่าตระกูลชินวัตรนั้นมีความสุขอย่างล้นปรี่ เพราะงานวันเกิดครอบรอบ 65 ปี ของ นช.ทักษิณ ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมโฟรซีซั่นส์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น แม้จะเป็นเพียงการจัดงานเล็กๆ แบบเป็นส่วนตัว เนื่องจากเกรงจะส่งผลกระทบต่อนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพราะก่อนหน้านี้ คสช.ได้สั่งห้ามไม่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่บรรยากาศภายในงานก็ยังคงเต็มไปด้วยความชื่นมื่น และหรูหราอลังการ มีญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมตัดเค้กกันคับคั่งครึกครื้น ไม่ว่าจะเป็นน้องสาวสุดที่รักอย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวเรศ ชินวัตร, ลูกสาวที่คอยเป็นปากเป็นเสียงให้อย่าง 'อุ๊งอิ๊ง' น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือเพื่อนนักธุรกิจคนสนิทอย่าง นายชาญชัย รวยรุ่งเรือง หรือ เหยียน ปิน นักธุรกิจจีน
ขณะที่นักโทษหนีคดีอาญาอย่างทักษิณก็ยังไม่ทิ้งลาย เขายังแอบสร้างภาพหาเสียงด้วยการเขียนข้อความในบัตรอวยพร มีใจความว่า "เรามีความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ เราห่วงใยประเทศชาติ เรารักและห่วงใยพี่น้องประชาชน เราอยากเห็นความสามัคคีของคนในชาติ ด้วยความจริงใจ ทักษิณ ชินวัตร 26 ก.ค. 57"
แม้ว่าข้อความดังกล่าวของ นช.ทักษิณจะเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่เชื่อถือ เพราะเคยประจักษ์แจ้งกับพฤติกรรมตระบัดสัตย์ของนักโทษหนีคดีผู้นี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ดูเหมือนข้อความนี้จะเป็นบริบทแห่งความปรองดองอย่างที่หลายฝ่ายเรียกร้องต้องการ
หลังจากนี้คงต้องจับตาดูต่อไปว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางกลับประเทศไทยตามกำหนดหรือไม่ ? ถ้าอดีตนายกฯซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวผู้นี้ ไม่กลับมา แต่หนีคดีไปเช่นเดียวกับ นช.ทักษิณ พี่ชาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำอย่างไร ?
….อีกไม่นานคงได้คำตอบ


