xs
xsm
sm
md
lg

“คำรณวิทย์” จะช่วยปชป.ชนะ

เผยแพร่:   โดย: สุนันท์ ศรีจันทรา

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 3 มีนาคมนี้ ชื่อของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลถูกพาดพิงอยู่บ่อยครั้ง โดยถูกกล่าวหาว่าช่วยเหลือผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย

คำสั่งให้ตำรวจทุกท้องที่ในเขตนครบาล สนับสนุนพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย หมายเลข 9 จะจริงหรือไม่ การส่งตำรวจคอยประกบติดหัวคะแนน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 16 จะจริงหรือเปล่า คงไม่มีใครกล้ายืนยัน

แต่พฤติกรรมของนายตำรวจใหญ่คนนี้ เป็นที่รับรู้กันในสังคมว่า มีความเป็นปรปักษ์กับพรรคประชาธิปัตย์ถึงกับประกาศลาออก ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นรัฐบาล

พล.ต.ท.คำรณวิทย์อาจไม่ชอบพรรคประชาธิปัตย์ แต่การประกาศตัวเป็นปรปักษ์กับพรรคประชาธิปัตย์อย่างเปิดเผย ทั้งที่เป็นนายตำรวจใหญ่ซึ่งควรจะต้องรักษามารยาท ไม่ได้เกิดจากเหตุผลความไม่ชอบพรรคประชาธิปัตย์ แต่เกิดจากการเทใจเลือกรับใช้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ตำแหน่งที่ได้มา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ไม่อายที่จะบอกใครๆ ว่า “พี่ให้” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ผลักดัน ตำรวจนายนี้จึงรับใช้อย่างสุดจิตสุดใจ

และทำงานรับใช้รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาหลายเรื่องแล้ว มีทั้งเรื่องที่เปิดเผยและไม่อาจเปิดเผยได้ ซึ่งอาจรวมถึงการช่วยพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ด้วย

ถ้าพล.ต.ท.คำรณวิทย์ใช้อำนาจหน้าที่สั่งให้ตำรวจนครบาลทุกท้องที่ช่วยสนับสนุนพล.ต.อ.พงศพัศจริง คงที่บงการพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไม่น่าจะเป็นคนฉลาดนักหรือโง่บรมก็ว่าได้

เพราะคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ไม่น่าจะชอบนายตำรวจคนนี้ และเช่นเดียวกัน คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ไม่น่าจะชอบตำรวจ

ตำรวจจะต้องวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครคนไหน และนักการเมืองที่สมัครรับเลือกตั้งก็ไม่ควรใช้ข้าราชการมาเป็นเครื่องมือในการช่วยหาเสียง

เพราะเป็นการทำลายระบบการบริหารราชการ ทำให้ข้าราชการที่รับใช้นักการเมืองสันดานเสีย และยังทำให้เกิดความรู้สึกต่อต้านผู้สมัครด้วย

ระหว่างพล.ต.อ.พงศพัศกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ นอกเหนือจากโพล “ขี้ข้า” ที่ออกมาชี้นำแล้ว ยังไม่รู้ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง เพราะประเมินจากกระแสทั่วไป น่าจะยังสูสีใกล้เคียงกันอยู่

แต่ตัวตัดสินครั้งสุดท้ายคือ ประชาชนกลุ่มพลังเงียบที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร และคะแนนเสียงของกลุ่มพลังเงียบก็มีสัดส่วนสูงที่สุด สูงกว่าคนที่จะเลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร หรือเลือกพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เสียอีก

ถ้ากลุ่มพลังเงียบเทคะแนนให้ใคร แม้ผู้สมัครอิสระอย่างพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส คนนั้นจะชนะการเลือกตั้งแน่นอน

การที่กลุ่มพลังเงียบ กทม.ยังไม่ตัดสินใจเลือกทั้งเบอร์ 16 และเบอร์ 9 ก็เป็นเพราะไม่ชอบ ไม่ศรัทธา หรืออาจจะเกลียดขี้หน้าเสียด้วยซ้ำ

แต่โค้งสุดท้าย ผู้สมัครคนไหนจะทำให้เกิดการเกลียดขี้หน้ามากกว่ากัน ผู้สมัครพรรคการเมืองไหน จะทำอะไรทุเรศมากกว่ากัน

