กาฬสินธุ์-พิษเศรษฐกิจยุคข้าวยากหมากแพง ส่งผลกระทบให้กิจการโรงสีข้าวชุมชนในจังหวัดกาฬสินธุ์หลายแห่งต้องหยุดกิจการ บางรายถึงกับประกาศขาย เนื่องจากทนแบกรับภาระขาดทุนไม่ไหว ระบุซื้อข้าวเปลือกแพงแต่ขายข้าวสารได้ถูก
นางรวย ถิตย์ชัย เจ้าของโรงสีข้าวชุมชนในตำบลหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ตกต่ำข้าวของเครื่องใช้ต่างๆปรับราคาสูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อเจ้าของกิจการโรงสีข้าวชุมชนในตำบลหลุบ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดกว่า 50 แห่ง ต้องหยุดกิจการไปหลายราย บางรายถึงกับปิดกิจการและประกาศขายโรงสีเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น
ทั้งนี้ เนื่องจากทนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆไม่ไหว โดยเฉพาะค่าไฟ ค่าอะไหล่ค่าจ้างคนงาน ค่าน้ำมัน ค่าภาษีซึ่งหักลบค่าใช้จ่ายแล้วแต่ละเดือนแทบไม่เหลือเงินติดกระเป๋าแม้แต่บาทเดียว
นางรวย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาโรงสีข้าวชุมชนในตำบลหลุบยังพออยู่ได้บางเดือนยังพอมีกำไรอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันฤดูกาลสีข้าวออกจำหน่ายแต่ละครั้งเป็นไปด้วยความลำบากขายข้าวสารยากขึ้น ที่สำคัญเจ้าของโรงสีชุมชนทุกรายจะประสบปัญหาเดียวกันถูกเอารัดเอาเปรียบจากโรงสีข้าวขนาดใหญ่ คือ เรื่องที่ซื้อข้าวเปลือกจากโรงสีใหญ่มาสีในราคาที่แพง แต่เมื่อมาสีเป็นข้าวสารออกจำหน่ายแล้วได้ราคาที่ถูกไม่คุ้มทุน
เช่น เมื่อฤดูกาลปลูกข้าวเปลือกนาปรังที่ผ่านมา โรงสีข้าวชุมชนรับซื้อข้าวเปลือกจากโรงสีข้าวขนาดใหญ่และยุ้งฉางในราคาตันละ9,000 บาท แต่พอนำมาสีเป็นข้าวสารแล้วขายได้ราคา กก.ละ 14 บาทซึ่งหักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วจะขาดทุน
นายสมศักดิ์ เลิศโสภา อายุ 39 ปี เจ้าของโรงสีข้าวชุมชนอีกรายกล่าวว่า โรงสีข้าวของตนก็ประสบปัญหาขาดทุนเหมือนกับโรงสีข้าวของคนอื่นเช่นกัน แต่จำเป็นต้องสีข้าวออกขาย เพราะไม่มีอาชีพอื่นทำ
อย่างไรก็ตาม อยากฝากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสนใจเข้ามาดูแลช่วยเหลือกิจการโรงสีข้าวชุมชน ทั้งเรื่องการลดเก็บค่าภาษีราคาของข้าวเปลือกด้วย ซึ่งหากปล่อยปัญหาเหล่านี้ต่อไปโรงสีข้าวชุมชนในตำบลหลุบอาจจะต้องปิดกิจการ และประกาศขายอีกหลายแห่งแน่นอน