xs
xsm
sm
md
lg

เด็กประจำ

เผยแพร่:   โดย: ชัยอนันต์ สมุทวณิช

มีคนถามว่าโรงเรียนไป-กลับกับโรงเรียนประจำ อย่างไหนจะดีกว่ากัน ผมเห็นว่าส่วนหนึ่งอยู่กับความจำเป็นของผู้ปกครอง ซึ่งบางคนอยู่ต่างจังหวัด บางคนก็หย่ากัน คนเหล่านี้ไม่มีเวลาและสภาพที่จะเป็นพ่อ-แม่อย่างเต็มที่ได้ จึงส่งลูกมาอยู่ประจำด้วย ความหวังว่าโรงเรียนน่าจะให้อะไรที่ดีกว่าบ้านได้ หากเด็กอยู่บ้านดีมีความสุข แล้วก็ไม่น่าจะส่งมาอยู่ประจำ

อย่างไรก็ดี บางคนมีความเชื่อว่าโรงเรียนประจำเป็นแหล่งฝึกฝนอบรมบ่มนิสัยเด็กที่ดี ดังนั้น แม้ว่าบ้านจะมีความพร้อมอย่างไรก็ตาม ก็ยังนิยมส่งลูกมาอยู่ประจำ

ผมเคยสัมภาษณ์ผู้ปกครองเกือบทุกคนบอกว่าอยากให้ลูกมีระเบียบวินัย รู้จักอยู่ร่วมกับผู้อื่น ผู้ปกครองประมาณ 50% มีบ้านอยู่ต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคกลางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แต่ก็มักจะมีบ้านของตนเอง หรือบ้านญาติสนิทในกรุงเทพฯ ด้วย

การทำโรงเรียนประจำเป็นเรื่องยาก เพราะโรงเรียนจะต้องมีการกินอยู่หลับนอน มีการประกอบอาหาร 3 มื้อ มีตึกพยาบาล มีแพทย์คอยดูแลเด็กตลอด 24 ชั่วโมง และควรมีบริเวณกว้างขวาง มีสนามกีฬาให้เด็กวิ่งเล่น

ที่สำคัญก็คือ โรงเรียนจะต้องมีครูสองประเภท ซึ่งอาจรวมอยู่ในคนคนเดียวกันก็ได้ คือ ครูสอนวิชาการต่างๆ กับครูผู้ปกครอง บางทีครูผู้ปกครองก็ไม่ทำการสอน แต่ส่วนใหญ่จะทำการสอนด้วยเพราะจะได้ใกล้ชิดเด็ก

นอกจากครู และพนักงานบริหารแล้วก็ต้องมีคนงาน คนสวนคอยดูแลรักษาสนาม ทำความสะอาด แต่สมัยนี้การทำความสะอาดสามารถว่าจ้างบริษัทภายนอกได้ คนงานเหล่านี้บางส่วนอยู่ประจำคณะคอยดูแลเสิร์ฟอาหาร และซักเสื้อผ้าให้นักเรียน

โรงเรียนประจำ เปรียบเหมือนบ้านที่สอง ยิ่งอยู่นานเท่าใด เด็กก็ยิ่งติดโรงเรียน แม้โรงเรียนหยุดพาลไม่กลับบ้านก็มี ผมต้องให้อนุญาตนักเรียนอยู่โรงเรียนตอนหยุดเรียนบ่อยๆ โดยเฉพาะพวกที่กำลังจะจบ ย่อมมีความอาลัยรักอยากนอนที่โรงเรียนเป็นคืนสุดท้ายก่อนที่จะจากไป แต่ละคนอยู่โรงเรียนร่วม 10 ปี

เด็กที่มาอยู่รวมกันเป็นชุมชน ย่อมมีความสนิทสนมกัน ส่วนมากเมื่อมาอยู่โรงเรียนเพื่อนๆ ก็จะตั้งชื่อเล่นใหม่ให้ ชื่อที่บ้านเรียก เพื่อนก็ไม่เรียกกัน นอกจากนั้นเด็กประจำยังมีภาษาที่เป็นที่เข้าใจกันในหมู่พวกเขาด้วย

