xs
xsm
sm
md
lg

รัฐประหาร 53 ใครจะกล้าทำ

เผยแพร่:   โดย: สำราญ รอดเพชร

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แต่ยืนยันว่าอาวุธที่ยิงถล่มชนต้นไม้ตกใส่มหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนครเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 13 ก.พ. 2553 คือเอ็ม 79 แน่นอน แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือใคร เช่นเดียวกับ กอ.รมน.ก็บอกว่าไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนทำ..

อย่าว่าแต่ตำรวจและ กอ.รมน.เลย งานนี้เป็นงานแรกที่แม้แต่ เสธ.แดง-พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล คนดังก็มึนตึ้บ..จากเดิมที่สามารถรู้ล่วงหน้าแทบทุกงานว่าจะมีการยิง แต่หนนี้ต้องตั้งหลักวิเคราะห์ความเป็นไปได้ถึง 3 -4 แนวทาง ต่างจาก สุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ ฟันธงหลังเหตุการณ์ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงว่าเป็นฝีมือของคนมีสี...ที่มุ่งเติมเชื้อไฟให้สถานการณ์ก้าวสู่การรัฐประหาร..

พักหลังๆ เจอหน้าคอการเมืองก็มักไม่พลาดที่จะถูกถามว่า..จะเกิดรัฐประหารจริงๆ หรือ พ.ศ.นี้ยังเป็นไปได้อีกหรือ..ใครจะกล้า...ไม่กลัวตายเหรอ ไม่กลัวเป็นกบฏหรือ..ยังมีเงื่อนไขให้ยึดอำนาจกันอีกหรือ ฯลฯ... ซึ่งผมก็ได้แต่ตอบไปกว้างๆ ตามหลักการว่า รัฐประหารหรือการยึดอำนาจยังเป็นไปได้เสมอ....มันอยู่ที่ว่าสถานการณ์และความขัดแย้งในบ้านเมืองรุนแรงแค่ไหน ความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจของชนชั้นนำในรัฐบาล ในกองทัพและในส่วนอื่นๆ ตกลงกันได้หรือไม่...

หากส่องกล้องย้อนมองการรัฐประหารในไม่กี่ครั้งก่อนหน้านี้ก็พอจะให้คำตอบได้บางประการ..

รัฐประหาร 1-3 เม.ย.2524 นำโดยยังเติร์ก จปร.7 นำกำลัง 42 กองพันจะทำรัฐประหารโดยอ้างว่าจะจัดการกับนักการเมืองชั่ว ให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม แต่ในอีกด้านเหตุผลสำคัญประการหนึ่งของการยึดอำนาจขณะนั้นคือยังเติร์กต้องการกระชับอำนาจของตัวเองให้มากที่สุด

รัฐประหารครั้งนั้นคนทำกลายเป็นกบฏ เพราะพล.อ.เปรมไม่เล่นด้วย ยังเติร์กที่นำโดยพ.อ.มนูญ รูปขจร ชูพล.อ.สัณห์ จิตรปฏิมา รองผบ.ทบ.ขึ้นมาเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ หลังรัฐประหารคุดกลุ่มยังเติร์กตกงานอยู่หลายปีกระทั่งปี 2530 ได้กลับเข้ารับราชการจากพ.อ.พัลลภกลายเป็นพล.อ.พัลลภ กระทั่งทุกวันนี้

รัฐประหาร 9 ก.ย. 2528 หรือ “กบฏสองพี่น้อง” พ.อ.มนูญ รูปขจร (ชื่อ-ยศ ขณะนั้น) พร้อมน้องชายพล.อ.อ.มนัส รูปขจร ประสานกับนายทหารปีกตรงข้ามพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเคลื่อนพลยึดอำนาจ แต่หลายอย่างไม่เป็นไปตามแผน ด้านการทหารเกิดรายการ “นัดแล้วไม่มา” มวลชนที่จัดเตรียมก็น้อยกว่าที่คาด การยึดอำนาจสูตร “มวลชนนำหน้า รถถังตามหลัง” ล้มเหลว พวกมะโหนกมะเหนกอย่างแอ๊ด คาราบาว วงแตกกระเจิง

รัฐประหาร 9 ก.ย. 2528 โดยเหตุผล-เนื้อหาจริงๆ ก็คือการล้มพล.อ.เปรม ซึ่งถือว่าเป็นการแย่งชิงล้มล้างอำนาจของคนในกองทัพ-รัฐบาล

รัฐประหาร 23 ก.พ. 2534 กลุ่มนายทหารรหัส 0143 ซึ่งมีแกนนำเป็นนายทหารบก จปร.5 รุ่นพล.อ.สุจินดา คราประยูร ยึดอำนาจรัฐชาติชายด้วยเหตุผลรัฐบาลโกงกินเป็น “บุฟเฟต์ คาร์บิเนต” แต่เหตุผลจริงๆ ที่ไม่มีการแถลงก็คือคณะนายทหารกลุ่มนี้กลัวถูกปลด ถูกล้างบาง เพราะพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกฯ ขณะนั้นเตรียมตั้งพล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก คุมกลาโหม จัดดุลอำนาจในกองทัพใหม่

หลังยึดอำนาจ กลุ่ม 0143 เชิญอานันท์ ปันยารชุนเป็นนายกฯ คนที่ 18 ต่อมาหลังเลือกตั้ง2535/1 พล.อ.สุจินดา คราประยูร ยอมเสียสัตย์เพื่อชาตินั่งเก้าอี้นายกฯ จนถูกขับไล่ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานรัฐสภา ขณะนั้นทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อ อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ รอบสอง

รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 หรือ 15 ปีต่อมา...พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.นำกำลังยึดอำนาจเมื่อค่ำวันที่ 19 ก.ย. 2549 ก่อนวันนัดชุมนุมใหญ่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพียงวันเดียว..เหตุผลยึดอำนาจมี 4 ข้อตั้งแต่รัฐบาลทุจริตโกงกินไปจนถึงการแทรกแซงองค์กรอิสระ พร้อมๆ กับมีการอธิบายภายหลังว่าถ้าไม่ยึดอำนาจในวันที่ 19 ก.ย.วันที่ 20 ก.ย.คนไทยต้องฆ่ากันตายแน่

เหตุผลการยึดอำนาจ 4 ข้อ น่ารับฟัง เป็นเหตุเป็นผลอยู่พอประมาณ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ถ้าพล.อ.สนธิไม่ตัดสินใจยึดอำนาจพล.อ.สนธิก็ต้องถูกปลดจากตำแหน่งและทักษิณ ชินวัตร จะต้องสถาปนา-กระชับอำนาจตัวเองเพื่อควบคุมสังคมไทยมากกว่าเดิม..

รัฐประหาร 2553...มี/ไม่มี/ไม่มีใครทราบ..นอกจากกลุ่มที่คิดจะทำ..(ถ้ามี)!!??

แม้ใครต่อใครรวมทั้งผมไม่ปรารถนาใคร่เห็นการรัฐประหาร แต่สภาพการณ์การเมืองไทยที่เห็นและเป็นไปในขณะนี้ดูเหมือนว่ากำลังนับถอยหลังไปสู่ทางตัน...ทางตันอันเนื่องจากทักษิณ ชินวัตร ไม่ยอมรับคำตัดสินของกระบวนการยุติธรรมและปลุกแนวรบคนเสื้อแดงทั้งในสภานอกสภาให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ ใช้มวลชนคนเสื้อแดงต่อรองทางการเมืองด้วยสูตรต่างๆ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

จริงๆ แล้ว ถ้าพรุ่งนี้ทักษิณประกาศยอมรับคำตัดสินของศาลทั้งในคดีที่จบไปแล้ว และคดีที่กำลังจะตัดสิน คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา พร้อมขอร้องให้คนเสื้อแดงยุติความเคลื่อนไหว ขอร้องให้รัฐบาลยุบสภาเลือกตั้งกันใหม่ทุกอย่างก็น่าจะจบลงได้...แต่วันนี้เหตุการณ์มันมาไกล มองไม่เห็นหนทางว่าทักษิณจะเลือกหนทางนี้

ความรุนแรงรออยู่เบื้องหน้า...รัฐประหารอยู่ไม่ไกลหากว่าการต่อสู้ถึงขั้นแตกหัก เหตุผลของการรัฐประหารยึดอำนาจเขียนไม่ยาก ที่ยากกว่าคือ ใครจะกล้าทำ...

ผมห่างข่าวสายทหารมานับสิบปี ปัจจุบันอารมณ์ที่จะสนใจว่าใครเป็นใครในกองทัพก็มีน้อยมาก วันก่อนมีน้องๆ นักข่าวบางกลุ่มพยายามแยกแยะวิเคราะห์ดุลอำนาจในกองทัพ ซึ่งมีกองทัพบกเป็นแกนนำไว้อย่างน่าสนใจ โดยสามารถเรียงจากดุลอำนาจน้อยไปหามากดังนี้

1) กลุ่มทักษิณ 2) กลุ่มประวิตร และ 3) กลุ่มสี่เสาฯ

น้องๆ เขาบอกว่ากลุ่มที่ 2 นั้นพร้อมที่จะพลิกไปทางซ้ายก็ได้ทางขวาก็ได้ และดีไม่ดีอาจจะสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ก็ยังได้....ผมฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้าพร้อมๆ กับมีภาพคุณเนวิน ชิดชอบ คุณวิชัย รักศรีอักษร แห่งคิงส์เพาเวอร์ ตลอดจนปู่จิ้น-ชวรัตน์ ชาญวีรกุล ลอยเด่นอยู่ในความคิด

ครับ ถ้าถามว่ากองทัพไทยในวันนี้มีคนกล้าพอหรือไม่ ผมไม่ทราบ...แต่พอจะอนุมานได้ว่าทุกวันนี้กองทัพไทยไม่ได้เป็นเอกภาพมากนัก แต่ภายใต้ความไม่เป็นเอกภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมก็ยังเชื่อมั่นว่ากองทัพยังเป็นเสาหลักค้ำยันความมั่นคงให้กับบ้านเมืองได้ แม้ว่าบางห้วงเวลาเราอาจจะมีผู้นำกองทัพที่แย่เอามากๆ ก็ตาม

ถามต่อว่า วันนี้มีเงื่อนไขให้เกิดรัฐประหารได้ไหม ถ้าไม่ดัดจริตปฏิเสธกันให้ตัวเองดูดีก็ต้องบอกว่า มีมากพอ...การละเมิดจาบจ้วงสถาบัน, การทุจริตโกงกินของรัฐบาล, ความแตกแยกของคนในชาติที่เกินจะเยียวยา ฯลฯ แต่ถ้าถามว่ามันควรจะเกิดไหม ก็ต้องตอบว่าไม่อยากให้เกิด...

แต่ถ้ามันจะเกิด...ก็ต้องถือว่าเป็นวิบากกรรมของบ้านเมือง มันอาจจะยิ่งแย่ก็ได้หรืออาจจะดีกว่าที่ต้องอยู่กันอย่างไม่มีทางไปเช่นในขณะนี้ก็ได้!!??

                           samr_rod@hotmail.com
กำลังโหลดความคิดเห็น