xs
xsm
sm
md
lg

กก.สรรหามติเอกฉันท์! 'หมอสรณ' พ้น ประธาน กสทช.-สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คณะกรรมการสรรหามติเอกฉันท์ 'หมอสรณ' พ้นประธาน กสทช. ชี้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8(2) จึงถือว่าสละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่ง หลังพบปมสถานะมหิดล รักษาผู้ป่วย และรามาแชนแนล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ก.ค.69 ที่รัฐสภา คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งมีนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานภาค 7 เป็นประธาน ได้ประชุมพิจารณาชี้ขาดคุณสมบัติของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ภายหลังมีเรื่องร้องเรียนว่าอาจมีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมลับ จึงไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปบันทึกภาพและรับฟังการประชุม ขณะเดียวกัน ยังมีตำรวจรัฐสภาหลายนายเข้าดูแลความเรียบร้อยบริเวณหน้าห้องประชุมอย่างใกล้ชิด

ภายหลังการพิจารณา คณะกรรมการสรรหามีมติเป็นเอกฉันท์ 4:0 เสียง ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่งกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับที่ 4 พ.ศ.2564 ส่งผลให้การดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ของ ศ.คลินิก นพ.สรณ สิ้นสุดลงตามผลการวินิจฉัยดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ได้จัดทำรายงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณสมบัติของ ศ.คลินิก นพ.สรณ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ กสทช. ผ่านประธานวุฒิสภา โดยกำหนดประเด็นตรวจสอบหลัก ได้แก่ การที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงประกอบวิชาชีพแพทย์และตรวจรักษาผู้ป่วย จะเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามของกรรมการ กสทช. หรือไม่ รวมถึงกรณีได้รับเลือกให้เป็นกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ว่าขัดต่อข้อห้ามตามกฎหมายหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบไม่ได้พิจารณาเฉพาะข้อมูลของฝ่ายผู้ร้องเท่านั้น แต่รวบรวมพยานหลักฐานจากหลายหน่วยงาน ทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพระรามเก้า ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงาน กสทช. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมสรรพากร ตลอดจนคำชี้แจงของ ศ.คลินิก นพ.สรณ

รายงานได้อ้างอิงบทบัญญัติหลายมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 7 ข. (12) ซึ่งกำหนดลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา พนักงาน ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนในนิติบุคคลที่ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ภายในระยะเวลา 1 ปีก่อนเข้ารับการสรรหา ขณะที่มาตรา 8 กำหนดให้กรรมการ กสทช. ต้องไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งต้องไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอิสระที่มีส่วนได้เสียหรืออาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ขัดแย้งต่อการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ มาตรา 18 ยังกำหนดให้ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาต้องลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพที่ขัดต่อกฎหมายก่อนนำความขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงแต่งตั้ง ส่วนมาตรา 20 กำหนดเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่ง และมาตรา 26 กำหนดให้ประธานและกรรมการ กสทช. ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา

รายงานระบุลำดับเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.64 วุฒิสภามีมติเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ต่อมา วันที่ 22 ธ.ค.64 ประธานวุฒิสภาได้ออกประกาศให้ผู้ได้รับความเห็นชอบแสดงหลักฐานการลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพที่อาจขัดต่อกฎหมาย โดย ศ.คลินิก นพ.สรณ ยื่นหนังสือรับรองการลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพ ลงวันที่ 8 ม.ค.65 และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้รับเอกสารเมื่อวันที่ 10 ม.ค.65

ประเด็นสำคัญที่คณะกรรมาธิการให้น้ำหนัก คือสถานะของ ศ.คลินิก นพ.สรณ กับมหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศ.คลินิก นพ.สรณ แจ้งว่าได้ลาออกจากตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายสวัสดิการและกิจการพิเศษ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รวมถึงลาออกจากการเป็นกรรมการองค์การเภสัชกรรม และประกาศการลาออกผ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐในเดือน ม.ค.65 ก่อนมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 13 เม.ย.65

กระนั้น คณะกรรมาธิการพบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหนังสือมหาวิทยาลัยมหิดล ลงวันที่ 17 พ.ค.67 ซึ่งลงนามโดย ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และรับรองว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีจนถึงวันที่ 12 เม.ย.65 หรือเพียงหนึ่งวันก่อนมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง

คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะการตรวจรักษาผู้ป่วยในฐานะแพทย์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงถึงสถานะการเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ และอาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อห้ามตามมาตรา 8 ตลอดจนเงื่อนไขที่กำหนดให้กรรมการ กสทช. ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาตามมาตรา 26

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบเว็บไซต์ Premium Clinic ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 5 เม.ย.67 พบชื่อ ศ.คลินิก นพ.สรณ อยู่ในตารางแพทย์ลงตรวจประจำวันจันทร์ เวลา 13.30-16.00 น. และวันพฤหัสบดี เวลา 10.00-12.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาราชการ ส่วนเว็บไซต์โรงพยาบาลพระรามเก้าพบชื่อ ศ.คลินิก นพ.สรณ มีตารางตรวจผู้ป่วยวันเสาร์ เวลา 09.30-11.30 น.

อย่างไรก็ดี รายงานได้นำคำชี้แจงของ ศ.คลินิก นพ.สรณ มาพิจารณาประกอบด้วย โดยอ้างถึงบทสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.66 ซึ่ง ศ.คลินิก นพ.สรณ ระบุว่าไม่ได้ผ่าตัดหัวใจมาแล้วประมาณ 9 เดือน การรักษาผู้ป่วยดำเนินการนอกเวลาราชการ ไม่รับผู้ป่วยใหม่ และเป็นเพียงการดูแลผู้ป่วยเดิมที่รักษาต่อเนื่องกันมานาน 20-30 ปี ทั้งยังยอมรับในที่ประชุม กสทช. ว่าเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ดังกล่าวจริงและยังคงรักษาผู้ป่วยอยู่บ้าง

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.66 ยังปรากฏคลิปการแถลงข่าวที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวถึงการทำหน้าที่อาจารย์แพทย์ การสอนนักศึกษา และการรักษาผู้ป่วยทั้งที่โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลพระรามเก้า ซึ่งคณะกรรมาธิการนำมาประกอบการพิจารณาว่าเข้าข่ายการประกอบวิชาชีพอิสระระหว่างดำรงตำแหน่ง กสทช. หรือไม่

ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมาธิการยังใช้ข้อมูลจากกรมสรรพากรและแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภ.ง.ด.90 เป็นหลักฐานประกอบ เมื่อพิจารณาร่วมกับหนังสือจากมหาวิทยาลัยมหิดล จึงเห็นว่ามีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงมีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและประกอบวิชาชีพอิสระอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช.

รายงานยังพบหลักฐานการได้รับค่าจ้างและค่าตอบแทนจากบริษัท เมอร์ค จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจด้านเวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาพิจารณาประกอบว่า การมีรายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระระหว่างดำรงตำแหน่งอาจขัดต่อข้อห้ามตามมาตรา 8 หรือไม่

อีกประเด็นหนึ่งที่คณะกรรมาธิการให้ความสำคัญ คือสถานะของมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก "รามาแชนแนล" โดยเห็นว่า หาก ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงมีสถานะเป็นผู้บริหารหรือพนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดลในช่วงก่อนเข้ารับการสรรหา ก็อาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 7 ข. (12) เนื่องจากมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโทรทัศน์ภายใต้ใบอนุญาตของ กสทช.

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.65 ที่ประชุม กสทช. ซึ่งมี ศ.คลินิก นพ.สรณ เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมและอนุญาตให้มหาวิทยาลัยมหิดลประกอบกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ช่องรามาแชนแนล ต่อไปอีก 2 ปี นับจากวันสิ้นอายุใบอนุญาตเดิม คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่า มหาวิทยาลัยมหิดลไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงหน่วยงานของรัฐ แต่ยังเป็นผู้รับใบอนุญาตกิจการโทรทัศน์ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. ด้วย

อย่างไรก็ตาม รายงานรับทราบว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช. เคยมีคำวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ไม่มีลักษณะต้องห้าม และคำวินิจฉัยดังกล่าวถือเป็นที่สุดตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด แต่คณะกรรมาธิการเห็นว่า ผู้มีส่วนได้เสียยังสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดได้

ส่วนกรณีการได้รับเลือกเป็นกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ รายงานระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการธนาคารจำนวน 3 ราย ซึ่งรวมถึง ศ.คลินิก นพ.สรณ ก่อนที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นธนาคารกรุงเทพ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.65 จะมีมติเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ

ต่อมา ศ.คลินิก นพ.สรณ มีหนังสือแจ้งไม่ขอรับตำแหน่ง ขณะที่ธนาคารกรุงเทพได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชะลอการดำเนินการ เนื่องจาก ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. และอยู่ระหว่างรอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกา อีกทั้งสำนักงาน กสทช. แจ้งว่าไม่พบข้อมูลว่าธนาคารกรุงเทพได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม ประเด็นดังกล่าวจึงมีน้ำหนักในด้านธรรมาภิบาลและสถานะการดำรงตำแหน่ง มากกว่าความเกี่ยวข้องกับผู้รับใบอนุญาตในกิจการที่ กสทช. กำกับดูแล

ท้ายที่สุด คณะกรรมาธิการวุฒิสภาสรุปว่า เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดร่วมกับบทบัญญัติของกฎหมาย เห็นว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ เข้าข่ายเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 7 ข. (12) มาตรา 8 และมาตรา 26 ประกอบมาตรา 18 และมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553

ข้อสรุปดังกล่าวอาศัยหลักฐานหลายส่วน ทั้งหนังสือมหาวิทยาลัยมหิดลที่ระบุว่ายังคงปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ 12 เม.ย.65 ข้อมูลตารางตรวจผู้ป่วยที่โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลพระรามเก้า คำชี้แจงของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ข้อมูลจากกรมสรรพากรและแบบ ภ.ง.ด.90 หลักฐานรายได้จากการประกอบวิชาชีพ ตลอดจนสถานะของมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะผู้รับใบอนุญาตช่องรามาแชนแนล

ดังนั้น การตรวจสอบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเด็นว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงตรวจรักษาผู้ป่วยหรือไม่ แต่ยังครอบคลุมถึงสถานะการเป็นพนักงานของหน่วยงานรัฐ การประกอบวิชาชีพอิสระ การปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา ความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ขัดกัน และความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของ กสทช. โดยกรณีดังกล่าวยังสะท้อนถึงมาตรฐานการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรกำกับดูแลระดับประเทศ ซึ่งมีหน้าที่บริหารและกำกับทรัพยากรสาธารณะสำคัญ ทั้งคลื่นความถี่ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบกำกับดูแลภาครัฐโดยตรง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
สรรหา กสทช. ขีดเส้น 1 สัปดาห์ ชี้ปมคุณสมบัติ 'หมอสรณ'
เก้าอี้ ประธาน กสทช. สั่น! 26 มิ.ย.69 ลุ้นคุณสมบัติ 'หมอสรณ' จับตาเกมสู้กลับ