xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ทักษิณ วัฒนา กำนันเป๊าะ 3นักโทษหนีคดีที่ไม่มีแผ่นดินอยู่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์- ดูเหมือนว่าปรากฏการณ์ 'นักการเมืองหนีคดี' ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้นจะมีที่มาที่ไปที่ไม่แตกต่างกันมากนัก คือนักการเมืองเหล่านี้มักสร้างฐานะและยศบารมีมาด้วยอำนาจโดยมิชอบและวิธีการอันฉ้อฉล แม้จะรวยล้นฟ้า ก้าวขึ้นมามีตำแหน่งใหญ่โตคับบ้านคับเมือง มีลิ่วล้อบริวารมากมาย แต่สุดท้ายก็ถูกจับได้ไล่ทันและต้องรับโทษทัณฑ์ตามกฎหมาย ต้องหลบหนีลี้ภัยไปกบดานอยู่ในต่างประเทศ แม้มีเงินมากหมายมหาศาล และยังสามารถใช้เงินแผ่อำนาจบารมี แต่ก็ต้องอยู่อย่างไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี และไม่มีแม้แผ่นดินจะอยู่ !!

เห็นได้จาก 3 ผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมือง อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร , วัฒนา อัศวเหม และ สมชาย คุณปลื้ม หรือที่รู้จักกันในนาม 'กำนันเป๊าะ' ซึ่งแต่ละคนล้วนมีจุดจบไม่ต่างกัน เพราะวันนี้เขาทั้งสามต่างก็ต้องร่อนเร่อยู่ในต่างแดนในฐานะ 'นักโทษหนีคดี'

สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดูจะได้รับตำแหน่งนักการเมืองชั่วที่มีผู้คนเกลียดชังมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย อีกทั้งยังรั้งตำแหน่ง 1 ใน 5 นักการเมืองเลวที่สุดในโลก ที่ได้รับการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ www.foreignpolicy.com ของนิตยสาร “ฟอรีน โพลิซี” (Foreign Policy) เครือเดียวกับหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์

ทักษิณเข้าสู่ถนนการเมืองในปี 2537 โดยผันตัวจากนักธุรกิจด้านโทรคมนาคมขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองอย่างรวดเร็ว โดยใช้บารมีทางการเงิน คอนเนกชันทางการเมือง กลยุทธการโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเล่ห์กลชั้นเชิงแบบนักธุรกิจเป็นตัวผลักดัน แต่หลังจากชนะการเมืองตั้ง ได้เสียงข้างมากเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วเขากลับคอร์รัปชั่นโกงกินอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ใช้อำนาจแทรกแซงต่างๆ เพื่อให้สามารถสั่งการทุกอย่างได้ตามอำเภอใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุล เป็นต้นกำเนิดของคำว่า 'ทุจริตเชิงนโยบาย' ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ชาติอย่าามหาศาล จนเกิดกระแสต่อต้านไปทั่ว

สุดท้ายจึงถูก 'รัฐประหาร' ยึดอำนาจ ในวันที่ 19 ก.ย.49 และถูกตรวจสอบกรณีคอร์รัปชั่น จนสุดท้ายศาลมีคำสั่งตัดสินจำคุกใน 'คดีที่ดินรัชดา' เป็นเวลา 2 ปี และให้ยึดทรัพย์ จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังมีคดีทุจริตอื่นๆ ตามมาเป็นหางว่าว ซึ่งที่ผ่านมานั้นทักษิณตัดสินใจหนีคดีตั้งแต่ยังไม่เริ่มกระบวนการตรวจสอบด้วยซ้ำ โดยร่อนเร่ไปหลาย ประเทศ กระทั่งปัจจุบันเขาปักหลักอยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมมิเรตส์ และยังคงสถานะ 'นักโทษหนีคดีคอร์รัปชั่น' จนถึงทุกวันนี้ แต่อาจแตกต่างจากนักการเมืองคนอื่น ตรงที่ นช.ทักษิณคอยปลุกปั่นให้คนมวลชนคนเสื้อแดงที่สนับสนุนเขาลุกขึ้นมาก่อความวุ่นวาย ถึงขั้นเผาบ้านเผาเมือง เพื่อแลกกับการทวงคืนอำนาจ ล้มคดี ซึ่งจะทำให้เขาสามารถกลับเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องรับโทษ

