xs
xsm
sm
md
lg

'ไชยชนก' ปลื้ม AIS เสนอเน็ต AiPASS 29 บาท ครบ 5 ล้านสิทธิ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลดกำแพงค่าเน็ต! 'AIS' ขอหนุน AiPASS เสนอ 29 บาท/เดือน ใช้แอปพลิเคชันไม่จำกัด ครบ 5 ล้านสิทธิ์ใน 1 ปี 'ไชยชนก' เล็งคุย NT ต่อ เชื่อมแผนบอร์ด AI แห่งชาติ

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบโจทย์หนึ่งระหว่างลงพื้นที่ต่างจังหวัด หลังพูดคุยกับ สส. และนักเรียนในพื้นที่ หลายคนสนใจอยากทดลองใช้ TH-AI Passport แต่สิ่งที่ทำให้บางคนลังเลไม่ใช่เพราะไม่มีอินเทอร์เน็ต หากเป็นความกังวลว่าเมื่อใช้งาน AI แล้ว ปริมาณดาต้าที่ถูกใช้มากขึ้นอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแบบเติมเงิน

"น้องๆ นักเรียนหลายคนต้องการใช้งาน TH-AI Passport แต่มีความกังวลเรื่องค่าอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีอินเทอร์เน็ตใช้งานอยู่แล้ว แต่เมื่อใช้ AI ซึ่งต้องมีการประมวลผล ก็จะใช้ปริมาณอินเทอร์เน็ตค่อนข้างมาก เมื่อมีการพูดถึงปัญหานี้ออกไป ต้องขอบคุณ AIS ที่ติดต่อเข้ามาเป็นรายแรก และแสดงความต้องการเข้ามาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้" นายไชยชนก กล่าว

จากโจทย์เรื่องค่าอินเตอร์เน็ต จึงนำไปสู่การหารือกับ AIS ซึ่งติดต่อเข้ามาเสนอแนวทางสนับสนุนการใช้งาน TH-AI Passport เบื้องต้นเป็นแพ็กเกจสำหรับผู้ใช้ซิม AIS ให้ใช้อินเทอร์เน็ตภายในแอปพลิเคชัน AiPASS ได้ไม่จำกัด ในราคา 29 บาทต่อเดือน หรือน้อยกว่าวันละ 1 บาท โดย AIS แจ้งว่าสามารถรองรับได้ทั้งหมด 5 ล้านสิทธิ์ เป็นระยะเวลา 1 ปี

แพ็กเกจดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะนักเรียน หากผู้ใช้มีซิมและอินเทอร์เน็ตของ AIS อยู่แล้ว ก็สามารถสมัครเพิ่มสำหรับใช้งานเฉพาะแอปพลิเคชัน AiPASS ได้ในราคาเดือนละ 29 บาท ลักษณะใกล้เคียงแพ็กเกจที่กำหนดการใช้งานเฉพาะแอปพลิเคชัน (IP) ซึ่งนายไชยชนกหวังว่าจะช่วยลดความกังวลเรื่องค่าอินเตอร์เน็ต และทำให้มีประชาชนเข้ามาทดลองใช้ AI มากขึ้น


ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอีเริ่มมองหาแนวทางจากผู้ให้บริการรายอื่นด้วย โดยนายไชยชนกได้พูดคุยกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ให้เตรียมนโยบายหรือโซลูชันในลักษณะใกล้เคียงกัน ส่วน True ยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากภาครัฐไม่สามารถกำหนดให้บริษัทเอกชนต้องเข้ามาสนับสนุนมาตรการลักษณะนี้ได้ แต่หากมีการแสดงเจตจำนงเข้ามา กระทรวงพร้อมหารือ เนื่องจากการสนับสนุนดังกล่าวมีมูลค่าค่อนข้างสูง

ความพยายามลดอุปสรรคค่าอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นในช่วงที่ TH-AI Passport เริ่มเห็นพฤติกรรมการใช้งานจริง หลังให้บริการประมาณ 1 สัปดาห์ นายไชยชนกระบุว่า มีผู้ใช้งานพร้อมกัน (Concurrent User) มากกว่า 500,000 คน มีการส่งคำสั่งหรือพรอมต์ประมาณ 4 ล้านพรอมต์ ขณะที่ Learn to Earn ซึ่งรวบรวมหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง มียอดรับชมเนื้อหามากกว่า 1 ล้านคลิป และจำนวนผู้ใช้งานยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แต่สำหรับนายไชยชนก ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ใช่ปลายทาง เพราะโจทย์ของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการทำให้คนจำนวนมากเข้ามาใช้ AI หากต้องการลดช่องว่างไม่ให้ความรู้และโอกาสด้าน AI กระจุกตัวอยู่เฉพาะคนที่มีกำลังจ่าย

