ปิดเกม 'หมอสรณ' แล้ว 'รักชนก' เปิดด่านใหม่ รื้อปม 'ไตรรัตน์' นั่งรักษาการเลขาธิการ กสทช. เข้าปีที่ 6 แม้บอร์ดไม่รับรอง แต่มีอำนาจเต็มคุมองค์กร พร้อมทวงถามเหตุใดการสรรหาตัวจริงค้างยาวนาน
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม และให้ถือว่าไม่เคยได้รับการแต่งตั้งเข้าดำรงตำแหน่ง ซึ่งส่งผลให้พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.
น.ส.รักชนก ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ติดตามและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาคุณสมบัติของ ศ.คลินิก นพ.สรณ มาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กระทั่งกรณีดังกล่าวได้ข้อยุติ พร้อมกล่าวขอบคุณคณะกรรมการสรรหาที่กล้าตัดสินใจดำเนินการในสิ่งที่เห็นว่าถูกต้อง โดยมองว่าความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การตรวจสอบประเด็นต่างๆ สามารถนำไปสู่ข้อยุติได้
อย่างไรก็ตาม น.ส.รักชนก เห็นว่า การแก้ปัญหาภายใน กสทช. ไม่ควรยุติลงเพียงกรณีของ ศ.คลินิก นพ.สรณ เนื่องจากยังมีปัญหาเกี่ยวกับตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ กสทช. ซึ่งนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ดำรงตำแหน่งมาเป็นเวลานานเข้าสู่ปีที่ 6 ขณะที่วาระของเลขาธิการ กสทช. ตามปกติมีกำหนด 5 ปี
น.ส.รักชนก อ้างว่า แม้นายไตรรัตน์จะไม่ได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. อย่างเป็นทางการ แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการเลขาธิการ และมีอำนาจในการบริหารงานใกล้เคียงกับผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริง ขณะที่อาจไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการเช่นเดียวกับเลขาธิการที่ได้รับการแต่งตั้ง อาทิ การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
นอกจากนี้ น.ส.รักชนก ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ได้มีส่วนร่วมตัดสินใจในประเด็นสำคัญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันระดับหลายแสนล้านบาท ทั้งการลงมติชี้ขาดกรณีการควบรวมกิจการทรูและดีแทค ตลอดจนการประมูลคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับระดับการแข่งขัน
สำหรับกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. น.ส.รักชนก ได้เรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.63 กสทช. ชุดเดิมมีคำสั่งแต่งตั้งนายไตรรัตน์เป็นรองเลขาธิการ กสทช. และให้รักษาการตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. เนื่องจากบอร์ดในขณะนั้นใกล้ครบวาระ และคาดว่าจะเปิดทางให้คณะกรรมการชุดใหม่ดำเนินการสรรหาเลขาธิการต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
◉ สรรหา กสทช. ขีดเส้น 1 สัปดาห์ ชี้ปมคุณสมบัติ 'หมอสรณ'
◉ เก้าอี้ ประธาน กสทช. สั่น! 26 มิ.ย.69 ลุ้นคุณสมบัติ 'หมอสรณ' จับตาเกมสู้กลับ
◉ กก.สรรหามติเอกฉันท์! 'หมอสรณ' พ้น ประธาน กสทช.-สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่ง
◉ กูรูกฎหมายประสานเสียง 'หมอสรณ' หยุดหน้าที่ จี้นายกฯ ทูลเกล้าฯ เปิดทาง 6 กสทช. เดินต่อได้
ต่อมา วันที่ 13 เม.ย.65 กสทช. ชุดใหม่จำนวน 5 คน เข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยมี ศ.คลินิก นพ.สรณ เป็นประธาน ก่อนที่วันที่ 18 พ.ค.65 จะเริ่มกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. ด้วยการมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. จัดทำร่างประกาศและหลักเกณฑ์การรับสมัครเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา
กระทั่งวันที่ 7 มี.ค.66 ในการประชุม กสทช. นัดพิเศษ ครั้งที่ 5/2566 ศ.คลินิก นพ.สรณ แจ้งต่อที่ประชุมว่า สำนักงาน กสทช. อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประธาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ต้องขึ้นตรงต่อประธาน ดังนั้น ประธานจึงจะเป็นผู้ดำเนินการออกประกาศรับสมัคร พิจารณาคุณสมบัติ การแสดงวิสัยทัศน์ และการสัมภาษณ์ ก่อนเสนอชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกให้ที่ประชุม กสทช. ลงมติเห็นชอบ
น.ส.รักชนก ระบุว่า แนวทางดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กรรมการ กสทช. หลายคน เนื่องจากเห็นว่ากระบวนการสรรหาตั้งแต่ต้นจนจบควรเป็นการตัดสินใจร่วมกันของคณะกรรมการ ไม่ควรรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ประธานเพียงคนเดียว
จากนั้น วันที่ 17 มี.ค.66 ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงยืนยันว่าอำนาจการสรรหาเป็นของประธาน และได้ออกประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. โดยมีผู้สมัครทั้งหมด 9 คน ซึ่งแต่ละคนได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมกรรมการ แต่กรรมการรายอื่นไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนในขั้นตอนการคัดเลือก โดยประธานเป็นผู้ประเมินและให้คะแนนเพียงผู้เดียว
ต่อมา วันที่ 17 ม.ค.67 ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้เสนอชื่อนายไตรรัตน์เป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ต่อที่ประชุมบอร์ด แต่กรรมการเสียงข้างมากลงมติไม่เห็นชอบ ภายหลังนายไตรรัตน์จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าว ส่งผลให้ไม่สามารถเริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่ได้ในช่วงที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่นายไตรรัตน์ยังคงทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการต่อไป ก่อนที่ท้ายที่สุดศาลจะมีคำสั่งยกฟ้อง
น.ส.รักชนก วิจารณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ กสทช. ไม่สามารถแต่งตั้งเลขาธิการตัวจริงได้ พร้อมระบุว่า ก่อนที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ จะพ้นจากตำแหน่ง ได้มีการแต่งตั้งและโยกย้ายบุคลากรภายในสำนักงาน กสทช. เป็นจำนวนมาก จึงเห็นว่าควรตรวจสอบบทบาทของผู้รักษาการเลขาธิการและกระบวนการบริหารงานภายในองค์กรอย่างจริงจังต่อไป
ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยหมดความเชื่อมั่นว่าจะสามารถผลักดันให้กรณีคุณสมบัติของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้รับการวินิจฉัยจนถึงที่สุด แต่เมื่อประเด็นดังกล่าวสำเร็จแล้ว จึงมีกำลังใจที่จะติดตามตรวจสอบปัญหาอื่นภายใน กสทช. ต่อไป โดยย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงองค์กรกำกับดูแลโทรคมนาคมไม่ควรหยุดอยู่เพียงการพ้นตำแหน่งของประธานเท่านั้น