ล่าสุด ทักษิณได้บินจากดูไบมาพำนักที่ฮ่องกง เพื่อรอรับบรรดาลิ่วล้อที่จะแห่แหนไปอวยพรวันเกิดครบรอบ 63 ปี ของเขา ทั้งนี้เพื่อปั่นกระแสสร้างภาพให้เห็นว่าเขายังคงเป็นนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งอยู่ในใจของประชาชนคนไทย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วจะมีแต่เสียงก่นด่าสาปแช่งดังระงมไปทั้งประเทศก็ตาม

ด้าน 'วัฒนา อัศวเหม' มีฉายาว่าเจ้าพ่อปากน้ำ เนื่องเพราะถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เป็น ส.ส.ที่ครองเก้าอี้ จ.สมุทรปราการ ถึง 10 สมัย เป็นอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงมหาดไทย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อดีตหัวหน้าพรรคราษฎร อีกทั้งมีธุรกิจในมือมากมาย ถึง 16 บริษัท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจอาหาร สนามกอล์ฟ ศูนย์ซ่อมรถยนต์ ฯลฯ มูลค่ารวมกว่า 97,000 ล้านบาท

ปัจจุบันดำรงสถานะเป็นนักโทษหนีคดีทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ โดยเมื่อวันที่ 18 ส.ค.2551 ศาลศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาจำคุกนายวัฒนาถึง 10 ปี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่บังคับข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการโดยมิชอบ พร้อมทั้งริบพระเครื่องผงสุพรรณเลี่ยมทองของกลางที่จำเลยใช้จูงใจในคดี

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีรายงานข่าวยืนยันว่า นายวัฒนาหนีคดีไปหลบอยู่ที่ประเทศกัมพูชาของสมเด็จฮุนเซน แต่จนแล้วจนรอด ตำรวจไทยก็ยังมิสามารถนำตัวนายวัฒนากลับมาดำเนินคดีได้

ล่าสุดมีข่าวรายงานว่านายวัฒนาได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกที่วัดเหมอัศววาราม ในเมืองลั่วหยาง ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของมณฑลเหอหนาน ภาคกลางของประเทศจีน เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาหลบหนีคดีทุจริตไปเมื่อ 4 ปีก่อน โดยนายวัฒนาได้ไปร่วมในพิธีฝังลูกนิมิตที่วัดดังกล่าว ซึ่งเป็นวัดพุทธนิกายเถรวาทแห่งแรกที่สร้างขึ้นในประเทศจีน และเป็นวัดที่นายวัฒนาใช้เงินส่วนตัวประมาณ 200 ล้านบาท และใช้เวลาก่อสร้างวัดประมาณ 2 ปี โดยในงานดังกล่าวมีพระธรรมสิทธินายก ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ดำเนินการประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเหมอัศววาราม อีกทั้งว่ากันว่า “สมเด็จเกี่ยว” เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ยังให้การสนับสนุนส่งพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ไปจีนเพื่อดูแลการก่อสร้างด้วย

หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา นายวัฒนาก็ได้ให้สัมภาษณ์กับ 'สำนักข่าวมติชน' ถึงกรณีดังกล่าวว่า เนื่องจากบรรพบุรุษเป็นคนจีนแท้ๆ ประกอบกับคิดถึงประเทศไทย จึงเกิดความคิด จึงโทรศัพท์ไปหาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ซึ่งเป็นลูกศิษย์มา 50 ปี และได้รับคำแนะนำให้สร้างวัดพร้อมให้กำลังใจ

นอกจากนั้นนายวัฒนายังได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ของตนเองว่าที่ไม่ไปขึ้นศาลเพราะทราบล่วงว่าว่าจะถูกตัดสินจำคุก 10 ปี พร้อมทั้งยังได้ปฏิเสธข่าวที่ว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ มาหารือเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง อีกด้วย

“ มีผู้หวังดีโทรมาบอกผมว่าไม่ต้องไปศาลเพราะจะถูกจำคุก 10 ปี โดยเชื่อว่าผมไม่ใช่คนบาป ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครโทร.บอก ในช่วงแรกสภาพจิตใจนั้นก็ย่ำแย่ ต้องพึ่งยา นอนหลับอยู่ซักพัก หลังจากนั้นผมก็เดินทางไปหลายที่ ไปไหนมีเพื่อนฝูงดูแล ขณะเดียวกันมีคนติดต่อให้ผมมารับผิด แต่ผมยืนยันกับคุณมั่น พัธโนทัย ซึ่งสนิทกันว่าผมไม่ได้ทำผิด ตอนนี้ก็คิดถึงประเทศไทย แต่ก็ยังไม่สิ้นหวัง”

ส่วน 'กำนันเป๊าะ' นายสมชาย คุณปลื้ม จัดเป็นนักการเมืองและนักธุรกิจที่กว้างขวางในจังหวัดชลบุรี เคยเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุขที่มีผลงานมากมายจนทำให้ชลบุรีเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและให้การสนับสนุนนักการเมืองจากภาคตะวันออกหลายคน ขณะเดียวกันก็มีข่าวมาตลอดว่ากำนันเป๊าะมีส่วนพัวพันกับธุรกิจสีเทาหลายอย่าง

กำนันเป๊าะนั้นถูกดำเนินคดีทั้งในส่วนคดีคอร์รัปชั่นและคดีจ้างวานฆ่า โดยเมื่อวันที่ 7 เม.ย.2549 ศาลฎีกา ได้ตัดสินจำคุกในคดีทุจริตซื้อที่ดินทิ้งขยะพัทยา หรือคดีเขาไม้แก้ว เป็นเวลา 3 ปี 5 เดือน แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้กำนันเป๊าะไม่มาฟังคำพิพากษา หลายครั้งหลายหน ศาลจึงเห็นควรให้ออกหมายจับ หลังจากนั้น พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผบช.ภาค 2 นำกำลังตำรวจกว่า 20 นาย นำหมายจับเข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรูเลขที่ 3 ซอย 8 ถนนบางแสนล่าง ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ที่พักของกำนันเป๊าะ แต่ไม่พบตัว มีเพียง นางสติล คุณปลื้ม ภรรยาของจำเลยที่ 1 พาตรวจค้นบ้านทุกซอกทุกมุม จากนั้นยืนยันว่านายสมชายออกจากบ้านไปนานกว่า 7 วันแล้วไม่ทราบว่าไปไหน ขณะที่มีกระแสข่าวหนาหูว่ากำนันเป๊าะได้หนีไปกบดานที่ประเทศกัมพูชา

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มี.ค.2555ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ตัดสินจำคุก กำนันเป๊าะในคดีจ้างวานฆ่า นายประยูร สิทธิโชติ หรือ กำนันยูร กำนันตำบลเสม็ด จ.ชลบุรี เป็นเวลา 25 ปี ซึ่งแน่นอนว่ากำนันเป๊าะนั้นไม่ได้มาฟังคำพิพากษาเพราะได้หลบไปกบดานอยู่ในต่างประเทศนานแล้ว

แม้ที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมของไทยยังไม่สามารถนำตัวนักโทษคดีคอร์รัปชั่นทั้ง 3 รายมารับโทษได้ แต่ก็ทำให้รู้ว่าไม่มี 'คนชั่ว' คนใด อยู่เหนือกฎหมาย และ 'กฎแห่งกรรม' ไปได้