ดาต้าเซ็นเตอร์ไทยยังไร้กฎหมายกำกับตรง อำนาจกระจายหลายหน่วยงาน วงในเผยบอร์ด Data Center นัดประชุมสัปดาห์นี้ วางกรอบดูแลทั้งระบบ ครอบคลุมไฟฟ้า น้ำ ผังเมือง ความปลอดภัย และระบบสื่อสาร
แหล่งข่าวจาก สำนักงาน กสทช. เปิดเผยถึงการกำกับดูแล Data Center ในประเทศไทยว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายฉบับใดที่กำกับกิจการ Data Center โดยตรงแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้อำนาจและหน้าที่เกี่ยวข้องกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ตั้งแต่เรื่องอาคารและการก่อสร้าง การใช้ไฟฟ้า โรงงาน การลงทุน ตลอดจนระบบสื่อสารและการรับส่งข้อมูล ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ที่รัฐบาลตั้งขึ้น เตรียมประชุมภายในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือกรอบการกำกับดูแลในภาพรวม
"ตอนนี้ Data Center มันแทบจะเป็นเรื่องของหลายกระทรวงมากๆ เพราะด้วยความที่เรายังไม่มีอะไรที่มันโดยตรงเกี่ยวกับคำว่า Data Center ดังนั้น มันจะไม่เกี่ยวกับกระทรวงไหนร้อยเปอร์เซ็นต์" แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับกระทรวงดีอี แม้ Data Center จะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและข้อมูล แต่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายในมือที่ให้อำนาจกระทรวงเข้าไปกำกับกิจการทั้งหมดโดยตรง โดยส่วนที่เกี่ยวข้องชัดเจนจะอยู่ในมิติของการสื่อสารและการรับส่งข้อมูล ขณะที่ด้านอื่นต้องใช้กฎหมายของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น การก่อสร้าง การขอใช้ไฟฟ้า หรือใบอนุญาตโรงงานตามขนาดของกิจการ
ส่วนสำนักงาน กสทช. มีอำนาจออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมสำหรับบริการ Data Center ในส่วนที่เข้าข่ายกิจการโทรคมนาคมอยู่แล้ว โดยข้อมูลจากสำนักงาน กสทช. ณ วันที่ 27 ก.ค.69 ระบุว่า มีผู้ได้รับใบอนุญาต Data Center รวม 26 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 จำนวน 23 ราย และแบบที่ 3 จำนวน 3 ราย ขณะที่ยังมีผู้ประกอบการบางส่วนอยู่ระหว่างกระบวนการ ทั้งรอลงนามใบอนุญาตและอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสาร
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ไม่ได้สะท้อนจำนวน Data Center ทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศ เนื่องจากใบอนุญาตดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะกิจการในส่วนที่อยู่ภายใต้อำนาจกำกับด้านโทรคมนาคม ขณะที่การตั้งและดำเนินงาน Data Center ยังเกี่ยวข้องกับการอนุญาตจากหน่วยงานอื่น ทั้งการใช้ไฟฟ้า การก่อสร้าง โรงงาน การส่งเสริมการลงทุน และการจัดเก็บเชื้อเพลิง จึงต้องตรวจสอบสถานะของแต่ละโครงการแยกตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องร
ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติ Data Center แต่ละแห่งจึงอาจมีชุดการอนุญาตไม่เหมือนกัน บางแห่งอาจเกี่ยวข้องทั้งการขอใช้ไฟฟ้า การส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และใบอนุญาตจาก กสทช. ขณะที่บางแห่งอาจไม่เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตบางประเภท จึงเป็นเหตุผลที่ไม่สามารถใช้ใบอนุญาตใดใบอนุญาตหนึ่งมาตัดสินได้ว่า Data Center แห่งนั้นได้รับอนุญาตครบถ้วนทุกมิติ
อีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบ คือ การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับระบบไฟฟ้าสำรองของ Data Center โดยแหล่งข่าวระบุว่า หากมีการจัดเก็บน้ำมันในปริมาณที่เข้าข่ายตามกฎหมาย ผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตจากหน่วยงานด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแม้ปริมาณระดับหลักหมื่นลิตรก็มีข้อกำหนดในการขออนุญาตแล้ว จึงต้องตรวจสอบเป็นรายแห่งว่า Data Center มีการขออนุญาต ปริมาณการจัดเก็บ และรูปแบบการติดตั้งถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึง Data Center บางแห่งอาจเก็บน้ำมันสำรองมากกว่า 4 แสนลิตร แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขดังกล่าวได้ และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากมีปริมาณถึงระดับ 4 แสนลิตรจริง จะเทียบได้กับรถขนส่งน้ำมันขนาดประมาณ 30,000 ลิตร มากกว่า 13 คัน จึงต้องพิจารณาทั้งขนาดพื้นที่ จำนวนและความจุของถัง รวมถึงใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะสรุปว่ามีการจัดเก็บจริงในปริมาณเท่าใด ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสังเกตจากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่ข้อสรุป
ดังนั้น การตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์จะช่วยนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทั้งโครงสร้างทางกายภาพ พลังงาน และระบบสื่อสารมาหารือร่วมกัน หลังที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานดูแลเฉพาะส่วนของตนเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ส.ค.69 เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยกำหนดให้มีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นรองประธานคนที่ 1 คนที่ 2 และคนที่ 3 ตามลำดับ เพื่อวางนโยบาย มาตรฐาน และกรอบการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ครอบคลุมทั้งด้านพลังงาน น้ำ ผังเมือง ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และอธิปไตยด้านข้อมูล


