xs
xsm
sm
md
lg

AI-Data Center ส่งแรงถึงฮาร์ดแวร์ไทย 'ดีป้า' มองตลาดขาขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดิจิทัลไทยโต 3.87 ล้านล้านแล้ว! 'ดีป้า' เผย 5 อุตสาหกรรมโตพร้อมกันในรอบหลายปี แต่คนสายดิจิทัลยังขาดหนัก โดยเฉพาะทักษะ AI และ Data

เมื่อวันที่ 8 ก.ย.69 ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยปี 2568 ขยายตัวพร้อมกันทั้ง 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในรอบหลายปี มีมูลค่ารวม 3,873,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 22.66% โดยอุตสาหกรรมบริการดิจิทัลเติบโตสูงที่สุด 28.04% ขณะเดียวกันผลสำรวจสะท้อนปัญหาช่องว่างกำลังคนดิจิทัล โดยเฉพาะทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลที่ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ

ผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัล ประจำปี 2568 ซึ่งดีป้า ดำเนินการร่วมกับสถาบันไอเอ็มซี ครอบคลุม 5 กลุ่ม ได้แก่ ซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ บริการดิจิทัล ดิจิทัลคอนเทนต์ และโทรคมนาคม โดยส่วนของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมสำรวจโดยสำนักงาน กสทช.

เมื่อแยกเป็นรายอุตสาหกรรม บริการดิจิทัลมีมูลค่า 470,851 ล้านบาท เติบโต 28.04% ตามด้วยฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ มูลค่า 2,288,581 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.04% ขณะที่ซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์มีมูลค่า 270,921 ล้านบาท ขยายตัว 16.08% ซึ่งเป็นอัตราเติบโตสูงที่สุดในรอบหลายปี ส่วนโทรคมนาคมมีมูลค่า 789,568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.46% และดิจิทัลคอนเทนต์มีมูลค่า 53,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.00%

ด้านกำลังคนดิจิทัลยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์มีบุคลากร 189,718 คน เพิ่มขึ้น 14.82% ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะมี 419,022 คน เพิ่มขึ้น 36.99% และบริการดิจิทัลมี 92,342 คน เพิ่มขึ้น 7.15% ผลสำรวจยังพบว่า AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการจ้างงานมากกว่าทำให้จำนวนงานลดลง งานทักษะสูง เช่น การออกแบบระบบและงานที่ปรึกษายังขยายตัว ขณะที่งานประจำและงานประมวลผลพื้นฐานเริ่มชะลอตัว


อย่างไรก็ตาม ปริมาณกำลังคนใหม่ยังมีช่องว่างจากความต้องการของภาคธุรกิจอย่างมาก โดยอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ต้องการบุคลากรเพิ่มเฉลี่ย 21,450 คนต่อปี แต่มีผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องเพียง 7,247 คน หรือประมาณหนึ่งในสามของความต้องการ ส่วนฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะต้องการเพิ่มราว 72,700 คนต่อปี ขณะที่มีผู้สำเร็จการศึกษาที่เกี่ยวข้องเพียง 7,335 คน
สำหรับอุตสาหกรรมบริการดิจิทัล แม้จำนวนบัณฑิตจะสูงกว่าความต้องการในเชิงปริมาณ แต่โจทย์สำคัญอยู่ที่ทักษะของผู้สำเร็จการศึกษาว่าสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการหรือไม่ โดยเฉพาะทักษะ AI และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งผลสำรวจมองว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไข

ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ระหว่างปี 2569-2571 ผลสำรวจคาดว่า ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะจะเป็นกลุ่มที่ขยายตัวสูงที่สุดประมาณ 18-23% ต่อปี หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม 20.0% ต่อปี ตามด้วยบริการดิจิทัลที่คาดว่าจะโต 12-19% ต่อปี เฉลี่ยสะสม 15.6% ต่อปี และซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์เติบโตประมาณ 9-12% ต่อปี เฉลี่ยสะสม 10.8% ต่อปี

ส่วนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นในปี 2570 ก่อนชะลอลงเล็กน้อยในปี 2571 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม 3.5% ต่อปี ขณะที่ดิจิทัลคอนเทนต์คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 4.7-7.7% ต่อปี หรือเฉลี่ยสะสม 5.8% ต่อปี


รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี และผู้จัดการโครงการฯ ให้ข้อมูลว่า ปี 2568 เป็นปีแรกในรอบหลายปีที่บริการดิจิทัลทั้ง 8 ประเภทเติบโตพร้อมกัน โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก Content Commerce ซึ่งผสานความบันเทิงกับการขายสินค้าผ่านวิดีโอและไลฟ์ ส่งผลให้ e-Retail มีมูลค่า 190,799 ล้านบาท เติบโต 62.93% และคิดเป็น 71% ของมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมบริการดิจิทัลทั้งหมด ขณะที่ e-Logistics มีมูลค่า 116,084 ล้านบาท และ FinTech 62,895 ล้านบาท ส่วน EdTech มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดที่ 66.15%

ขณะเดียวกัน ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และศูนย์ข้อมูลทั่วโลก โดยการส่งออกมีมูลค่า 1,694,519 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.79% การส่งออกคอมพิวเตอร์เติบโต 119.36% และอุปกรณ์ต่อพ่วงเพิ่มขึ้น 92.24% ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งคำสั่งซื้อก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ ขณะที่การนำเข้าคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 62.30% จากความต้องการเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ประมวลผลรองรับ AI

ด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์มีมูลค่า 270,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.08% แบ่งเป็นซอฟต์แวร์ 103,664 ล้านบาท และบริการซอฟต์แวร์ 167,257 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 70,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.86% ซึ่งผลสำรวจมองว่าสะท้อนการพึ่งพาซอฟต์แวร์และบริการคลาวด์จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังองค์กรไทยหลายแห่งขยับจากช่วงทดลองใช้ AI และคลาวด์เข้าสู่การใช้งานจริง ประกอบกับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกเร่งลงทุนศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

ผลสำรวจยังประเมินผลจากมาตรการทางการค้าและภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่มีผลในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โดยการเร่งส่งออกก่อนมาตรการมีผลช่วยหนุนการส่งออกฮาร์ดแวร์ในระยะสั้น แต่เพิ่มความไม่แน่นอนต่อคำสั่งซื้อในปี 2569 ส่วนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ แม้การลงทุนด้านไอทีของบางองค์กรชะลอตัว แต่ยังเป็นโอกาสของไทยในการดึงการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงที่กระจายฐานการผลิตออกจากประเทศเจ้าตลาดเดิม

"ดีป้า และ สถาบันไอเอ็มซี ผู้ร่วมดำเนินการสำรวจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัล ประจำปี 2568 และคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปีจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลของรัฐบาลในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อีกทั้งเป็นส่วนสำคัญเพื่อประกอบการตัดสินใจวางแผนธุรกิจของภาคเอกชนด้วย" ดร.ศุภกร กล่าว