xs
xsm
sm
md
lg

จากฮัมมูราบี ถึงทักษิณมหาราษฎร์

เผยแพร่:   โดย: ปราโมทย์ นาครทรรพ

“The royal power, however, can only pardon when private resentment is appeased.”

“พระราชอำนาจในการอภัยโทษนั้น จะทรงใช้ได้ต่อเมื่อความไม่พอใจของประชาชนได้ถูกรำงับไปจนหมดสิ้นแล้ว”

BABYLONIAN LAW--The Code of Hammurabi.

By the Rev. Claude Hermann Walter Johns, M.A. Litt.D.

From the Eleventh Edition of the Encyclopedia Britannica, 1910-1911(http://www.sacred-texts.com/ane/ham/ham02.htm)

ท่านผู้อ่านที่เคารพ โปรดอย่านำเรื่องนี้ไปปะปนสับสนกับฮัมบาลี ซึ่งถูกรัฐบาลทักษิณรุมจับเมื่อเดือนกันยายน 2546 แล้วรีบส่งตัวไปเอาหน้ากับเงินสินบนจากรัฐบาลอเมริกัน โดยไม่คำนึงถึงเอกราช (ทางศาล) ของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ หรือการแก้แค้นในภาคใต้ที่จะตามมา (สนใจโปรดอ่านwww.ryt9.com/s/bmnd/666553) ขณะนี้ได้ข่าวว่าโอบามาปล่อยตัวฮัมบาลีไปเรียบร้อยแล้ว

ส่วนพระเจ้าฮัมมูราบีเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิบาบิโลเนียที่มีวัฒนธรรม อำนาจและความรุ่งเรืองสูงสุดในโลกเกือบ 1,800 ปีก่อนคริสตกาล

มีหลักฐานในศิลาจารึกซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกของโลก พระเจ้าฮัมมูราบีทรงร่างและสั่งให้รวบรวมขึ้น จึงได้ชื่อว่าประมวลกฎหมายฮัมมูราบี (Hammurabi Code)

ใครจะนึกบ้างว่าประมวลกฎหมายฮัมมูราบีมีตอนหนึ่งเกี่ยวกับการอภัยโทษที่อาจนำมาประยุกต์ใช้ได้ในสมัยพระเจ้าทักษิณมหาราษฎร์ ใน ค.ศ. 2011 ซึ่งกาลเวลาได้ล่วงเลยมาแล้วเกือบ 4,000 ปี

ปรัชญาและหลักการอภัยโทษของกฎหมายฮัมมูราบียังคงทันสมัยและนำมาใช้ได้อยู่จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ผู้นำใช้นั้นอาจจะไม่รู้แล้วว่ากฎหมายนั้นมีต้นตอมาจากไหนตั้งแต่เมื่อไร

หลักของการอภัยโทษของพระเจ้าฮัมมูราบีให้คำนึงถึงความยุติธรรมระหว่างคู่กรณี โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับความเสียหายเพราะการกระทำล่วงละเมิด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของสังคมด้วย

ตัวอย่างเช่น กรณีภริยามีชู้ กฎหมายกำหนดโทษให้นำทั้งภริยาและชายชู้ไปถ่วงน้ำเสีย ยกเว้นแต่สามีจะยินดียกโทษให้ภริยา

ศาลหรือรัฐก็มีอำนาจอภัยโทษให้ชายชู้ได้ เป็นต้น

กฎหมายฮัมมูราบีกำหนดการกระทำผิดที่จะได้รับการอภัยโทษไว้หลายกรณี แต่ในกรณีที่จำเป็นจะต้องใช้พระราชอำนาจ พระเจ้าฮัมมูราบีได้ทรงบัญญัติไว้ด้วยว่า การใช้พระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษนั้นจำต้องคำนึงถึงจิตใจและการยอมรับของส่วนรวม ว่าประชาชนจะรับได้หรือรับไม่ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ปรากฏอยู่ในเอกสารของ the Rev. Claude Hermann Walter Johns, M.A. Litt.D.ที่ผมนำมาแสดงในตอนต้นบทความว่า

“The royal power, however, can only pardon when private resentment is appeased. พระราชอำนาจในการอภัยโทษนั้นจะทรงใช้ได้ต่อเมื่อความไม่พอใจของประชาชนได้ถูกรำงับไปจนหมดสิ้นแล้ว”

ผมขอเตือนสติรัฐบาล ผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้านการอภัยโทษด้วยคติโบราณของพระเจ้าฮัมมูราบีข้างต้นนี้ด้วย

ผมเชื่อว่าได้มีแผนและการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่พ.ต.ท.ทักษิณได้รับคำพิพากษาและหนีคุก ที่จะช่วยลบล้างกฎหมายเพื่อยกประโยชน์ให้ทักษิณและพวกพ้อง จนเป็นเหตุให้บ้านเมืองสูญเสียและเสียหายวุ่นวายมาจนถึงปัจจุบัน ความไม่พอใจของผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้านการเคลื่อนไหวของทักษิณกำลังยกระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จวนจะถึงจุดระเบิด และหากระเบิดขึ้นเมื่อใดเมืองไทยจะได้เห็นความดุร้ายเหี้ยมโหดโคตรถ่อยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ผมอยากจะเล่าให้ฟังถึงทหารของชาติคนหนึ่งที่ปรารภกับผมว่า มันเป็นเรื่องน่าเศร้าสุดๆ ที่ประเทศไทยตกอยู่ในสถานการณ์แบบที่ทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเดือดร้อนระคายเคือง ดูเหมือนต่างก็จะไม่มีทางเลือกด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

ยกเว้นคนคนเดียวที่สามารถเลือกได้ว่าเขาจะตายที่ไหน เมื่อไร จะตายร้ายหรือตายดี ตายแล้วให้คนสาปแช่งไปทั้งโคตรหรือจะให้คนรุ่นหลังสรรเสริญจดจำไปชั่วกาลนาน (ยังมีต่อ)
กำลังโหลดความคิดเห็น...