ASTVผู้จัดการรายวัน- ตลาดรับสร้างบ้านซึมยาว ลูกค้าขาดความเชื่อมั่นชะลอตัดสินใจสร้างบ้านใหม่ แห้ว!มาตรการภาษีอสังหาฯ ด้านโฟร์พัฒนฯ เร่งขยายช่องทางขายดันยอดขายโตเพิ่ม 20% ผุดบริษัทลูก “โฟร์ เอ็กซ์ตร้า บิลด์” จับลูกค้าออกแบบบ้านเองใช้บริการรับสร้างบ้าน,โฮมออฟฟิศ, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ทั่วประเทศ หวังชิงส่วนแบ่งตลาดรับเหมาก่อสร้าง ลุ้นยอดขายรวมทั้งกลุ่มปีนี้ 610 ล้านบาท
นายปราโมทย์ ธีรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด กล่าวยอมรับว่า แม้ในขณะนี้ราคาน้ำมันและราคาเหล็กจะปรับลดลงมามาก แต่ผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างยังไม่มีแนวโน้มจะปรับราคาขายสินค้าลงหลายรายการ บางรายการที่มีการปรับราคาลงแต่ราคายังไม่เท่ากับต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันและเหล็กผันผวนหนัก ส่งผลให้ต้นทุนการก่อสร้างบ้านโดยรวมปรับสูงขึ้นกว่า 10-20% ทำให้ปัจจุบันผู้ประการต้องแบกรับต้นทุนสูงกว่าความเป็นจริงอยู่ 6.7%
"แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างจะเข้าสู่ภาวะแท้จริงในช่วงเดือนมี.ค. แต่ถึงกระนั้นในภาวะมีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ การขาดความเชื่อมั่นของลูกค้า กลายเป็นปัจจัยลบที่ยังส่งผลให้ตลาดรับสร้างบ้านชะลอตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน มาตรการที่รัฐบาลออกมาไม่ครบคลุมถึงกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้าน " นายปราโมทย์และว่า
เพื่อปรับตัวรับมือกับสภาพตลาด บริษัทฯมีแผนขยายฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัวบริษัท โฟร์ เอ็กซ์ตร้า บิลด์ เพื่อรองรับความต้องการกลุ่มลูกค้าที่มีแบบบ้านเอง และต้องการก่อสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านทั้งในพื้นที่กทม.และปริมณฑล รวมถึงกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด จากเดิมที่บริษัทไม่รับสร้างบ้านให้ลูกค้าในกลุ่มนี้ เนื่องจากการก่อสร้างตามแบบบ้านที่ลูกค้านำมานั้น จะมีปัญหาเรื่องของการควบคุมงาน และรายละเอียดการก่อสร้าง ส่วนลูกค้าในต่างจังหวัดจะเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและการขนส่ง
โดยในปีนี้ ภาพของตลาดรับสร้างยังมีอัตราเติบโตลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้บริษัทต้องขยายช่องทางการกขายและฐานลูกค้า เพื่อผลักดันยอดขายให้ได้ตามเป้ารวม 610 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปี 51 ที่มียอดขายรวม 491 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% แหล่งรายได้ดังกล่าวจะมาจากบริษัทโฟร์พัฒนา 365 ล้านบาท บริษัท โฟร์ดีเวลลอปเฮ้าส์ 80 ล้านบาท บริษัท โฟร์พัฒนา อินทรีเรีย 50 ล้านบาท บริษัท โฟร์พัฒนาคัลเลอร์ไลน์ 15 ล้านบาท บริษัท โฟร์เอ็กซ์ตร้า บิลด์ 40 ล้านบาท และโครงการบ้านจัดสรรบุษบา 60ล้านบาท
นายปราโมทย์ ธีรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด กล่าวยอมรับว่า แม้ในขณะนี้ราคาน้ำมันและราคาเหล็กจะปรับลดลงมามาก แต่ผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างยังไม่มีแนวโน้มจะปรับราคาขายสินค้าลงหลายรายการ บางรายการที่มีการปรับราคาลงแต่ราคายังไม่เท่ากับต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันและเหล็กผันผวนหนัก ส่งผลให้ต้นทุนการก่อสร้างบ้านโดยรวมปรับสูงขึ้นกว่า 10-20% ทำให้ปัจจุบันผู้ประการต้องแบกรับต้นทุนสูงกว่าความเป็นจริงอยู่ 6.7%
"แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างจะเข้าสู่ภาวะแท้จริงในช่วงเดือนมี.ค. แต่ถึงกระนั้นในภาวะมีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ การขาดความเชื่อมั่นของลูกค้า กลายเป็นปัจจัยลบที่ยังส่งผลให้ตลาดรับสร้างบ้านชะลอตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน มาตรการที่รัฐบาลออกมาไม่ครบคลุมถึงกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้าน " นายปราโมทย์และว่า
เพื่อปรับตัวรับมือกับสภาพตลาด บริษัทฯมีแผนขยายฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัวบริษัท โฟร์ เอ็กซ์ตร้า บิลด์ เพื่อรองรับความต้องการกลุ่มลูกค้าที่มีแบบบ้านเอง และต้องการก่อสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านทั้งในพื้นที่กทม.และปริมณฑล รวมถึงกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด จากเดิมที่บริษัทไม่รับสร้างบ้านให้ลูกค้าในกลุ่มนี้ เนื่องจากการก่อสร้างตามแบบบ้านที่ลูกค้านำมานั้น จะมีปัญหาเรื่องของการควบคุมงาน และรายละเอียดการก่อสร้าง ส่วนลูกค้าในต่างจังหวัดจะเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและการขนส่ง
โดยในปีนี้ ภาพของตลาดรับสร้างยังมีอัตราเติบโตลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้บริษัทต้องขยายช่องทางการกขายและฐานลูกค้า เพื่อผลักดันยอดขายให้ได้ตามเป้ารวม 610 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปี 51 ที่มียอดขายรวม 491 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% แหล่งรายได้ดังกล่าวจะมาจากบริษัทโฟร์พัฒนา 365 ล้านบาท บริษัท โฟร์ดีเวลลอปเฮ้าส์ 80 ล้านบาท บริษัท โฟร์พัฒนา อินทรีเรีย 50 ล้านบาท บริษัท โฟร์พัฒนาคัลเลอร์ไลน์ 15 ล้านบาท บริษัท โฟร์เอ็กซ์ตร้า บิลด์ 40 ล้านบาท และโครงการบ้านจัดสรรบุษบา 60ล้านบาท