"สิ่งที่ผมต้องการคือให้มีประชาชนเข้ามาใช้งานให้มากขึ้น และอยากให้ความรู้ความเข้าใจด้าน AI ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในกลุ่มที่มีกำลังจ่าย เพราะโครงการนี้สามารถช่วยให้ประชาชนได้เรียนรู้และทำความเข้าใจ AI ในหลากหลายโมเดลมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญและเป็นโอกาสที่ไม่ได้หาได้ง่ายๆ" นายไชยชนก กล่าว

ปัจจุบัน Learn to Earn มีหลักสูตรมากกว่า 96 คอร์ส และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีการจัดทำหลักสูตรร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง OpenAI, Microsoft และ Google รวมถึง Nvidia ที่จะเข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต พร้อมมีแนวทางจัดกิจกรรมร่วมกับบริษัทเหล่านี้สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้และทำความเข้าใจ AI มากขึ้น

จาก TH-AI Passport เมื่อขยายภาพออกไปอีกระดับ นายไชยชนกมองว่าโครงการนี้เป็นเพียงจุดหนึ่งของการขับเคลื่อน AI ประเทศภายใต้คณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ หรือ บอร์ด AI แห่งชาติ เพราะโจทย์ไม่ได้มีเพียงการทำให้ประชาชนใช้ AI เป็น แต่ยังครอบคลุมตั้งแต่การศึกษา การส่งเสริมอุตสาหกรรม การลงทุน แผนและยุทธศาสตร์ ไปจนถึงกฎระเบียบและกฎหมายที่จะกำหนดโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศในระยะต่อไป

หนึ่งในโจทย์ดังกล่าวคือการวางกติกาสำหรับ Data Center และ AI Factory ซึ่งนายไชยชนกเห็นว่า ต้องแยกออกจากกัน เนื่องจากทั้งสองธุรกิจมีความต้องการ ประโยชน์ ตลาด และทรัพยากรที่ใช้แตกต่างกัน หาก Data Center ถูกพัฒนาไปสู่ AI Factory ที่มีการประมวลผล AI หรือทำ Machine Learning กฎเกณฑ์ที่ใช้กำกับก็ควรแตกต่างออกไป เพื่อให้ผู้ประกอบการที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรม AI รู้ตั้งแต่ต้นว่าต้องปฏิบัติตามกรอบใด

โจทย์ของภาครัฐจึงมีสองด้านพร้อมกัน คือ ต้องสามารถจัดการและกำหนดมาตรการได้รวดเร็ว ขณะเดียวกันต้องสร้างความชัดเจนให้ภาคเอกชนที่ต้องการลงทุน นายไชยชนกระบุว่า แม้การออกกฎหมายต้องใช้เวลา แต่ระหว่างทางสามารถใช้กลไกของคณะกรรมการ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี และประกาศกระทรวงประกอบกันไปก่อน พร้อมเดินหน้ากฎหมายควบคู่กัน

ภาพที่บอร์ด AI แห่งชาติต้องการขับเคลื่อนจึงกว้างกว่า TH-AI Passport ตั้งแต่ทำให้ประชาชนเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น ไปจนถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศสามารถใช้ต่อยอดเทคโนโลยีได้เอง โดยนายไชยชนกเชื่อว่า กฎหมายด้าน Data Center จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ภาครัฐมี Computing Power เป็นของตัวเอง พร้อมกับการสร้าง LLM ของประเทศควบคู่กัน ซึ่งทั้งหมดต้องเดินไปพร้อมกับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'ไชยชนก' นั่งหัวโต๊ะบอร์ด AI แห่งชาตินัดแรก ตั้งรวด 12 คณะทำงาน
คนไทยใช้ TH-AI Passport แตะ 1.47 ล้านราย Prompt พุ่ง 4 ล้าน
บอร์ด Data Center นัดถกสัปดาห์นี้ อุดช่องว่างกำกับดาต้าเซ็นเตอร์ไทย
คนไทยเริ่มใช้จริง! TH-AI Passport วันแรก Active ทะลุแสน
◉ AI-Data Center ส่งแรงถึงฮาร์ดแวร์ไทย 'ดีป้า' มองตลาดขาขึ้น