xs
xsm
sm
md
lg

วิทยาลัยประชาคมหนองคายกับการศึกษาไทยลาว

เผยแพร่:   โดย: ปราโมทย์ นาครทรรพ

ผมบินไปอุดรฯ เพื่อต่อรถไปหนองคายและข้ามแม่น้ำโขงบนสะพานมิตรภาพไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2552 นี้

เครื่องนกแอร์ซึ่งออกเช้ามืด 6 โมงถึงอุดรฯ ก่อน 7 โมงเปิดโอกาสให้กินไข่กระทะและต้มเลือดหมูเจ้าดังที่อุดรฯ และไปถึงนครเวียงจันทน์ก่อนทำงาน 9 โมงพอดี

บนเครื่องนั่งติดกันโดยมิได้นัดหมายกับท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง รศ.ดร.คิม ไชยแสงสุข ปรากฏว่าเราทั้งสองมาด้วยภารกิจเดียวกัน นั่นก็คือ ในตอนบ่ายสองโมงท่านอธิการฯ จะต้องมากล่าวต้อนรับและเปิดปฐมนิเทศนักศึกษารามคำแหงใหม่จำนวน 114 คน นักศึกษาเหล่านั้นขณะนี้เล่าเรียนมา 3 เดือนแล้วที่วิทยาลัยประชาคมนานาชาติหนองคาย-อุดรธานี

ทั้ง 114 คนเป็นคณาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติ และกระทรวงศึกษาธิการลาว หญิงดูเหมือนจะมากกว่าชายเล็กน้อย อายุตั้งแต่ 22 ปีขึ้นไปถึง 50 ปี เข้าเรียนในโครงการศึกษาต่อเนื่องในฐานะผู้มีประสบการณ์ และจบการศึกษาระดับสูงเทียบเท่าอนุปริญญาแต่ยังมิได้รับปริญญาตรี เมื่อครบเวลา 2 ปีครึ่ง และทุกคนสอบผ่าน หลังจากมาเรียนที่หนองคายทุกศุกร์เย็นถึงอาทิตย์ค่ำแล้ว 57 คนก็จะได้รับปริญญาการศึกษาบัณฑิต เอกวิชาการสอนสังคมศาสตร์ อีก 57 คนปริญญาเหมือนกันแต่เอกเทคโนโลยีทางการศึกษา จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ให้ทุนโครงการนี้ หลังจากที่ผมกับประจวบ ไชยสาส์น อดีตรัฐมนตรีเกือบทุกกระทรวงของประเทศไทยได้ช่วยกันลุ้นอยู่ 3 ปีเต็มๆ ผมเรียกประจวบโดยไม่มีคำนำหน้ามิใช่เพราะเขาเป็นเพื่อนรักรุ่นเดียวกับนิตินัย น้องชายคนสุดท้องของผม แต่เป็นเพราะเขาเป็นนักการเมืองของประชาชน ประเทศไหนๆ ก็ให้เกียรตินักการเมืองของประชาชนด้วยการเรียกชื่อเฉยๆ ไม่มีคำนำหน้า

40 ปีมาแล้ว หน่วยงานข่าวสารและวัฒนธรรมอเมริกาส่งประจวบไปหาผมที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล เขาเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ได้ทุนเป็นหนึ่งของผู้นำเอเชียในอนาคต

ท่านประจวบ ไชยสาส์น นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เดินมาล่วงหน้ามาคอยอยู่แล้ว ท่านมีเพื่อนสนิทสมัยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศพร้อมกัน ขณะนี้ท่านสมสวาสดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

พอพวกเราไปถึงเวียงจันทน์ก็ทราบว่า รัฐมนตรีกระทรวงศึกษา สปป.ลาว คือ ศ.ดร.สมกต มังหน่อเมฆ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (มช.) รีบเดินทางจากแขวงไชยบุรีมาถึงก่อนกำหนด เพื่อจะต้อนรับพวกเราเวลา 10.30 น. แต่พอทราบว่าพวกเรามาถึงก่อน ฯพณฯรัฐมนตรีก็ลัดคิวให้หนึ่งชั่วโมง

ท่านรัฐมนตรีได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านนายกสภามหาวิทยาลัยกับท่านอธิการบดี มีท่านอัครราชทูตไทยประจำนครเวียงจันทน์เป็นสักขีพยานอยู่ด้วย ทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันว่าลาวไทยต้องร่วมมือกันด้านการศึกษามากขึ้น ตัวอย่างการศึกษาต่อเนื่องที่หนองคายนี้เป็นโมเดลที่เหมาะสมยิ่ง สมควรต่อยอดไปอย่างยืดหยุ่น หลากหลายและสอดคล้อง เช่น การฝึกอบรมวิชาชีพสาขาต่างๆ ระยะสั้นให้กับบุคลากรทั้งผู้ที่ได้รับปริญญาแล้วและยังมิได้ หรือระยะยาวเพื่อยกระดับบุคลากรให้ได้ปริญญาตรีทั้งหมดในที่สุดได้

ที่วิทยาลัยประชาคมฯ บ่ายสองโมงวันเดียวกัน ผมได้กล่าวต้อนรับทั้งคณะนักศึกษาลาวและคณาจารย์รามคำแหง และท่านอัครราชทูตที่กรุณาตามมาเป็นกำลังใจ โดยเล่าประวัติและความเป็นมาสั้นๆ ของวิทยาลัยประชาคมที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับนักเรียนที่เสียเปรียบเพราะเรียนอยู่นอกเมือง ไม่สามารถแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยใหญ่ได้ เว้นแต่จะมาเรียนกับเราสองปีก่อนแล้วจึงโอนไปมหิดล ศรีนครินทรวิโรฒ หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยต่างประเทศ วิทยาลัยเราใช้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแท้ๆ ของอเมริกาและอังกฤษเป็นผู้สอนและสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่ค่าเล่าเรียนถูกกว่าสถาบันทุกแห่งที่สอนเป็นภาษาไทย ภารกิจสำคัญที่เราต้องการจะทุ่มเทที่สุดคือการเรียนรู้ต่อเนื่องของสมาชิกในประชาคมทั้งที่ทำงานแล้ว และยังไม่ทำงานที่ต้องการยกระดับความรู้ ฝีมือหรือรสนิยม

ด้วยเหตุที่เรามีประสบการณ์และลักษณะพิเศษที่ประหยัดพอเพียงและมีสัมฤทธิผล จึงได้รับความไว้วางใจจากลาวที่ได้ร่วมมือกันมาหลายโครงการแล้ว แต่นี่มีรามคำแหงมาเป็นไตรภาคีก็จะเข้มแข็งเติบโตยิ่งขึ้น

การปฐมนิเทศของท่านอธิการฯ และท่านนายกสภาฯ ทำให้ผมทราบว่ารามคำแหงผลิตบัณฑิตไปแล้วเกือบเจ็ดแสนคน และมีโปรแกรมการเรียนเกือบทุกสาขาวิชาที่ดำเนินการแบบตลาดวิชา คือ เข้าสบายแต่ออกยาก มีความยืดหยุ่นสามารถสร้างความร่วมมือสามเส้ากับวิทยาลัยประชาคมและลาวได้อย่างกว้างขวางสอดคล้องและมีคุณภาพ ผมรู้สึกดีใจมาก

ท่านอธิการฯ ได้นำศิษย์เก่าที่เป็นชาวหนองคายมาด้วย ที่เป็นอดีตเด็กยากจนบ้านเดียวกับพ่อผม คือ อำเภอท่าบ่อและเป็นญาติกันด้วย กว่าจะมีโอกาสไปเรียนรามฯ ได้ก็อายุ 60 กว่า จบตรี-โท-และเอกที่รามคำแหงเมื่ออายุเกือบ 70 ปี เดี๋ยวนี้เป็นมหาเศรษฐี เจ้าของโรงแรมห้าดาว 4 ประเทศ และโรงงานผลิตมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าในลาว เขมร และเวียดนามชื่อ ดร.ขันธ์ชัย เกียรติศรีธนกร

ตัวอย่างของดร.ขันธ์ชัยทำให้นักศึกษาอายุมากๆ จากลาวคลายวิตกและมีกำลังใจดีขึ้น ที่ประชุมปรบมือกราวใหญ่เมื่อดร.ขันธ์ชัยกรุณามอบเงิน 5 หมื่นบาทให้กับโครงการ ทำให้ท่านประธานมูลนิธิไชยสาส์นต้องสมทบอีก 5 หมื่นไม่ให้น้อยหน้ากัน

ท่านนายกสภาฯ บอกว่า ถ้าบัณทิตเก่ารามคำแหงบริจาคคนละ 100 บาท ก็จะได้ทุนอีก 60 ล้านสามารถขยายโครงการไทยลาวศึกษา “รามคำแหง-วิทยาลัยประชาคม-มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว” ได้อีกสบายๆ

แท้ที่จริงโครงการที่ดำเนินอยู่ปัจจุบันไม่สู้จะสบายเท่าไร เข้าทำนองเสียน้อยเสียยาก-เสียมากเสียง่าย มีแต่งบค่าเดินทางมาเรียน ค่าอาหาร และค่าเบี้ยเลี้ยงที่กระเบียดกระเสียรมาก ผลที่สุดประสบการณ์ทั้งหมดของเพื่อนลาวก็คงจำกัดอยู่ที่ห้องเรียนห้องพักและการเดินทางไปกลับ

ผมจึงได้แนะให้โครงการขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาครัฐเพิ่มเติม เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนลาวได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนครูไทย ได้เห็นเมืองไทย ได้เที่ยวเมืองไทย ได้ร่วมกิจกรรมและทัศนศึกษากับเพื่อนคนไทย ได้อ่านหนังสือและวารสารไทย ได้ของที่ระลึกและความจดจำรำลึกที่ดีจากเมืองไทย

ท่านผู้อ่านมีอะไรที่คิดว่าจะแนะนำช่วยเหลือเป็นอาสาสมัครหรือเจ้าภาพ โปรดติดต่อได้ที่ อาจารย์สำราญ และอาจารย์สุภาพ วิทยาลัยประชาคมฯ โทร. 042-460-514 โทรสาร 042-460-515

มาช่วยกันส่งเสริมมิตรภาพและการศึกษาไทย-ลาว ดีไหมครับ

กำลังโหลดความคิดเห็น...