xs
xsm
sm
md
lg

ทักษิณเอาเงินมาจากไหน?

เผยแพร่:   โดย: สุวิชชา เพียราษฎร์

คตส.กำลังจะเชิญ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีมาเป็นพยาน เพื่อเชื่อมโยงคดีข้อกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีทรัพย์สินร่ำรวยผิดปกติ โดยเฉพาะประเด็นการเข้าไปซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ ทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษด้วยแหล่งเงินที่ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน ซึ่งพลเอกสุรยุทธ์ เคยให้สัมภาษณ์หลังกลับจากเยือนต่างประเทศ ว่า แม้แต่ต่างชาติยังให้ความสนใจนั้น ทำเอาทีมทนาย และฝ่ายโฆษกส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ไม่สุขต้องลุกขึ้นมาตอบโต้

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ พยายามตั้งข้อสังเกตผ่านสื่อว่า เหตุใด คตส.จึงเรียกพลเอกสุรยุทธ์เป็นพยาน เพราะมองไม่เห็นความเชื่อมโยงอะไร และเหตุใดจึงตั้งประเด็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ร่ำรวยผิดปกติในช่วงนี้

“คตส.ควรย้อนไปดูว่า ตั้งแต่ก่อนตั้งพรรคไทยรักไทย พ.ต.ท.ทักษิณก็ร่ำรวยมาก่อน ถ้า คตส.กล่าวหาเช่นนี้คงต้องฟ้องคนที่รวยผิดปกติหลายคนที่ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร

พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมชี้แจง เพราะเงินที่นำไปซื้อสโมสรแมนฯ ซิตี้มีเอกสารชัดเจน และ รู้กันทั่วโลก เพราะทำอย่างเปิดเผย”

ขณะที่ นายฉัตรทิพย์ ตัณฑประศาสน์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพ.ต.ท.ทักษิณ ในคดี พ.ต.ท.ทักษิณใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจตนเองและพวกพ้อง บอกว่า เป็นคดีใหม่ที่ คตส.เพิ่งตั้งขึ้นมา เพราะที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องการซื้อทีมแมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ปรากฏอยู่ในข้อกล่าวหาในคดีที่ คตส.ส่งมาให้พ.ต.ท.ทักษิณรับทราบ

“อย่างไรก็ตาม เรื่องการซื้อทีมแมนฯ ซิตี้ ฝ่ายเราก็ไม่วิตกกังวล เพราะในข้อเท็จจริงการซื้อทีมแมนฯ ซิตี้ก็เป็นเรื่องการทำธุรกิจธรรมดา ที่นักธุรกิจทั่วไปสามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อยู่แล้ว

ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นเจ้าของทีมตัวจริงหรือไม่และนำเงินจากแหล่งใดมาซื้อ คงให้คำตอบไม่ได้ เพราะทีมทนายความไม่มีข้อมูลส่วนนี้อยู่”

จากคำสัมภาษณ์ของคนทั้งคู่ สรุปได้ว่า งานนี้ คตส.กลั่นแกล้งพ.ต.ท.ทักษิณ (อีกแล้ว) อิจฉาความร่ำรวยของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เข้าใจโลกของการทำธุรกิจ

อาศัยความรู้เรื่องกฎหมายและชั้นเชิงลีลาของนักการเมือง นายพงศ์เทพและทนายพ.ต.ท.ทักษิณ คงคิดว่า เปลืองน้ำลายเล็กน้อยแค่นี้ก็ทำลายความน่าเชื่อถือ คตส.ลงได้ และชวนให้ใครต่อใครเชื่อได้โดยง่าย

แต่..คนทั้งคู่คงหลงลืมประเด็นบางประเด็นไป ที่สำคัญเผลอพูดออกมาเอง และขัดแย้งกันเอง นั่นคือ แหล่งที่มาของเงิน!

