xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

'มาร์ค'เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ บ้อท่าแก้ปัญหาภัยพิบัติใต้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - สถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้เข้าขั้นวิกฤตหนักหน่วงเป็นประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าเกิดอาเพศอะไรขึ้นกับประเทศไทย ทั้งที่ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมซึ่งปกติเป็นฤดูร้อน แต่กลับต้องมาเจอปรากฏการณ์ฝนตกอย่างหนักจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ประสบภัยพิบัติรวมกว่า 7 จังหวัด ประกอบด้วยนครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง ชุมพร กระบี่ และสงขลา

แต่ดูเหมือนว่าบทเรียนที่เคยเกิดขึ้นในเรื่องปัญหาน้ำท่วมที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา จะไม่ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จำไปใช้เป็นบทเรียนหรือเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาเสียด้วยซ้ำ เพราะนายอภิสิทธิ์มิได้บัญชาการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที

นายอภิสิทธิ์ผู้ได้รับฉายาว่า “มาร์คโพเดียม” หรือ “มาร์คดีแต่พูด” ก็ยังคงดำรงสถานะของตนเองได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย โดยให้สัมภาษณ์เพียงว่า ได้ประสานให้ส.ส.ที่รับผิดชอบรายงานสถานการณ์น้ำท่วมให้ทราบเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะสั่งการให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรับหน้าเสื่อด้วยการประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีการตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งก็ไม่พ้นด้วยการใช้วิธีแก้ปัญหาเดิมๆ นั้นก็คือได้แต่เพียงส่งใบหน้าหล่อๆ โดยจะวีดีโอคอนเฟอเรนซ์กับจังหวัดที่เกิดประสบอุทกภัยเพียงเท่านั้น

แถมแทนที่นายอภิสิทธิ์จะตัดสินใจลงไปในพื้นที่ทันทีนับตั้งแต่ทราบเรื่อง แต่กลับทอดเวลาออกไปจนถึงวันที่ 30 มี.ค.ถึงได้ลงไปในพื้นที่ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังขรมขึ้นถึง “ภาวะผู้นำ” ของนายอภิสิทธิ์ ทั้งๆ ที่ถ้าจะว่าไปแล้ว พื้นที่ที่ประสบภัยคือฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ที่ตัวเองเป็นหัวหน้าพรรคอยู่อีกต่างหาก จนนายเทพไท เสนพงศ์ โทรโข่งส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ต้องแก้ตัวพัลวันด้วยการออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ว่า ยังไม่จำเป็นที่นายกฯจะต้องลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพราะปัญหาเพิ่งเริ่มเกิดขึ้น และรอฟังรายงานจากผู้รับผิดชอบในพื้นที่ และในวันอังคารนี้ จะมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือ ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ นายกฯจะหาโอกาสลงไปด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เพราะนายกฯยังมีปัญหาอื่นที่จะต้องแก้ไขอีกหลายส่วน เช่น เรื่องเเผ่นดินไหวในภาคเหนือ จึงได้ใช้วิธีการวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากศูนย์ป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติมายังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่มีปัญหาแล้ว”

และเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักเข้า นายเทพไทก็ทวีตข้อความแก้ตัวอีกครั้งว่า "นายกฯตั้งใจจะลงพื้นที่น้ำท่วมในวันพรุ่งนี้ (29 มี.ค.) ด้วยซ้ำไป แต่ติดประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาJBCเลยต้องเปลี่ยน"

เชื่องช้าเสียจนทำให้ นช.ทักษิณ ชินวัตร ตีกินด้วยการทวีตข้อความเหน็บแนมว่า "น้ำท่วมทั้งนครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง กระบี่ มาหลายวัน ผมทราบว่านายกฯ เพิ่งจะว่างลงไปวันนี้ ผมอยากจะขอให้ท่านนายกฯ มอบหมายรัฐมนตรีไปอยู่ประจำที่จังหวัดละคนเพื่อแก้ปัญหาโดยด่วนเหมือนช่วงที่เกิดสึนามิ เพราะระยะหลังนี้น้ำท่วมทีไร ตายกันเยอะมากผมเป็นห่วงครับ ผมขอฝากความห่วงใยมาด้วยครับ"

แถมเมื่อลงพื้นที่ไป นายอภิสิทธิ์เหมือนอยู่ในสภาพหลุดหลงจากสภาพความจริง เพราะ ไปแจกของให้ชาวบ้านเหยื่อภัยพิบัติธรรมชาติในภาคใต้ ยังใส่เสื้อสีขาวแขนยาว เป็นคุณหนูผู้ดีตีนแดง ตะแคงตีนเดิน

นอกจากนี้ ยิ่งน่าเศร้าเข้าไปอีกเพราะเหตุการณ์ภัยพิบัติภาคใต้ในครั้งนี้ ยังได้ฉายภาพความอ่อนแอปวกเปียกของรัฐบาลซึ่งมิใช่แค่นายอภิสิทธิ์ และบรรดาพรรคประชาธิปัตย์ เพียงอย่างเดียว เพราะในขณะที่เกิดภัยพิบัติในวันแรกๆ ในขณะที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนไปทุกย่อมหญ้า คนระดับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยอย่าง นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีคำขวัญประจำกระทรวงที่ต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชน ยังได้ให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีมึนงงว่า" มีน้ำท่วมด้วยเหรอ" และกล่าวต่อว่า ทางภาคใต้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยไปช่วยดูแลอยู่แล้ว มีการวางแผนไว้เรียบร้อยแล้วในการรับมือเหตุอุทกภัย วาตภัยหรือภัยแล้ง

ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ แม้เวลาจะผ่านและล่วงเลยไปหลายวัน แต่ภาพความเป็นจริงก็คือ ณ ขณะนี้ชาวบ้านยังคงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และมีแนวโน้มตัวเลขความเดือดร้อนของประชาชน รวมไปถึงความเสียหายของเศรษฐกิจจะมีมากขึ้นตามระดับความรุนแรง โดยเฉพาะในหลายพื้นที่การส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารลงไปก็ประสบปัญหาเรื่องเส้นทาง ซึ่งไม่ได้คุ้นเคยพื้นที่จึงเกิดความล่าช้าเนื่องจากไม่มีการเตรียมการอย่างเป็นระบบมาก่อนนั้นเอง กล่าวโดยสรุปก็คือ ไม่ทันต่อการเยียวยาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ประสบภัย

ดังนั้น การตัดสินใจแก้ไขปัญหาครั้งนี้ของนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้เฉียดกับวาทกรรมอันสวยหรูที่ตนเองเคยพูดไว้เลยว่า "ประชาชนต้องมาก่อน" เลยแม้แต่น้อย เพราะขนาดว่าพื้นที่ประสบภัยพิบัติเป็นพื้นที่ในภาคใต้ที่มีบรรดาส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์เป็นเจ้าของพื้นที่แท้ๆ ก็ยังปล่อยให้เกิดปัญหาร้ายแรงขนาดนี้

ด้วยเหตุนี้ จึงอาจได้กล่าวว่าภัยพิบัติครั้งนี้ได้ช่วยซ้ำเติมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะให้ตายไปในทางการเมืองอีกครั้งก็ไม่ผิดนัก โดยที่นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์มิอาจไปโทษใครได้