xs
xsm
sm
md
lg

ทางตันการเมืองต้องรัฐประหารด้วยหรือ

เผยแพร่:   โดย: ว.ร. ฤทธาคนี

รัฐประหาร คือ หลักการทางรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ เป็นพฤติกรรมจริงทางการเมืองที่ประชาชนต้องยอมรับ เพราะวิถีการเมืองเข้าสู่ทางตัน และมีแนวโน้มที่จะเกิดความฉิบหายขึ้นในประเทศ เช่น ความคิดเห็นของคนในชาติขัดแย้งกันอย่างรุนแรง และพัฒนาสู่การกำลังอาวุธ เพราะต่างฝ่ายไม่สามารถยอมรับข้อเสนอและข้อคิดของอีกฝ่ายหนึ่งได้ หรือพฤติกรรมทางการเมืองของฝ่ายที่บริหารประเทศอยู่นั้น กระทำการชั่วร้าย คดโกง ทุจริตคอร์รัปชัน ใช้อำนาจเกินวิสัยที่ควรปฏิบัติ หรือมีลักษณะใช้อำนาจรัฐข่มเหงรังแกคนในชาติ ใช้อำนาจเผด็จการผูกขาด ขาดความชอบธรรม แม้ว่าอยู่ในกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด หรือเข้าข่ายเผด็จการรัฐสภาซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์ของโลก เช่น ประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรักที่ถูกตัดสินประหารชีวิตไปแล้ว หรือ พ.อ.กัดดาฟี แห่งลิเบีย ที่ถูกประชาชนต่อต้านและสังหารไปแล้ว หรือประธานาธิบดีมูบารัค แห่งอียิปต์ ก็ถูกประชาชนโค่นล้มอำนาจ และถูกนำตัวขึ้นศาลข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน ปัจจุบันประธานาธิบดีแห่งซีเรียกำลังจะถูกโค่นลง มีพฤติกรรมเป็นเผด็จการ

กลุ่มผู้นำที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ชนะการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยมาแล้วทั้งสิ้น อาจจะชนะจากการใช้อำนาจรัฐล้วนๆ หรือการใช้อำนาจเงิน หรือผสมผสานกันทั้งเงินและอำนาจอิทธิพลทางการเมือง แต่พวกเขาก็มาจากการเลือกตั้งตามลักษณะประชาธิปไตย ในประเทศไทยนั้น มีกรณีที่ประชาชนทำรัฐประหารมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 และ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ที่ประชาชนออกมาต่อต้านรัฐบาลและบังคับให้รัฐบาลลาออก แต่การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ก็ยังคงอยู่มิได้เปลี่ยนแปลงไป แต่หากการปกครองลักษณะเช่นนี้จะถูกล้มล้างขจัดไปก็จะเป็นการปฏิวัติ เช่น การปฏิวัติฝรั่งเศสโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. 1917 โค่นล้มราชวงศ์โรมานอฟ และมีการปลงพระชนม์หมู่พระราชวงศ์ของพระเจ้านิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย

ในเชิงประวัติศาสตร์นั้น การปฏิวัติฝรั่งเศสมีการรัฐประหารแย่งอำนาจด้วยกันหลายครั้งในหมู่ชนชั้นปกครองของคณะปฏิวัติ มีการสังหารล้มล้างอำนาจของอีกฝ่ายหนึ่งที่มีแนวคิดขัดแย้งกัน แต่ช่วงหนึ่งเรียกว่ายุคหฤโหดความเด็ดขาดตกอยู่กับกลุ่มจาโกแบงที่มีแมกซิมิเลียน โรเบิร์ตสแปร์ เป็นหัวหน้า นายคนนี้เป็นหัวหน้าการ์ดของกลุ่มจาโกแบงในคณะปฏิวัติฝรั่งเศส ใช้หลักความเหี้ยมโหดในการรักษาอำนาจการปฏิวัติ เพื่อข่มขู่ให้ฝ่ายที่ต่อต้านขัดแย้งเกรงกลัว เขาได้สังหารเพื่อนร่วมการปฏิวัติมาด้วยกันนับร้อยคน รวมทั้งฆ่าคนบริสุทธิ์เป็นหมื่นศพ แต่ในที่สุดกรรมตามสนอง เขาก็ถูกฆ่าตายเช่นกัน

กรุงปารีสในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศสนั้น อยู่ในสภาพที่ไร้ขื่อแป คนที่อ้างอำนาจปฏิวัติก็กระทำการชั่วร้าย ทารุณ เหี้ยมโหด และคดโกงจนไม่มีใครไว้ใจใคร

ภาวการณ์เช่นนั้น ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านหันมาหาหนทางที่จะยึดครองฝรั่งเศส เช่น อังกฤษ เยอรมนี และอิตาลี แต่ฝรั่งเศสก็ยังคงมีกองทัพประจำการอยู่ และคณะกรรมาธิการการปฏิวัติก็ออกคำสั่งให้กองทัพออกไปสู้รบ และหลายครั้งก็มีอาสาสมัครจากกองทัพปฏิวัติร่วมไปด้วย โดยมีนโปเลียนเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร นำกองทหารเข้าสู้รบกับศัตรูที่รุมกันทึ้งฝรั่งเศส

ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้นโปเลียนทำการยึดอำนาจรัฐ และเข้าบริหารประเทศ และเพื่อให้เกิดความเด็ดขาด จึงสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิกอบกู้ศักดิ์ศรีของฝรั่งเศสให้เป็นมหาอำนาจอีกครั้งหนึ่ง

แต่ที่สำคัญยิ่ง นโปเลียนสามารถสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับประชาชนฝรั่งเศส และมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ โดยคำนึงถึงความปรองดองและสันติสุขในสังคม ยุติการฆ่าสมาชิกราชวงศ์และชนชั้นสูงที่ต่อต้านการปฏิวัติ ซึ่งพวกอนาธิปไตยหัวรุนแรงมองว่าเป็นศัตรูของสังคม รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสที่นโปเลียนเขียนขึ้นมานี้ เรียกว่า “รัฐธรรมนูญแห่งนโปเลียน” หรือ “Napoleon Codes” ซึ่งเป็นกฎหมายที่สร้างความเป็นธรรมในสังคม

นโปเลียนได้สร้างกองทัพฝรั่งเศสขึ้นมาใหม่ และแผ่อำนาจออกไปจนกลายเป็นความหวาดระแวงของมหาอำนาจยุโรป ทำให้อังกฤษ เยอรมนี และยุโรปตะวันตก รวมตัวเป็นพันธมิตรปราบปรามนโปเลียน ซึ่งบอบช้ำมาจากการบุกกรุงมอสโก แต่พ่ายแพ้กลับมา อันเป็นผลนำสู่การล่มสลายของจักรพรรดินโปเลียนที่วอเตอร์ลู ที่กองทัพนโปเลียนพ่ายแพ้ต่อเวลลิงตันแห่งอังกฤษ และบูเคอร์แห่งเยอรมนี และกลุ่มผู้บริหารฝรั่งเศสใหม่เซ็นสัญญาสงบศึกกับอังกฤษ และจับตัวนโปเลียนปล่อยเกาะเซนต์เฮเลนา

อย่างไรก็ดี การรัฐประหารของนโปเลียนทำให้ฝรั่งเศสคืนสู่ภาวะปกติ นโปเลียนจัดระบบการเงินฝรั่งเศสใหม่ สร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับฝรั่งเศส และมีการสร้างเส้นทางคมนาคมทุกสายมุ่งสู่กรุงปารีสมีลักษณะเหมือนใยแมลงมุม ทำให้ฝรั่งเศสฟื้นตัวจากภาวะบ้านแตกสาแหรกขาด

ประเทศไทยมีการรัฐประหารมาแล้วประมาณ 24 ครั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ เป็นกบฏไปก็หลายครั้ง และแต่ละครั้งนั้นเป็นเรื่องต้องศึกษาถึงสาเหตุในการก่อการรัฐประหารหรือก่อการกบฏ เช่น รัฐบาลพระยามโนปกรณ์นิติธาดา อันเป็นรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็ถูก พ.อ.พระยาพหลพลพยุหะเสนา ทำการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2475 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั่นเอง สาเหตุหลักก็เพราะรัฐบาลพระยามโนปกรณ์นิติธาดา อ่อนแอ ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ทางการเมืองได้

กบฏที่เป็นจุดเปลี่ยนและเป็นบทเรียนสำคัญของคนไทยนั้น ก็คือกบฏบวรเดช พ.ศ. 2476 เมื่อกองทัพแตกแยกกันและสู้รบกันเอง หรือกบฏวังหลวง และกบฏแมนฮัตตันก็มีลักษณะคล้ายกัน

ครั้งสุดท้ายของรัฐประหารในประเทศ ก็คือรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งยังไม่มีข้อยุติ เพราะฝ่ายทักษิณกล่าวหาว่าเป็นต้นตอของการแตกแยกในสังคมไทย ขณะที่คนหลายฝ่ายมุ่งไปที่ตัวทักษิณเองว่าเป็นต้นเหตุของการรัฐประหาร และความแตกแยกของสังคม

เหตุการณ์ความรุนแรงจากการที่ทักษิณใช้ “การปฏิวัติประชาชน” เพื่อการเปลี่ยนแปลงการบริหารประเทศ และเพื่อลบล้างความผิดของตัวเอง

ความวุ่นวายทางการเมืองในเมืองไทยขณะนี้ ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต เมื่อรัฐบาลหุ่นของทักษิณพยายามทุกวิถีทางที่จะฟอกความผิดของทักษิณให้หมดไป และกรุยทางให้ทักษิณได้กลับเข้ามาปกครองประเทศใหม่ ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญแบบยกร่างใหม่ ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 ซึ่งแท้จริงแล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 นั่นเอง

การใช้อิทธิพลทางการเมืองเสียงข้างมากกดดันกลไกการเมืองและองค์กรอิสระของประเทศ ทั้งยังสามารถกำหนดแนวทางจัดตั้ง ส.ส.ร.ขึ้น เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยเฉพาะ

คุณสมบัติของ ส.ส.ร.ซึ่งจะต้องเป็นกลุ่มคนที่มีวุฒิภาวะ ความรอบรู้ และต้องเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ ปราศจากคดีความใดๆ มาเลย เพราะคนที่เคยทำความผิด ถึงแม้จะกลับตัวแล้วก็ตาม แต่ทำไมเราไม่เลือกคนที่ไม่เคยทำความผิดมาก่อนจะไม่ดีกว่าหรือ เพราะเรายังมีคนให้เลือกอีกเป็นสิบๆ ล้านคน แต่เจตนารมาณ์ของรัฐบาลปูแดงนั้นต้องการกลุ่มบุคคลที่เป็น “หน้าม้า” ส.ส.ร.สายทักษิณทั้งสิ้น เข้ามาร่างกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของทักษิณเอง

การจัดสรรเงินให้กับคนเสื้อแดง 7.75 ล้านบาท โดยไม่คำนึงถึงหลักนิติศาสตร์และความถูกต้องชอบธรรม รวมทั้งความเสมอภาค

กลุ่มอนาธิปไตยฮึกเหิม ลามปามอย่างไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ จาบจ้วงสถาบัน โดยมีแผนยุทธศาสตร์ที่จะกดดันสถาบันอย่างต่อเนื่อง ด้วยมีคณะนิติราษฎร์เสนอการล้มล้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้สัมฤทธิผลซึ่งอาจจะนำไปสู่การขยายตัวอย่างอื่นได้

ตัวแปรเหล่านี้ทำให้เกิดกระแสความคิดว่าทหารจะปฏิวัติ และกลุ่มที่กุข่าวนี้ก็เป็นพวกเสื้อแดง ที่ต้องการกดดันทหาร ทำลายความเชื่อที่ประชาชนมีต่อทหาร เพราะเมื่อน้ำท่วมใหญ่นั้นทหารเป็นวีรบุรุษในสายตาของประชาชนคนไทย

การทำรัฐประหารในปัจจุบันนี้นั้น เป็นสิ่งที่กระทำได้ยากยิ่งกว่าในอดีต เพราะเทคโนโลยีการสื่อสาร กระแสพายุไซเบอร์ ยูทูบ การกระจายเสียงผ่านช่องทางการสื่อสารคมนาคมทางดาวเทียมกระทำได้อย่างมีอิสระมากขึ้น เทคนิคการดักฟัง การโฆษณาชวนเชื่อ และการทำสงครามสารสนเทศ เป็นต้น

นอกจากนี้ภาวะสิ่งแวดล้อมของสังคมและพื้นที่ในกรุงเทพฯ ไม่เอื้ออำนวยต่อการเคลื่อนกำลังทหารเข้าควบคุมพื้นที่ทางยุทธวิธีได้เหมือนแต่ก่อน

หากทหารฝ่ายใดกระทำรัฐประหารล้มเหลวก็จะเป็นกบฏ และในคราวนี้รัฐบาลและกลุ่มอนาธิปไตยคงไม่ให้อภัย จะต้องมีการลงโทษอย่างสาสม เพื่อให้ทหารหลาบจำ

ดังนั้น นายทหารทุกระดับตั้งแต่ผู้บังคับกองร้อย กองพัน ผู้บังคับการกรม และผู้บัญชาการกองพล ต่างก็ต้องชั่งใจถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมาหากกระทำการไม่สำเร็จ เพราะว่าภาวะแวดล้อมในปัจจุบันที่กลุ่มคนเสื้อแดง มีลักษณะเหมือนการ์ดของรัฐบาลปูแดง ปกป้องการรัฐประหาร ทำให้ทหารมองชัดเจนว่าการรัฐประหารนำสู่การนองเลือดอย่างแน่นอนและรุนแรง และเมื่อเกิดการสู้รบแล้วยุติยาก เพราะหาผู้ประสานงานยาก ไม่เหมือนการรัฐประหารโดยทหารบางส่วน เมื่อเกิดการต่อต้านกันก็จะยุติได้ง่าย เพราะมีผู้ประสานให้ฝ่ายหนึ่งยุติการสู้รบได้

รัฐประหารจึงเป็นยาดำที่กินไม่ได้ง่ายๆ เสียแล้ว แต่เงื่อนไขที่ทหารและประชาชนส่วนหนึ่งยอมรับไม่ได้ ก็คือการสูญเสียระบอบการปกครองที่เป็นวัฒนธรรมทางการเมืองที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับประเทศไทย หรือระบอบการปกครองที่คนไทยส่วนหนึ่งมองเห็นว่าอนาคตของชาติจะมืดมน และถูกปกครองด้วยทุนนิยมสามานย์ผูกขาด

ปัจจุบันนี้ผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ได้มีการรวมตัวกัน และประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน อันเป็นนิมิตหมายที่ดีของชาติ
กำลังโหลดความคิดเห็น...