นายพงศ์เทพ เชื่อว่า นายใหญ่ของเขาจะชี้แจงได้ เพราะ มีเอกสารชัดเจน ขณะที่ทนายเลี่ยงที่จะผูกมัดโดยอ้างว่า ไม่มีข้อมูลส่วนนี้

เพราะฉะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จึงยังเป็นคนเดียวที่กุมความลับนี้เอาไว้! คตส.ที่ทำหน้าที่จำเป็นต้องเสาะแสวงหาข้อมูลให้กระจ่าง หากบริสุทธิ์ก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อน

ส่วนกรณีทั้งคู่พยายามเบี่ยงเบนให้กรณีนี้เป็นคดีใหม่นั้นก็ดูแคลนโลกของข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนรับรู้มากทีเดียว

เนื่องเพราะ ใครหลายคนที่ติดตามคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ และ การทำงานของ คตส.ก็ย่อมทราบว่า การตรวจสอบเรื่องซื้อทีมแมนฯ ซิตี้ ไม่ใช่การตั้งสอบคดีใหม่ แต่เป็นคดีที่มีการตรวจสอบอยู่แล้ว เพราะ เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า ขณะนี้ คตส.กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล

ทว่า...ที่ผ่านมา คตส.เคยประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอทราบข้อมูลเรื่องนี้มาแล้ว แต่ก็ไม่ได้อะไรชัดเจน ในการประชุมคตส.ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 17 มีนาคม คตส.จึงเห็นว่า ควรเริ่มต้นจากการเชิญพลเอกสุรยุทธ์ที่เคยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้มาให้ปากคำ

ประการสำคัญ ที่ทั้งนายพงศ์เทพ และทนายของพ.ต.ท.ทักษิณ จะแก้ต่างกันอย่างไร จะบอกให้คนเชื่อว่า เป็นเรื่องธุรกิจอย่างไรก็ตาม แต่ทั้งคู่ไม่ควรจะลืมว่า การซื้อทีมฟุตบอลเกิดขึ้นหลังจากที่ คตส. ออกคำสั่งอายัดไปแล้ว!

เน้นว่า..การซื้อสโมสรแมนฯ ซิตี้ เกิดขึ้นหลังจากช่องทางเงินของพ.ต.ท.ทักษิณ ถูกปิดท่อเรียบร้อย

“ทักษิณ เอาเงินมาจากไหนซื้อทีมฟุตบอล ทั้งที่ถูกอายัดทรัพย์?” คำถามที่เขาสงสัยกันทั่วบ้านทั่วเมืองตรงนี้ต่างหากที่เป็นประเด็น

คตส. สั่งอายัดเงินพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเงิน 72,310 ล้านบาท แต่คณะอนุกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากสถาบันการเงินแจ้งกลับมาว่าสามารถอายัดได้เพียง 65,508 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินล่องหนหายไป เพราะมีการเคลื่อนย้ายเงินออกจากบัญชีที่มีคำสั่งอายัดก่อนที่จะมีคำสั่งอายัดจะมีผลบังคับ ใช่เป็นเงินเหล่านี้หรือไม่?

หากไม่ใช่แล้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่า คือ เงินที่แอบ “ซุก” แอบ “ซ่อน” ไว้ที่นอมินี หรือใครคนใดในต่างประเทศหรือไม่อย่างไร เพราะ นักธุรกิจ เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีฝีมือในการทำธุรกิจแบบสลับซับซ้อน ไม่คล้ายกับที่ทั้งสองคนบอกว่า ทำแบบธรรมดาตรงไปตรงมา

กรณี แอมเพิลริช และเอสซีแอสเซท นับเป็นตัวอย่างได้ดี

นอกจากนี้ จำได้ว่า คตส. เคยประสานขอข้อมูลกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ไม่พบว่า ทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณ มีการระบุถึงเงินในต่างประเทศ!

นี่ยังไม่นับรวมกับเงินซื้อตัวนักเตะฤดูกาลหน้า (เริ่มสิงหาคม) ที่สื่ออังกฤษประโคมข่าวออกมาแล้วว่า สเวน โกรันอิริกสัน ผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ จะได้งบประมาณอย่างน้อย 30 ล้านปอนด์ (ราว 2,100 ล้านบาท) หรือไม่ก็ 50 ล้านปอนด์ (ราว 3,500 ล้านบาท) จากพ.ต.ท.ทักษิณ

ดังนั้น คงไม่เพียงแต่ คตส. เท่านั้นหรอกที่สนใจ สังคมก็ย่อมสนใจด้วยว่า... พ.ต.ท.ทักษิณ เอาเงินมาจากไหน?

**ท่านผู้อ่านสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ที่ เอ็มบล็อกhttp://mblog.manager.co.th/suwitcha67 หรือ E-mail suwitcha@manager.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...