xs
xsm
sm
md
lg

ค้นหาอภิสิทธิ์จากจดหมาย G 20 ของกอร์ดอน บราวน์

เผยแพร่:   โดย: ปราโมทย์ นาครทรรพ

ท่านผู้อ่านที่เคารพ ผมอยู่ในบัญชีรับหนังสือเวียนจาก 10 ดาวนิ่ง สตรีทเป็นประจำ

10 ดาวนิ่ง สตรีท คือทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งเป็นทั้งที่พำนักและที่ทำงาน เช่นเดียวกับทำเนียบขาวของประธานาธิบดีอเมริกัน

ดังนั้น ผมจึงได้รับข่าวสารจากกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีที่เขียนแบบจดหมายเป็นประจำ กอร์ดอน บราวน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของอังกฤษที่จบปริญญาเอก เขาได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งวิชาประวัติศาสตร์ในปี 1972 และปริญญาเอกวิชาเดียวกันในปี 1982 จากมหาวิทยาลัย Edinburgh และเป็นผู้มีพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ดีมากเพราะสนใจขบวนการแรงงาน

วันหลังผมจะเล่าเรื่องน่าสนใจที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้เกี่ยวกับกอร์ดอน บราวน์ให้ฟัง เช่น เรื่องเขาเล่นรักบี้จนตาบอดข้างหนึ่ง และสัญญาลับระหว่างแบลร์กับบราวน์ที่เกือบจะทำให้ทั้งคู่ฆ่ากันตาย เป็นต้น

แต่วันนี้เอาสั้นๆ แค่จดหมายรายงานเรื่องการประชุมสุดยอด G 20 ก่อน โดยหวังว่าอภิสิทธิ์จะให้เกียรติชาวไทยด้วยการรายงานเป็นตัวหนังสือทำนองเดียวกัน สั้นๆ กะทัดรัด ตรงประเด็น ครอบคลุม ได้ความรู้ ไม่ต้องไปขุดค้นจากสื่อ ซึ่งเชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง
April 2, 2009

As the London Summit draws to a close, I wanted to let you know about the historic decisions that have been made today.

การประชุมสุดยอดลอนดอนกำลังจะจบลงแล้ว ผมอยากให้ท่านได้รู้ถึงการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ในวันนี้

This is the day the world came together to fight back against the global recession. Not with words, but with a Global Plan for Recovery and Reform and a clear timetable for its delivery.

วันนี้ คือวันที่โลกได้เข้ามารวมกันเพื่อต่อสู้พลิกเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก มิใช่การต่อสู้ด้วยคำพูด แต่เป็นการวางแผนรื้อฟื้นและปฏิรูประดับโลก ที่มีตารางกำหนดเวลาไว้แน่นอนว่าจะทำอะไรให้เกิดผลบ้าง

Today, we have reached a new consensus: that we take global action together to deal with the problems we all face together; that we will do whatever is necessary to restore growth and jobs; we will take the essential action to rebuild confidence and trust in our financial system and to prevent a crisis such as this from ever happening again.

วันนี้ เราได้บรรลุถึงฉันทานุมัติใหม่ ว่าเราจะร่วมกันทั้งโลกเพื่อจะแก้ปัญหาที่เผชิญหน้าพวกเราทุกคน ว่าเราจะกระทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นที่จะรื้อฟื้นความเติบโตทางเศรษฐกิจและการมีงานทำ เราจะลงมือสร้างมาตรการที่จำเป็นที่จะกอบกู้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจกลับมาสู่ระบบการคลังของเรา และจะป้องกันวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างนี้มิให้เกิดขึ้นได้อีกเลย

The Leaders at the G20 agreed to: บรรดาผู้นำ ณ ที่ประชุมสุดยอด G 20 เห็นพ้องกันว่า

— Restore confidence, growth, and jobs: they committed to make available an additional $1.1 trillion programme of support to help the world economy through the crisis and to restore credit, growth and jobs.

*เพื่อรื้อฟื้นความเชื่อมั่น ความเติบโต และการมีงานทำ : ที่ประชุมตกลงจัดสรรเงินโครงการจำนวน $1.1 trillion (สามล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของโลกให้ผ่านพ้นวิกฤต และรื้อฟื้นเครดิต ความเติบโต และการมีงานทำ

— Strengthen financial supervision and regulation: leaders agreed to strengthen the financial system by putting in place a better and more credible system of surveillance and regulation

*สร้างความเข้มแข็งให้กลไกตรวจสอบและควบคุม การเงิน : บรรดาผู้นำเห็นด้วยกับการสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันการเงินด้วยการสร้างระบบตรวจสอบ และการควบคุมที่เข้มงวดเชื่อถือได้

— Fund and reform our international financial institutions to overcome this crisis and prevent future ones: leaders agreed to make an additional $850 billion in resources available through international financial institutions like the IMF

*จัดสรรทุนและปฏิรูปสถาบันการเงินระหว่างประเทศเพื่อเอาชนะวิกฤตและป้องกันมิให้เกิดขึ้นอีก : บรรดาผู้นำเห็นชอบในการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นทุนเพิ่มอีก $850 billion (แปดแสนห้าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านสถาบันการเงินระหว่างประเทศแบบเดียวกับ IMF

— Promote global trade and investment and reject protectionism to underpin prosperity: leaders committed not to resort to protectionism

*ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ และปฏิเสธลัทธิกีดกันและปกป้องที่สกัดกั้นความมั่งคั่ง : บรรดาผู้นำยืนยันที่จะไม่หวนกลับไปใช้ลัทธิกีดกันและปกป้องในการค้าระหว่างประเทศ

— Build an inclusive, green, and sustainable recovery: leaders reaffirmed their commitment to meeting the Millennium Development Goals and to delivering on development aid pledges

*สร้างการฟื้นตัวที่ทั่วถึง สะอาด (เขียว) และยั่งยืน : บรรดาผู้นำยืนยันคำมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ด้วยการให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาตามกำหนดที่ประกาศไว้

—There are no quick fixes. But with the six pledges we have made today we can shorten the recession and save jobs. That is in the best interests of all families and businesses around Britain.

