xs
xsm
sm
md
lg

ระบบเตือนภัย ... ล้มเหลวหรือไม่เคยมี

เผยแพร่:   โดย: ชัยพันธุ์ ประภาสะวัต

ลกกำลังเปลี่ยนไปและอาจจะไม่กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง มนุษย์ต้องเผชิญกับภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่เราพยายามศึกษาและเรียนรู้เพื่อป้องกันภัยทั้งหลาย แต่กระนั้นก็ยังไม่อาจรับมือกับหายนะที่เกิดขึ้นได้

เราเปลี่ยนจากการใช้ถ่านและฟืนในการหุงต้มอาหารมาเป็นแก๊ส LPG จนกระทั่งวันที่เกิดเหตุการณ์รถแก๊สพลิกคว่ำ และระเบิดขึ้นบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เราจึงได้เรียนรู้ว่ารถแก๊สที่ปล่อยให้วิ่งโดยเสรีไปทั่วเมืองนั้น มันคือระเบิดเคลื่อนที่ดีๆ นี่เอง เราสร้างตึกสูงมากมาย แต่รถดับเพลิงที่เรามีอยู่กลับใช้ดับไฟได้เพียงแค่ตึกที่มีความสูงไม่เกิน 10 ชั้น ส่วนระบบป้องกันเพลิงไหม้บนอาคารสูงหลายแห่งนั้น เมื่อถึงเวลาที่เกิดเหตุจริงๆ มักพบว่าระบบขัดข้อง หรือไม่สามารถใช้การได้เต็มประสิทธิภาพตามที่ควรจะเป็น เมื่อเกิดแผ่นดินไหว เราไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดสึนามิตามมา เมื่อรู้ตัวก็เกิดความเสียหายอย่างยับเยินทั้งชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล

เมื่อเกิดฝนตกหนัก แผ่นดินถล่ม บ้านเรือนพังเสียหาย มีผู้สูญหายและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากที่จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังจากนั้นเราจึงมาคิดสร้างระบบเตือนภัย ในอดีตเราเคยมีหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งต่อมาถูกยกเลิกไป ปัจจุบันเรามีศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แต่ทำไมยังเกิดเหตุแผ่นดินถล่มทับคนตาย บ้านเรือนเสียหายซ้ำซากที่อุตรดิตถ์อีก ทำไมจังหวัดเชียงใหม่บ้านเกิดของนายกฯ ถึง 2 คน จึงยังต้องประสบอุทกภัยครั้งรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยไม่มีการเตือนภัยที่เชื่อถืออย่างเป็นระบบ รัฐบาลซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จ คุมสื่อรัฐในมือทั้งหมดเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่เคยมีประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ หากระบบดังกล่าวซึ่งลงทุนไปนับร้อยนับพันล้านทำงานได้ผลและไม่ถูกหลอก เช่นเดียวกับที่คนกรุงเทพฯ ถูกหลอกเรื่องกล้องวงจรปิด

เจ็บกระดองใจแทนประชาชนคนไทยทั้งหลายที่ประสบชะตากรรมซ้ำซากกันอยู่โดยไม่ทันตั้งตัว เพราะหลงเชื่อว่ารัฐจะเป็นผู้ดูแลเราได้ สามารถเตือนภัยล่วงหน้าและบอกข้อเท็จจริงถึงสาเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงไปตรงมา

เมื่อ 6 ปีที่แล้ว หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ อดีตนายกฯ ผู้พี่ของคุณยิ่งลักษณ์ได้ลงไปบัญชาการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง รับปากและสั่งการให้จัดระบบเตือนภัยให้คนเชียงใหม่ จัดให้มีสถานีตรวจวัดน้ำตามจุดต่างๆ เป็นระยะตั้งแต่เชียงดาวมาจนถึงตัวเมืองเชียงใหม่ จนกระทั่งมาถึงวันนี้พูดได้เลยว่าระบบนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แม้ผู้ที่รับผิดชอบจะออกมาอ้างว่าได้เตือนภัยแล้วแต่ประชาชนประมาท ไม่เชื่อฟังเอง จุดนี้คงต้องย้อนกลับไปถามตัวท่านเองว่าทำไมชาวบ้านเขาจึงไม่เชื่อ ทั้งๆ ที่อดีตนายกฯ ก็เป็นหัวหน้าเสื้อแดง นายกเทศมนตรีก็เสื้อแดง ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมส่วนใหญ่ก็เป็นเสื้อแดง เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่ยอมฟังกัน

แม้แต่โรงเรียนเรยีนาเชลีที่คุณยิ่งลักษณ์เคยเรียนนั้นก็ถูกน้ำท่วมเสียหายเช่นกัน ทั้งซิสเตอร์ และครูบาอาจารย์เก่าแก่ก็เดือดร้อน เหตุใดจึงไม่ไปดูแลเอง กลับส่งรัฐมนตรีท่านอื่นไปแทน ทั้งที่อุตส่าห์ขึ้นป้ายแสดงความยินดีกับการรับตำแหน่งของคุณยิ่งลักษณ์กันเต็มบ้านเต็มเมือง ตอนนี้พอถึงเวลาที่ชาวบ้านมีความทุกข์เดือดร้อนกลับหายหัว ผิดกับเมื่อตอนที่ท่านไปอ้อนขอคะแนนเสียงจากพวกเขา คนที่นั่นเขาฝากมาถามว่า “บ่ปิ๊กบ้านก๋า”

ข้าราชการและนักการเมืองไทยแก้ปัญหาไปวันๆ เพียงแค่ขอให้พ้นเหตุการณ์วันนี้ไป ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม ภัยพิบัติทั้งหลายจึงเกิดขึ้นซ้ำซาก ทั้งที่เชียงใหม่ โคราช หาดใหญ่ ก็อาจเกิดขึ้นได้อีก ทั้งที่เป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือประเทศไทยคือกรุงเทพฯ เท่านั้นที่ต้องรักษาไว้ เอาให้อยู่นะครับท่านผู้ว่าฯ กทม. และคุณยิ่งลักษณ์

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนแก้ไขปัญหาระยะยาว และการสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องบูรณาการร่วมกัน คำพูดสวยหรูที่พูดกันมานาน แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย กรมชลประทานยังคงขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตรฯ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก็ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย กรมอุตุนิยมวิทยา ศูนย์สารสนเทศทางภูมิศาสตร์ก็ไปอยู่กับกระทรวงอื่น ข้าราชการแต่ละกรมกองก็ฟังแต่นายของตัวเอง นักการเมืองที่เข้าไปบริหารงานแต่ละกระทรวงก็ไม่ได้มีความรู้และความเข้าใจในหน่วยงานที่ต้องดูแล ทำให้บรรดาข้าราชการบางส่วนดูถูกดูแคลนเอาว่าโง่และดีแต่โกง ในขณะที่ข้าราชการขี้ฉ้อก็จ้องจะหาโอกาสเข้าไปรับใช้ใกล้ชิดเพื่อชี้ช่องทางแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการต่างๆ มันวังเวงยิ่งนักกับสภาพซ้ำซากที่เกิดขึ้นและหาหนทางออกไม่ได้