เมื่อผมไปอยู่ประจำนั้น อายุได้ 6 ขวบ นับว่ายังเล็กมาก แต่ก็อยู่ ป. 2 แล้ว วันแรกๆ ก็จะเหงาคิดถึงบ้านก็ได้ เพื่อนๆ คอยปลอบใจ เด็กมักจะเดินกอดคอกันจนติดเป็นนิสัย เมื่อโตไปเดินเที่ยวก็ยังกอดคอกัน แม้มีเมียเดินกอดเมียก็ยังกอดที่คอเหมือนกอดกับเพื่อน ความใกล้ชิดสนิทสนมของเด็กประจำนี้ บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเด็กประจำเป็นพวกรักร่วมเพศไปเสียหมด

การเรียนในโรงเรียนประจำนั้น เนื่องจากเด็กอยู่ในโรงเรียนจึงสามารถจัดการเรียนทั้งด้านวิชาการ ดนตรี การฝีมือ เช่น วาดรูป ปั้นดิน ทำเซรามิก และการกีฬา ซึ่งมีหลายประเภท ในโรงเรียนวชิราวุธฯ มีสระน้ำใหญ่ขุดเป็นรูปแผนที่ประเทศไทย สมัยก่อนนักเรียนจะงมจับกุ้งตัวใหญ่ๆ มาย่างกินกัน พอมาสมัยนี้ไม่มีกุ้งแล้ว

เป็นนักเรียนประจำต้องเล่นกีฬา และกีฬาที่เล่นก็ควรจะเป็นกีฬาประเภททีม เช่น รักบี้ ฟุตบอล บาสเกตบอล ส่วนแบดมินตัน เทนนิสก็มีให้เล่น แต่จะเป็นกีฬาเสริมมากกว่า กีฬาพวกนี้จะเล่นเป็นฤดู ดังนั้นทุกคนจึงเล่นกีฬากันหลายๆ อย่าง ผมเองเล่นรักบี้ ฟุตบอล บาสเกตบอล เทนนิส สควอช ไฟฟ์ และวิ่ง แม้แต่กระโดดสูงก็เอากับเขาด้วย

สิ่งที่นักเรียนประจำต้องอดทนมากที่สุดก็คือ อาหาร เพราะไม่อร่อยเลย (แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นมาก) แต่ก็ยังดีที่มีของว่างขายจะเป็นพวกขนม และมีก๋วยเตี๋ยวด้วยจึงพอทน ตกดึกบางคนก็กระโดดหนีไปกินอาหารข้างนอก และซื้อมาฝากพรรคพวกด้วย อาหารโรงเรียนไม่ค่อยมีคนกินเทเป็นข้าวหมูเสียแยะ

นักเรียนประจำชอบเล่นอะไรแผลงๆ เช่น ทำไฟเย็นเสียบที่เล็บเพื่อนตอนเพื่อนนอนหลับ บางคนก็เอากาวดูโก้ซีเมนต์ราดไปที่อวัยวะเพศของเพื่อนให้ติดเหนียวหนึบก็มี ดังนั้นแม้จะนอนหลับก็ยังหวาดผวา

สมัยก่อนมีรายการขอเพลง เป็นรายการวิทยุจัดโดย หลุยส์ ธุระวณิชย์ พอโตเป็นหนุ่มก็ต้องขอเพลง และเต้นร็อกกันเอง บางคนก็เอาผ้าเช็ดตัวผูกกับราวระเบียงแล้วเต้นคนเดียวก็มี

นักเรียนประจำทุกคนจะรู้จักกันแม้ไม่สนิทกัน แต่มีเรื่องแปลกคือ เด็กๆ ไม่เรียกเด็กโตว่า พี่ เพียงแต่เรียกชื่อเฉยๆ แต่พูดให้มีหางเสียง และเวลาเดินผ่านก็ต้องก้มตัวลงให้ความเคารพ เด็กโตจะไม่รังแกเด็กเล็ก และคอยปกป้องคุ้มครองเด็กเล็กหากมีคนมารังแก การชกต่อยกันถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนมากจะเป็นการชกตัวต่อตัว ไม่มีการรุมหรือยกพวกตีกัน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งน่ารังเกียจไม่เป็นสุภาพบุรุษ

บางคนบอกว่าเห็นเด็กก็รู้ว่าคนนี้อยู่ประจำ คงเป็นเพราะอากัปกิริยาที่สงบสำรวม แต่ก็ผึ่งผายนั่นเอง
กำลังโหลดความคิดเห็น...