*ไม่มีอะไรที่จะแก้ได้ทันใจ แต่ด้วยสัญญาทั้ง 6 ประการที่เราให้ไว้ในวันนี้ เราสามารถลดเวลาของเศรษฐกิจถดถอย และรักษาการมีงานทำเอาไว้ นั่นคือผลประโยชน์สูงสุดของทุกครอบครัวและทุกธุรกิจทั่วเกาะอังกฤษ

Gordon Brown กอร์ดอน บราวน์

ท่านผู้อ่านที่เคารพ ในจดหมายฉบับนี้เราหาให้ตายก็ไม่มีหวังพบอภิสิทธิ์ อย่าว่าแต่อภิสิทธิ์เลย โอบามาหรือใครๆ ก็หาไม่เจอ เพราะมันไม่ใช่สไตล์ของจดหมายแบบนี้ที่จะต้องหาเสียงหรือระบุชื่อใคร และผมก็มิได้ตั้งใจจะค่อนขอดอภิสิทธิ์เลยแม้แต่นิดเดียว

ตรงกันข้าม ผมอยากจะบอกว่า ในข้อว่าด้วยการปฏิเสธลัทธิกีดกันและปกป้องการค้าระหว่างประเทศ ผมเชื่อว่าอภิสิทธิ์จะต้องมีเสียงและบทบาทในนั้นไม่น้อยทีเดียว อย่างน้อยจีน รัสเซีย และอินเดีย ที่อยู่ตรงกันข้ามกับฝ่ายทุนนิยมจ๋า จะต้องอาศัยการสนับสนุนหรือสนับสนุนเสียงของอภิสิทธิ์อยู่มากทีเดียว ผมเชื่อว่าในรายงานการประชุมและบนโต๊ะเจรจา ด้วยคุณสมบัติส่วนตัวและในฐานะประธานประเทศอาเซียน อภิสิทธิ์จะต้องสร้างความประทับใจให้บรรดาผู้นำโลกได้เป็นอย่างมาก

หัวใจผมจะวายเมื่อแวบคิดว่า ถ้าหากสมัคร สมชาย หรือดร.เฉลิม ไปปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในนั้น หรือแม้แต่ดร.เท็กซัส ผมก็หวาดเสียวพอกัน

ทำอย่างไรหนอ เราจึงจะสร้างคนอย่างอภิสิทธิ์ขึ้นได้หลายๆ คนในหลายๆ พรรค ระบบพรรคการเมืองปัจจุบันไม่มีทาง และอภิสิทธิ์เป็นข้อยกเว้นอย่างยิ่ง แต่เขาจะเป็นข้อยกเว้นในการที่จะถูกระบบกลืนหายไปหรือไม่ เราจะต้องคอยดู

สาธุ ขอให้แคล้วคลาด


ปล. ฉบับหน้า สภาในฝันตอนจบ หลังจากนั้นแล้วแต่เหตุการณ์ว่า แดงจะเต็มเมืองและทักษิณจะกลับมาพลิกแผ่นดินให้แดงเถือกไปทั่วไทย ในวันที่ 8 เมษายน นี้ตามประกาศหัวขวดหรือไม่
คำมั่นของบุชเรื่องฐานทัพอิรักเป็นแค่เล่ห์กล
คำมั่นของบุชเรื่องฐานทัพอิรักเป็นแค่เล่ห์กล
วอชิงตันพยายามใช้ความระมัดระวังอย่างเหลือเกิน เพื่อย้ำเน้นให้เห็นว่าตนเองไม่ได้เสาะแสวงหาสิทธิที่จะจัดตั้ง “ฐานทัพถาวร” ขึ้นในอิรัก จากการทำข้อตกลงทางยุทธศาสตร์ที่วอชิงตันกำลังเจรจาอยู่กับฝ่ายแบกแดด โดยที่ข้อตกลงดังกล่าวนี้จะเป็นเงื่อนไขทางกฎหมายซึ่งทำให้ทหารสหรัฐฯยังคงอยู่ในอิรักต่อไปได้ ภายหลังอำนาจมอบหมายที่ได้รับจากสหประชาชาติหมดอายุลงในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม คำพูดทั้งหลายของคณะรัฐบาลบุช แท้ที่จริงเป็นเพียงม่านควันทางกฎหมายเพื่อปกปิดอำพรางเจตนารมณ์ของสหรัฐฯ ที่ต้องการได้ทั้งการเข้าใช้บรรดาฐานทัพในอิรักต่อไปเป็นเวลายาวนาน และได้ทั้งเสรีภาพอย่างสมบูรณ์ในการใช้ฐานทัพเหล่านี้เพื่อเปิดยุทธการเล่นงานอิหร่านและซีเรีย
กำลังโหลดความคิดเห็น...