xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เพื่อแม้วคึก เร่งออก กม.ช่วย 'นายใหญ่'

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ทำเอาสภาเดือดเลยทีเดียว เมื่อพลพรรคเพื่อไทยอาศัยช่วงจังหวะที่คนไทยกำลังใจจดใจจ่อกับการเฝ้ารอติดตามความคืบหน้าของคดีพระวิหารซึ่งตัวแทนฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาเข้าแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลก เล่นเกมเอาเถิดเจ้าล่อเร่งดันกฎหมายช่วย “นายใหญ่” ที่หนีคดีคอร์รัปชั่นไปกบดานถึงดูไบ ให้กลับเข้าไทยโดยไม่มีคดีติดตัว พร้อมกันถึง 3 ฉบับ ทั้ง ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเป็นรายมาตรา , ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และ พ.ร.บ.ปรองดอง ซึ่งความพยายามในการผลักดันกฎหมายแต่ละฉบับก็ล้วนใช้กลเกมซ่อนเงื่อนเฉือนคมแตกต่างกันไป ชนิดที่เรียกว่าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ทั้งด้านทั้งทนจนเกินบรรยาย

แต่ถ้าจะว่าไปแล้วก็คงไม่แปลกที่ ส.ส.เพื่อไทยจะกระเหี้ยนกระหือรือต้องการแก้กฎหมายทุกลมหายใจเข้าออก เพราะนาทีนี้มีสัญญาณที่ชัดเจนเข้มข้นจากนายใหญ่ที่สไกป์สั่งการข้ามประเทศแบบ “ถี่ยิบ” ล่าสุดในการประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา “นช.ทักษิณ ชินวัตร” เจ้าของพรรคตัวจริงที่สิงสู่อยู่นอกประเทศ ก็สไกป์มายังที่ประชุม ส.ส.เพื่อไทยว่าให้ช่วยกันผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อพาตนเองกลับบ้าน

และก็เป็นไปตามคำสั่งนายใหญ่ รวดเร็วฉับไวยิ่งกว่าสั่งก๋วยเตี๋ยว โดยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ขอใช้เอกสิทธิ ส.ส.เลื่อนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ...ขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรก โดยขอเสียงเห็นชอบจากที่ประชุม จากนั้น ส.ส.เพื่อไทยก็ได้อาศัยเสียงข้างมากลากไปลงมติให้มีการเลื่อน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในวาระท้ายๆ ขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรก ทันทีที่มีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปในเดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้

ขณะที่ความพยายามผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายใต้ชื่อ “ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเป็นรายมาตรา” นั้นก็ดุเดือดไม่แพ้กัน โดยในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการพิจารณากฎหมายดังกล่าวนั้น ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าควรกำหนดวันแปรญัตติ 60 วันตามที่ได้เสนอไว้ในการประชุมสภาครั้งที่แล้ว(เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2556) ก่อนที่จะต้องปิดการประชุมเนื่องจากสภาล่ม แต่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นเป็นประธานการประชุมก็ยืนยันว่าต้องแปรญัตติ 15 วันตามข้อบังคับ เนื่องจากในการประชุมครั้งที่ผ่านมาองค์ประชุมไม่ครบจึงเท่ากับญัตติต้องตกไป และในชั้นการตรวจสอบองค์ประชุม ผู้เสนอญัตติไม่ได้อยู่ในห้องประชุมแสดงว่าไม่ต้องการให้ญัตติดังกล่าวผ่าน เมื่อไม่มีการลงมติก็ต้องอนุโลมตามข้อบังคับ คือ แปรญัตติ 15 วัน แม้ ส.ส.ประชาธิปัตย์และ ส.ส.ชาติไทยพัฒนา จะคัดค้านอย่างหนัก แต่ในที่สุดที่ประชุมมีมติกำหนดวันแปรญัตติ 15 วัน ด้วยคะแนน 356 ต่อ 19 เสียง จากนั้นนายสมศักดิ์ประกาศว่า ให้เริ่มนับวันแปรญัตติตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. ดังนั้นจะสิ้นสุดการส่งคำแปรญัตติในวันที่ 19 เม.ย.นี้ และสั่งปิดประชุมทันที

ส่วนการผลักดัน พ.ร.บ.ปรองดอง นั้น “เหลิมบางบอน” ก็ไม่ทำให้นายใหญ่ผิดหวัง โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประกาศว่า จะนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาในการประชุมสภาสมัยหน้า โดย พ.ร.บ.ดังกล่าวมีทั้งหมด 6 มาตรา ซึ่งเนื้อหาสาระจะเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 จนถึง พ.ร.บ.นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะได้รับผลบวกทั้งหมดไม่ยกเว้นบุคคลหนึ่งบุคคลใด พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีเรื่องการเงินมาเกี่ยวข้อง ไม่มีการคืนเงินให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ โดย “รองนายกฯเฉลิม” ถึงขั้นลงทุนยื่นหนังสือลางานต่อคณะรัฐมนตรี เป็นเวลาถึง 2 สัปดาห์ เพื่อเดินสายรณรงค์ทั่วอีสานให้พี่น้องเสื้อแดงช่วยกันสนับสนุน พ.ร.บ.ปรองดอง ด้วยความหวังเพียงอย่างเดียวว่าจะ “พานายใหญ่กลับบ้าน”