xs
xsm
sm
md
lg

ยุบลากให้ครบเทอม และชำระล้างความโสโครกสภา

เผยแพร่:   โดย: ปราโมทย์ นาครทรรพ

ผมตกที่นั่ง “ชีพจรลงเท้า” ญาติมิตรห่วงใยเตือนให้ระวังตัว อย่าไปไหนมาไหน เพราะถูกหมายหัวด้วยความเท็จ ขอบคุณครับ ผมแก่แล้ว ถึงไม่มีใครทำอะไร อีกไม่นานก็ต้องไปอยู่ดี

การเดินทาง บางทีอาจกระทบการเขียนคอลัมน์ของผมเหมือนกัน คงจะมิใช่ทางลบทั้งหมด ทางบวกก็มีบ้าง เพราะผมมีเวลาอ่านความเห็นของท่านที่โพสต์มามากขึ้น ได้นำเหตุการณ์และความคิดเห็นที่ได้สัมผัสระหว่างทางมาเล่าสู่กันฟัง

ผมไม่ Sensitive ฟังคำติเตือนหรือด่าทอของใครแล้วก็ทนได้ ซ้ำนำกลับมาคิด เพื่อปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นได้อีก ผมมิได้เขียนคอลัมน์แบบบทความทางวิชาการ ท่านผู้อ่านจึงมีส่วนร่วมได้ง่ายและมีความหมาย

ผมอยากเห็นท่านผู้อ่านหลายคน เช่น “คนผ่านทาง” และ “คุณทวิช จิตรสมบูรณ์” เข้ามาเขียนคอลัมน์ใน ผจก. อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะท่านมีความสามารถทำได้อย่างดี ในขณะเดียวกัน ผมแผ่เมตตาให้และไม่โกรธหรือเสียอารมณ์แม้แต่น้อย ที่มีคุณ “อิอิ” ซึ่งน่าจะมีหลายคนโพสต์มาบ่อยๆ

“ผมว่าเป็นคอลัมน์ฉับฉ่ายรายวัน ไม่รู้นึกอะไรก็เขียนไม่มีองค์ความรู้อะไรพิเศษในการวิเคราะห์หรือแสดงทัศนคติที่แตกต่าง เป็นเรื่องที่ขาดรสชาติ และกิ๋นอย่างรุนแรง” โปรดสังเกตสะกดการันต์ของคุณอิอิ ความคิดเห็นที่ 9

ในฉบับที่แล้ว ผมพูดเรื่องที่ซ่อนประเด็นไว้เพียงเรื่องเดียว คือ เรื่องการรักษาความปลอดภัยของสถานที่และบุคคลสำคัญ ผมเห็นว่าบ้านเรายังล้าหลังและหละหลวมอยู่มาก เราได้เห็นความเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติและแม้กระทั่งเพื่อนบ้านแล้วในกรณีการประชุมสุดยอดอาเซียนล่ม ตามหลักจะต้องมีผู้รับผิดชอบที่อภัยให้มิได้ ตั้งแต่สูงสุดคือนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ ความมั่นคง ลงไปถึงทหาร ตำรวจที่มีความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่และคำสั่ง

การย้ายเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยแค่ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดไม่เพียงพอ ในทางการเมืองก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากการเมืองของเราอยู่ในภาวะปกติ มิใช่อยู่ในหน้าสิ่วหน้าขวาน ถูกขบวนการนอกกฎหมายของสุนัขเสื้อแดงจ้องจะทำลายอย่างนี้ ทั้งนายกฯ และรองนายกฯสมควรถูกเรียกร้องหรือสำนึกได้ด้วยตนเองว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างใด ในยามระส่ำระสายเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีคงไม่ถึงกับต้องลาออก แต่จะต้องยกระดับและยกเครื่องขีดความรู้และขีดความสามารถของรัฐบาล และของหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการรักษาความปลอดภัยของสถานที่และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลสำคัญอันได้แก่ตัวนายกรัฐมนตรีเองลงไป