หากระบบเตือนภัยในญี่ปุ่นไม่ดีพอ เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยครั้งใหญ่เมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้น อาจคร่าชีวิตผู้คนไปนับแสน แต่ที่นั่นผู้คนของเขาเชื่อในระบบเตือนภัยที่พวกเขาเองมีส่วนร่วมด้วย ความสูญเสียจึงนับว่าน้อยทั้งที่ระดับความรุนแรงสูง เมื่อเทียบกับที่เฮติหรือที่มณฑลเสฉวนของจีนซึ่งไม่ได้มีการเตือนภัยล่วงหน้า หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาที่ญี่ปุ่นมีความแม่นยำค่อนข้างมาก สถานีโทรทัศน์แต่ละแห่งแข่งขันกันเสนอการพยากรณ์อากาศ เพราะดินฟ้าอากาศนั้นมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นเป็นรายวันและรายชั่วโมง ซึ่งการพยากรณ์พื้นที่และเวลาที่ฝนตกจะค่อนข้างแม่นยำและเชื่อถือได้ ชาวประมงจะงดออกจากฝั่งในวันที่มีพายุ แม่ค้าจะลดปริมาณของที่นำมาขายลงในวันที่ฝนตกหนักหรือหิมะตก ทั้งที่เทคโนโลยีด้านการพยากรณ์อากาศนี้ก็สามารถทำได้เหมือนกันทั่วโลก แต่เหตุใดไทยจึงทำไม่ได้

เมื่อ 10 ปีก่อนที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นก็เคยเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้ว บ้านเรือนพังพินาศเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตนับหมื่น แต่ปัจจุบันพวกเขาก็ยังไม่เคยลืม ยังคงจัดงานรำลึกและให้ความรู้ด้านระบบเตือนภัยแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีวิทยากรคอยแนะนำว่าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งเตรียมการป้องกันและรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ก็ได้ มีกฎหมายควบคุมการก่อสร้างบ้านเรือน อาคาร และตึกสูงให้สามารถต้านแรงสั่นสะเทือนได้ในระดับหนึ่ง โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นโครงเหล็กและผนังกันไฟที่ทำจากวัสดุมีน้ำหนักเบาแต่คงทน มีศูนย์เตือนภัยพิบัติของเมืองและมีการซ้อมแผนรับภัยพิบัติร่วมกันทุกปี มีศูนย์พักพิงบนภูเขาใกล้กับตัวเมืองที่สามารถรองรับผู้คนได้ไม่น้อยกว่า 3 หมื่นคน น้ำใต้ดินถูกสำรองไว้ พร้อมทั้งอาหาร น้ำดื่ม และระบบแสงสว่างที่เตรียมการไว้อย่างมีระบบ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ผมได้เห็นแล้วรู้สึกอนาถใจกับบ้านเราที่ไม่เคยเตรียมการอะไรแบบนี้เลย ข้าราชการไทยจำนวนมากก็มีโอกาสได้มาดูงานที่นี่ แต่กลับมาแล้วก็ไม่ได้นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เบิกงบไปดูงานเพียงเพื่อไปกิน เที่ยว และหาความสำราญ

ถ้าหากเกิดเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ หรือแผ่นดินไหวรุนแรงในกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร ตึกสูงจำนวนมากอาจถล่มลงมา บ้านเรือนประชาชนพังพินาศ รถไฟฟ้าใช้การไม่ได้ การจราจรเป็นอัมพาต น้ำประปาไม่ไหล ไฟฟ้าดับ เกิดเหตุจลาจลวุ่นวายตามมา เราจะรับมือกันอย่างไร ใครจะเป็นคนสั่งการ หากนายกฯ เป็นลมตาย ผู้ว่าฯ ถูกกล้องวงจรปิดตกใส่อาการสาหัส บรรดาทหาร ตำรวจ แพทย์ พยาบาล รวมถึงประชาชนทั่วไปจะต้องทำอย่างไร เรายังไม่เคยได้ยินแผนการเตรียมรับมือหรือป้องกันภัยเหล่านี้อย่างเป็นระบบและเปิดเผยต่อประชาชนมาก่อนเลยในประเทศไทย ...เรื่องแบบนี้ควรให้ความสำคัญและควรใส่ใจมากกว่าที่จะพยายามดิ้นรนหาทางนิรโทษกรรมให้กับคนคนเดียวเสียอีก
กำลังโหลดความคิดเห็น