และพรรคการเมืองไหน พร้อมจะเล่นสกปรกเพียงเพื่อชัยชนะเท่านั้น

กลุ่มพลังเงียบของ กทม.อยู่ระหว่างรอการตัดสินใจครั้งสุดท้าย และเชื่อว่า ถ้าไม่มีอะไรที่สะกิดหรือโดนใจ ก็คงไม่เปลี่ยนความตั้งใจเดิม คือไม่เลือกใคร ไม่เลือกทั้งเบอร์ 9 และเบอร์ 16 รวมทั้งไม่เลือกผู้สมัครอิสระคนอื่นๆ ด้วย

แต่ถ้ามีสิ่งหักเห ก็อาจเปลี่ยนใจมาลงคะแนนให้ใครก็ได้

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ทุ่มสุดตัว ฉีกเครื่องแบบการเป็นข้าราชการที่ดี เพื่อช่วยพล.ต.อ.พงศพัศจริงหรือไม่ คนกรุงเทพฯ ตอบคำถามได้

พฤติกรรมของพล.ต.ท.คำรณวิทย์จะกลายเป็นจุดหักเหของกลุ่มพลังเงียบหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกัน

ถ้าไม่มีข่าวพรรคเพื่อไทยบงการตำรวจให้ช่วยพล.ต.อ.พงศพัศ ถ้าไม่มีข่าวพล.ต.ท.คำรณวิทย์สั่งตำรวจทุกท้องที่สนับสนุนเบอร์ 9 กลุ่มพลังเงียบที่ไม่ชอบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ก็คงไม่คิดจะเลือกเบอร์ 16

แต่เมื่อรู้สึกว่า พรรคเพื่อไทยเล่นสกปรก ชกใต้เข็มขัด ทำลายกติกา บงการเจ้าหน้าที่รัฐให้เป็นลูกสมุน และตำรวจทำตัวเป็นขี้ข้ารับใช้นักการเมืองก็อาจมีใจให้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์และหันมาเทคะแนนให้

การเปลี่ยนใจหันมาเทคะแนนให้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไม่ได้เพราะรักเพราะชอบ แต่อาจเห็นใจที่ถูกเล่นนอกกติกา หรืออาจไม่พอใจในพฤติกรรมพรรคเพื่อไทย

และแสดงสัญลักษณ์ของการต่อต้าน โดยลงคะแนนให้ฝ่ายตรงข้าม

หากกลุ่มพลังเงียบเกิดความรู้สึกว่า การหันไปเทคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ โดยถือเป็นการเอามือไปจิ้มขี้ควายสักครั้ง เพื่อตอบโต้พรรคเพื่อไทย และเพื่อความสะใจที่ได้หักหน้าพล.ต.ท.คำรณวิทย์ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.วันที่ 3 มีนาคมนี้ คงประเมินผลแพ้ชนะได้ง่ายขึ้น

เหลืออีกเพียงไม่กี่วันจะเข้าคูหาลงคะแนน ผลการเลือกตั้งก็ยังเป็นสิ่งที่ทำนายยาก แต่ถ้าม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เกิดชนะ พรรคประชาธิปัตย์ก็อย่าลืมแสดงความขอบคุณพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง

เพราะนายตำรวจคนนี้ มีส่วนสำคัญในการเรียกแขกช่วยพรรคประชาธิปัตย์
แผนแม้วยึดกรุง-ไม่เลือกเราเขามาแน่ ใครอยู่ใครไป!!
แผนแม้วยึดกรุง-ไม่เลือกเราเขามาแน่ ใครอยู่ใครไป!!
แต่แล้วจู่ๆเมื่อเจอทีเด็ดจากพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงโค้งสุดท้ายสร้าง “กระแสแห่งความกลัว” ตามถนัดนั่นคือ “สะกิด” อารมณ์โกรธ อารมณ์เกลียดและอารมณ์กลัวของคนกรุงเทพมหานครแท้ๆให้เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์กลียุคในช่วง “เผาเมือง” เมื่อปี 52 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 53 ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของบรรดา “หัวโจก” คนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย ภายใต้คำบงการของ ทักษิณ ชินวัตร นั่นแหละ ซึ่งก็หมายรวมถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันแม้ว่าจะปฏิเสธอย่างไร แต่รับรองว่าในความรู้สึกของคนกรุงเทพฯที่ได้รับความเดือดร้อนไม่มีวันลืมเลือนได้อย่างแน่นอน
กำลังโหลดความคิดเห็น...