สัปดาห์นี้คือศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 15-17 พ.ค. 2552 ผมไปปฏิบัติหน้าที่ที่วิทยาลัยประชาคมจังหวัดหนองคาย มีนักศึกษาอเมริกันจาก California Poly Technic State University San Luis Obispo หรือ Cal Poly มาร่วมเรียนจำนวน 36 คนและศาสตราจารย์อีก 3 คน Cal Poly เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในระบบ California State University (CSU) ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และอดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ หลายคนเป็นศิษย์เก่า ทุกๆ ปีเขาส่งนักเรียนมาอยู่กับเราในช่วงนี้

ปีนี้เป็นรุ่นที่ 8 จำนวนน้อยลงกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งจะมีประมาณ 50 คน วิทยาลัยประชาคมเปิดโอกาสให้สถาบันศึกษาในประเทศส่งนักเรียนของตนเข้าสมทบเรียนและร่วมกิจกรรมกับนักเรียนอเมริกันด้วย โดยเสียค่าใช่จ่ายน้อยมากๆ ปีนี้ได้แก่ นักศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลพระบรมราชชนนี นนทบุรี 10 คน ผมจึงไปเลี้ยงส่งและกล่าวอำลา โดยถือโอกาสเล่าและอธิบายเหตุการณ์และเรื่องสับสนของการเมืองไทยในช่วงที่เขาอยู่ รวมทั้งการล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยา การปิดสนามบินฯ และการปิดสะพานมิตรภาพที่หนองคายให้เขาฟังด้วย

เขาจะได้เข้าใจถูกต้องว่า รัฐบาลปัจจุบันมิได้เป็นเผด็จการฉวยโอกาสตามที่ทักษิณและขบวนการสุนัขแดงกล่าวหา ทักษิณกับบริวารคณาธิปไตยต่างหากที่ใช้เงิน เล่ห์กลและกำลังเข้าทำลายประชาธิปไตย เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์และอำนาจผูกขาดของพวกตนถ่ายเดียว

ประจวบเหมาะที่ 3 วันนี้ มีครูสังคมศาสตร์ 57 คนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเรียนรู้และฝึกอบรมอยู่ที่วิทยาลัย เขาจะมาทุกสุดสัปดาห์สลับกันไปคนละสัปดาห์กับครูเทคโนโลยีการศึกษาจำนวนเท่ากันเป็นเวลา 2 ปี เพื่อเตรียมตัวสอบเอาปริญญาจากรามคำแหงอีกด้วย การกินเลี้ยงสังสรรค์คราวนี้จึงเป็นความสัมพันธ์และการเรียนรู้สามเส้า สนุกมากสำหรับหนุ่มสาว

ผมถือโอกาสขอความรู้และให้สหายลาววิเคราะห์เปรียบเทียบการเลือกตั้งและสภาผู้แทนราษฎรไทยกับลาว

สภาแห่งชาติ สปป.ลาวมีอายุเทอมละ 4 ปี ชุดที่ 5 มีสมาชิก 109 คน เลือกตั้งครั้งสุดท้ายเมื่อนายพลคำไต เป็นประธานประเทศ และนายบุนยัง วอละจิต เป็นนายกรัฐมนตรี ยังดำรงตำแหน่งอยู่ไม่ครบเทอม แต่ประธานประเทศเปลี่ยนไปแล้วพลโทจูมมาลี ที่เพิ่งมาเป็นราชอาคันตุกะ และรับปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตจากธรรมศาสตร์ไปหมาดๆ ที่ 12-14 พ.ค. 52 นี้เอง ส่วนนายกฯ เป็นคนหนุ่มรูปหล่อ ชื่อบัวสอน บุบผาวัน

สมาชิกสภาแห่งชาติมาจากการเลือกตั้งจากบัญชีรายชื่อยาวที่พรรคนำเสนอ ไม่มีพรรคอื่นแข่งขัน แต่แข่งขันกันเอง ประชาชนเลือกเอาผู้ที่ตนชอบ ไม่ใช่ทั้งหมด เช่น เลือก 10 จาก 30 ชื่อแล้วแต่เขตใหญ่น้อย มีตัวแทนผู้เสียเปรียบและชนเผ่าตามสัดส่วนอย่างยุติธรรม มีการหาเสียงโดยใบปลิว หนังสือและการประชุม ไม่มีการเลี้ยงเหล้าหรือซื้อเสียง เมื่อผมเล่าให้ฟังถึงเมืองไทยว่าถ้าไม่มีเงิน 20 ถึง 40 ล้านบาทต่อคนต่อหนึ่งที่นั่งก็เห็นจะยาก สหายลาวร้องโอ้โฮ บอกว่าเข้าใจแล้ว ทึน (ทุน) นิยม ต้องมีทึนจึงจะได้เป็นนาย ถ้าเป็นยังงี้ เขาว่าแบบลาวดีกว่า เพราะยังมีโอกาสปรับปรุงได้ แต่ทึนนิยมผูกขาดแก้ยาก

ทีนี้ก็มาถึงประเด็นที่ 2 ที่ผมซ่อนไว้ คือเราจะทำอย่างไรดีกับสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันของเรา

ผมได้เขียนถึงความชั่วช้าสารเลวทั้งหลายทั้งปวงของสภานี้ทั้งในด้านโครงสร้าง องค์ประกอบและพฤติกรรมมามากแล้ว แต่เห็นว่า เรายังไม่ควรยุบสภา

ผู้ที่ไม่ต้องการยุบและไม่ยอมยุบสภาทั้งๆ ที่มีอำนาจก็คืออดีตนายกฯ สมัคร กับสมชาย และบรรดาลูกสมุนบริวารและนายใหญ่นั่นเอง เหตุผลไม่มีอะไรมาก เพราะพวกตนมีเสียงข้างมากผูกขาดอำนาจรัฐอยู่แล้ว เรื่องอะไรจะยุบ เรื่องลาออกก็เหมือนกัน เรื่องอะไร

นี่แหละ ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง แต่เลวยิ่งกว่าอิเหนา พากันใช้ร้อยเล่ห์เพทุบายทั้งกำลังภายนอกกำลังภายใน โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศชาติหรือแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ไม่เว้น พวกนี้ต้องการให้รัฐบาลอภิสิทธิ์สิ้นสภาพไปอย่างเดียว ต่อไปนี้การป่วนสภาและเรียกร้องให้ยุบสภาจะเป็นอาวุธประจำอย่างหนึ่งตลอด 31 เดือนของรัฐบาลอภิสิทธิ์

ผมเห็นว่าแทนที่จะยุบสภา นายกรัฐมนตรีควรหารือกับประธานสภาทั้งสองว่าจะปฏิรูปสภาผู้แทนราษฎรอย่างไรดี สำหรับประธานฯ ชัย ชิดชอบ ถ้าเห็นแก่ภาพลักษณ์ของสภาและของชาติ เพราะตนเองต้องข้อกล่าวหา มี

มลทินและการชี้โทษโดย ป.ป.ช.ก็ควรจะลาออกไปเสียดีๆ ถ้าไม่ ก็สมควรจะเป็นหนึ่ง ที่จะต้องถูกชำระล้างความโสโครกร่วมกับสภาด้วย

ใครจะเป็นผู้ชำระล้างความโสโครกของสภา ก็สภานั่นเองแหละ โดยการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาให้เหมาะสมขึ้น โดยการที่ ส.ส.จำนวน 1 ใน 4 ยื่นขอให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการขับไล่สมาชิกสภาที่เสื่อมเสียจริยธรรมหรือกระทำผิดกฎหมาย และข้อบังคับต่างๆ นานา

นอกจากนั้น ประชาชนทั่วไปจำนวน 2 หมื่นคน จะเป็นพันธมิตรฯ เสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือไม่มีเสื้อใส่ก็ได้ สามารถยื่นหนังสือถึงประธานวุฒิฯ ได้เช่นกัน

ครับ อย่ามัวแต่คอยสมานฉันท์ นิรโทษกรรม หรือแก้รัฐธรรมนูญบ้าบออยู่เลย พากันไปอ่านมาตรา 270 กับ 271 ของ รธน. 2550 กันและทำตามนั้นเถิด

ส.ส.และประชาชนทุกคน ใครอยากช่วยกันชำระความโสโครกของสภาผู้แทนฯ บ้าง เชิญนะครับ ประธานวุฒิสภารอท่านอยู่
กำลังโหลดความคิดเห็น...