xs
xsm
sm
md
lg

สมาคมทีวีดิจิทัลบุกทัก 'กสทช.' เคลียร์สถานะ 'หมอสรณ' ก่อนเคาะโรดแมป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมาคมทีวีดิจิทัลยื่นหนังสือถึง กสทช. ห่วงปมคุณสมบัติ 'หมอสรณ' ลากมติใหญ่เข้าพื้นที่เสี่ยงผิดกฎหมาย ขอเคลียร์สถานะก่อนเคาะ Digital TV Roadmap–National Streaming Platform ชี้อนาคตทีวีไทยรอไม่ได้ ต้องเดินหน้าต่อ

ปมสถานะของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กำลังเพิ่มความไม่แน่นอนให้การพิจารณานโยบายสำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ หลังสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) แสดงความกังวลว่า หากการประชุมและการลงมติยังดำเนินต่อไปโดยไม่มีข้อยุติทางกฎหมายที่ชัดเจน มติที่ออกมาอาจถูกโต้แย้งภายหลัง และกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่ต้องใช้มติดังกล่าววางแผนธุรกิจในระยะยาว

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 27 ก.ค.69 ตัวแทนสมาคมฯ นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกสมาคมฯ และนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการสมาคมฯ ได้นำหนังสือซึ่งลงนามโดย นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เข้ายื่นต่อ ศ.คลินิก นพ.สรณ พร้อมส่งถึงกรรมการ กสทช. ทุกคน ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นในเวลา 09.30 น. โดยขอให้ที่ประชุมเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการพิจารณาวาระซึ่งอาจส่งผลต่ออนาคตของกิจการโทรทัศน์ไทย ซึ่งมี นายรัชตะพงศ์ พินทุเสนีย์ ผู้อํานวยการส่วนประจําสํานักงาน รักษาการแทน ผู้อํานวยการสํานักสื่อสารองค์กร สํานักงาน กสทช. เป็นผู้รับมอบ

ความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีมติ 4 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 17 ก.ค.69 เกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. แม้กระบวนการตามกฎหมายยังไม่สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ แต่สมาคมฯ มองว่า ประเด็นนี้อาจขยายไปถึงข้อสงสัยเรื่องอำนาจในการเรียกประชุม การนั่งเป็นประธานในที่ประชุม ตลอดจนการร่วมพิจารณาและลงคะแนนในวาระสำคัญ

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังนำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาประกอบข้อสังเกต โดยกฎหมายดังกล่าวกำหนดแนวทางเกี่ยวกับการประชุม การลงมติ และกรณีกรรมการมีส่วนได้เสียในเรื่องที่เข้าสู่การพิจารณา ดังนั้น ก่อนดำเนินการกับวาระที่มีผลผูกพันต่อภาคอุตสาหกรรม สมาคมฯ จึงต้องการให้มีคำตอบที่ชัดเจนว่า การปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. ในสถานการณ์ปัจจุบันสามารถดำเนินไปได้เพียงใด


สำหรับวาระที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญมากที่สุด คือ Digital TV Roadmap ซึ่งเป็นแผนกำหนดทิศทางของโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลก่อนใบอนุญาตชุดปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2572 ก่อนหน้านี้ กสทช. กำหนดให้สำนักงาน กสทช. นำแผนดังกล่าวกลับมาเสนอภายใน 30 วัน และขณะนี้ระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้ครบลงแล้ว ผู้ประกอบการจึงต้องการข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อประเมินทั้งรูปแบบการดำเนินธุรกิจ การลงทุน และแนวทางปรับตัวหลังสิ้นสุดอายุใบอนุญาต

อีกวาระหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม คือ National Streaming Platform (NSP) ซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบเผยแพร่เนื้อหาผ่านช่องทางออนไลน์ ท่ามกลางพฤติกรรมผู้ชมที่เคลื่อนตัวออกจากการรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดิน และหันไปใช้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตกับแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น

ทั้งนี้ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) มีสมาชิกซึ่งถือใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ทั้งบริการทางธุรกิจและบริการสาธารณะรวม 15 ใบอนุญาต จึงถือเป็นกลุ่มที่ต้องรับผลโดยตรงจากทั้ง Digital TV Roadmap และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของอุตสาหกรรมในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ไม่ได้เสนอให้ชะลอการทำงานของ กสทช. หรือเลื่อนการพิจารณา Digital TV Roadmap ออกไป ตรงกันข้าม กลับเห็นว่าแผนดังกล่าวควรเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว เนื่องจากล่าช้ามาแล้วตามกรอบเวลาที่กำหนด เพียงแต่ทุกขั้นตอนต้องตั้งอยู่บนฐานกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อให้มติที่ออกมาสามารถบังคับใช้ได้จริง และไม่กลายเป็นปัญหาใหม่ต่อผู้ประกอบการหรือประโยชน์สาธารณะในภายหลัง

สมาคมฯ จึงขอให้ กสทช. ดำเนินการในสามด้านควบคู่กัน ได้แก่ หาข้อสรุปทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะและขอบเขตการทำหน้าที่ของประธาน กสทช. เร่งนำ Digital TV Roadmap เข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกรอบ 30 วันที่กำหนดไว้ และจัดการประชุมรวมถึงลงมติในวาระสำคัญด้วยกระบวนการที่ไม่มีข้อเคลือบแคลง เพื่อให้ผลการตัดสินใจมีความมั่นคงและนำไปใช้กำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ สมาคมฯ ย้ำว่า ข้อทักท้วงครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. แต่ต้องการลดความเสี่ยงที่มติสำคัญจะถูกตั้งคำถามในภายหลัง โดยเฉพาะในช่วงที่สถานะของผู้ทำหน้าที่ประธานยังอยู่ท่ามกลางข้อถกเถียง เพราะยิ่งเป็นการตัดสินใจที่ส่งผลต่อผู้ประกอบการและประชาชนในวงกว้าง กระบวนการพิจารณาก็ยิ่งต้องรอบคอบ โปร่งใส และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย